เนื้อความทั้งข้อ
[๑๔๑] คำว่า มีเภสัชอันควรลิ้มของภิกษุผู้อาพาธ เป็นต้น มีอธิบายดังต่อไปนี้:-
ที่ชื่อว่า เนยใส ได้แก่ เนยใสที่ทำจากน้ำนมโคบ้าง, น้ำนมแพะบ้าง, น้ำนมกระบือ
บ้าง มังสะของสัตว์เหล่าใดเป็นของควร, เนยใสที่ทำจากน้ำนมสัตว์เหล่านั้นก็ใช้ได้.
ที่ชื่อว่า เนยข้น ได้แก่ เนยข้นที่ทำจากน้ำนมสัตว์เหล่านั้นแล.
ที่ชื่อว่า น้ำมัน ได้แก่น้ำมันอันสกัดออกจากเมล็ดงาบ