‹ กลับ
เรื่องพระธนิยะ กุมภการบุตร
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 83 · วิ.มหา.๑. ๑/๖๐๘๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘๓] คนทั้งหลาย พากันเพ่งโทษว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้ ไม่ ละอาย ทุศีล พูดเท็จ พระสมณะเหล่านี้ยังปฏิญาณว่า เป็นผู้ประพฤติธรรม ประพฤติสงบ ประพฤติพรหมจรรย์ กล่าวคำสัตย์ มีศีล มีกัลยาณธรรม ติเตียนว่า ความเป็นสมณะย่อมไม่มี แก่พระสมณะเหล่านี้ ความเป็นพราหมณ์ย่อมไม่มีแก่พระสมณะเหล่านี้ ความเป็นสมณะของ พระสมณะเหล่านี้ เสื่อมแล้ว ความเป็นพราหมณ์ของพระสมณะเหล่านี้ เสื่อมแล้ว ความเป็น สมณะของพระสมณะเหล่านี้ จะมีแต่ไหน ความเป็นพราหมณ์ของพระสมณะเหล่านี้ จะมีแต่ ไหน และโพนทะนาว่า พระสมณะเหล่านี้ ปราศจากความเป็นสมณะแล้ว พระสมณะเหล่านี้ ปราศจากความเป็นพราหมณ์แล้ว แม้พระเจ้าแผ่นดิน พระสมณะเหล่านี้ยังหลอกลวงได้ ไฉนจัก ไม่หลอกลวงคนอื่นเล่า ภิกษุทั้งหลายได้ยินคนเหล่านั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดา ที่เป็นผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ท่านพระธนิยะ กุมภการบุตร จึงได้ถือเอาไม้ของหลวงที่เขาไม่ได้ให้ไป แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นมูลเค้านั้น ใน เพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระธนิยะ กุมภการบุตรว่า ดูกรธนิยะ ข่าวว่า เธอ ได้ถือเอาไม้ของหลวงที่เขาไม่ได้ให้ไป จริงหรือ? ท่านพระธนิยะทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพระพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร มิใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉน เธอจึงได้ถือเอาไม้ ของหลวงที่เขาไม่ได้ให้ไปเล่า การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของผู้ที่เลื่อมใสแล้ว โดยที่แท้การกระทำของเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของผู้ที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของคนบางพวกที่เลื่อม ใสแล้ว ก็สมัยนั้นแล มหาอำมาตย์ผู้พิพากษาเก่าคนหนึ่งบวชในหมู่ภิกษุ นั่งอยู่ไม่ห่างพระผู้มี พระภาค จึงพระองค์ได้ตรัสพระวาจานี้ต่อภิกษุรูปนั้นว่า ดูกรภิกษุ พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนา มาคธราชจับโจรได้แล้ว ประหารชีวิตเสียบ้าง จองจำไว้บ้าง เนรเทศเสียบ้าง เพราะทรัพย์ ประมาณเท่าไรหนอ? ภิกษุรูปนั้นกราบทูลว่า เพราะทรัพย์บาทหนึ่งบ้าง เพราะของควรค่าบาทหนึ่งบ้าง เกิน บาทหนึ่งบ้าง พระพุทธเจ้าข้า แท้จริงสมัยนั้น ทรัพย์ ๕ มาสกในกรุงราชคฤห์ เป็นหนึ่งบาท ครั้นพระผู้มีพระภาคทรงติเตียนท่านพระธนิยะ กุมภการบุตร โดยเอนกปริยายแล้ว จึงตรัสโทษแห่งความเป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคน เลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความจำกัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่เหมาะสม การปรารภความเพียร โดยเอนกปริยาย แล้วทรงกระทำ ธรรมีกถา ที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุ ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำนาจ ประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่ม บุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดใน ปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อม- *ใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๒. อนึ่ง ภิกษุใด ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยส่วนแห่งความเป็น ขโมย พระราชาทั้งหลาย จับโจรได้แล้วพึงประหารเสียบ้าง จองจำไว้บ้าง เนรเทศ เสียบ้าง ด้วยบริภาษว่า เจ้าเป็นโจร เจ้าเป็นคนพาล เจ้าเป็นคนหลง เจ้าเป็นขโมย ในเพราะถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้เห็นปานใด ภิกษุถือเอาทรัพย์อันเจ้าของ ไม่ได้ให้เห็นปานนั้น แม้ภิกษุนี้ ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้. ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้ว แก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ ฉะนี้.
เทียบรายประโยค (31 ประโยค)
pj2:1.6.1 #
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ ๒- วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
อ้างอิงสยามรัฐ 1.82
pj2:1.6.2 #
อลชฺชิโน อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา ทุสฺสีลา มุสาวาทิโน✎ ร่าง
“alajjino ime samaṇā sakyaputtiyā dussīlā musāvādino.
pj2:1.6.3 #
อิเม หิ นาม ธมฺมจาริโน @เชิงอรรถ: ๑ ยุโรปิยมรมฺมโปตฺถเกสุ กถํ หิ นาม มาทิโส สมณํ วา พฺราหฺมณํ@วา วิชิเต วสนฺตํ หเนยฺย วา พนฺเธยฺย วา ปพฺพาเชยฺย วาติ เอกวจนวเสน@ปโยโค กโต ฯ ๒ เยภุยฺเยน ขิยฺยนฺตีติ ปฐนฺติ ฯ สมจาริโน พฺรหฺมจาริโน สจฺจวาทิโน สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา ปฏิชานิสฺสนฺติ✎ ร่าง
Ime hi nāma dhammacārino samacārino brāhmacārino saccavādino sīlavanto kalyāṇadhammā paṭijānissanti.
pj2:1.6.4 #
นตฺถิ อิเมสํ สามญฺญํ นตฺถิ อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ✎ ร่าง
Natthi imesaṁ sāmaññaṁ, natthi imesaṁ brahmaññaṁ.
pj2:1.6.5 #
นฏฺฐํ อิเมสํ สามญฺญํ นฏฺฐํ อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ✎ ร่าง
Naṭṭhaṁ imesaṁ sāmaññaṁ, naṭṭhaṁ imesaṁ brahmaññaṁ.
pj2:1.6.6 #
กุโต อิเมสํ สามญฺญํ กุโต อิเมสํ พฺรหฺมญฺญํ✎ ร่าง
Kuto imesaṁ sāmaññaṁ, kuto imesaṁ brahmaññaṁ.
pj2:1.6.7 #
อปคตา อิเม สามญฺญา อปคตา อิเม พฺรหฺมญฺญา✎ ร่าง
Apagatā ime sāmaññā, apagatā ime brahmaññā.
pj2:1.6.8 #
ราชานํปิ อิเม วญฺเจนฺติ กึ ปน อญฺเญ มนุสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Rājānampi ime vañcenti, kiṁ panaññe manusse”ti.
pj2:1.6.9 #
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ ๑- วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
pj2:1.6.10 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา สนฺตุฏฺฐา ลชฺชิโน กุกฺกุจฺจกา สิกฺขากามา เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā santuṭṭhā lajjino kukkuccakā sikkhākāmā te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
pj2:1.6.11 #
กถํ หิ นาม อายสฺมา ธนิโย กุมฺภการปุตฺโต รญฺโญ ทารูนิ อทินฺนํ อาทิยิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma āyasmā dhaniyo kumbhakāraputto rañño dārūni adinnaṁ ādiyissatī”ti.
pj2:1.6.12 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū āyasmantaṁ dhaniyaṁ kumbhakāraputtaṁ anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อ้างอิงพุทธชยันตี 1.102
pj2:1.6.13 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา อายสฺมนฺตํ ธนิยํ กุมฺภการปุตฺตํ ปฏิปุจฺฉิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe bhikkhusaṅghaṁ sannipātāpetvā āyasmantaṁ dhaniyaṁ kumbhakāraputtaṁ paṭipucchi—
pj2:1.6.14 #
สจฺจํ กิร ตฺวํ ธนิย รญฺโญ ทารูนิ อทินฺนํ อาทิยสีติ ๒- ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tvaṁ, dhaniya, rañño dārūni adinnaṁ ādiyī”ti?
pj2:1.6.15 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
pj2:1.6.16 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā—
pj2:1.6.17 #
อนนุจฺฉวิกํ โมฆปุริส อนนุโลมิกํ อปฺปฏิรูปํ อสฺสามณกํ อกปฺปิยํ อกรณียํ✎ ร่าง
“ananucchavikaṁ, moghapurisa, ananulomikaṁ appatirūpaṁ assāmaṇakaṁ akappiyaṁ akaraṇīyaṁ.
pj2:1.6.18 #
กถํ หิ นาม ตฺวํ โมฆปุริส รญฺโญ ทารูนิ อทินฺนํ อาทิยิสฺสสิ✎ ร่าง
Kathañhi nāma tvaṁ, moghapurisa, rañño dārūni adinnaṁ ādiyissasi.
อ้างอิงPTS 3.45
pj2:1.6.19 #
เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisa, appasannānaṁ vā pasādāya pasannānaṁ vā bhiyyobhāvāya;
pj2:1.6.20 #
อถเขฺวตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานญฺเจว อปฺปสาทาย ปสนฺนานญฺจ เอกจฺจานํ อญฺญถตฺตายาติ ฯ✎ ร่าง
atha khvetaṁ, moghapurisa, appasannānañceva appasādāya pasannānañca ekaccānaṁ aññathattāyā”ti.
pj2:1.6.21 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ปุราณโวหาริโก @เชิงอรรถ: ๑ เยภุยฺเยน ขิยฺยนฺตานนฺติ ปฐนฺติ ฯ ๒ ยุ. อาทิยีติ ฯ มหามตฺโต ภิกฺขูสุ ปพฺพชิโต ภควโต อวิทูเร นิสินฺโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro purāṇavohāriko mahāmatto bhikkhūsu pabbajito bhagavato avidūre nisinno hoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 1.83 · ฉัฏฐสังคายนา 87.51
pj2:1.6.22 #
อถโข ภควา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā taṁ bhikkhuṁ etadavoca—
pj2:1.6.23 #
กิตฺตเกน นุ โข ภิกฺขุ ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร โจรํ คเหตฺวา หนติ วา พนฺธติ วา ปพฺพาเชติ วาติ ฯ✎ ร่าง
“kittakena kho, bhikkhu, rājā māgadho seniyo bimbisāro coraṁ gahetvā hanati vā bandhati vā pabbājeti vā”ti?
pj2:1.6.24 #
ปาเทน วา ภควา ปาทารเหน วา อติเรกปาเทน วาติ ฯ✎ ร่าง
“Pādena vā, bhagavā, pādārahena vā”ti.
pj2:1.6.25 #
เตน โข ปน สมเยน ราชคเห ปญฺจมาสโก ปาโท โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena rājagahe pañcamāsako pādo hoti.
pj2:1.6.26 #
อถโข ภควา อายสฺมนฺตํ ธนิยํ กุมฺภการปุตฺตํ อเนกปริยาเยน วิครหิตฺวา ทุพฺภรตาย ฯเปฯ วิริยารมฺภสฺส วณฺณํ ภาสิตฺวา ภิกฺขูนํ ตทนุจฺฉวิกํ ตทนุโลมิกํ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ฯเปฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā āyasmantaṁ dhaniyaṁ kumbhakāraputtaṁ anekapariyāyena vigarahitvā dubbharatāya …pe…
pj2:1.6.27 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
pj2:1.6.28.1 #
โย ปน ภิกฺขุ อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาตํ อาทิเยยฺย✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu adinnaṁ theyyasaṅkhātaṁ ādiyeyya,
pj2:1.6.29 #
ยถารูเป อทินฺนาทาเน ราชาโน โจรํ คเหตฺวา หเนยฺยุํ วา พนฺเธยฺยุํ วา ปพฺพาเชยฺยุํ วา โจโรสิ พาโลสิ มูโฬฺหสิ เถโนสีติ ตถารูปํ ภิกฺขุ อทินฺนํ อาทิยมาโน✎ ร่าง
yathārūpe adinnādāne rājāno coraṁ gahetvā haneyyuṁ vā bandheyyuṁ vā pabbājeyyuṁ vā—‘corosi bālosi mūḷhosi thenosī’ti, tathārūpaṁ bhikkhu adinnaṁ ādiyamāno
pj2:1.6.30 #
อยมฺปิ ปาราชิโก โหติ อสํวาโสติ ฯ✎ ร่าง
ayampi pārājiko hoti asaṁvāso”ti.
pj2:1.6.31 #
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Evañcidaṁ bhagavatā bhikkhūnaṁ sikkhāpadaṁ paññattaṁ hoti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน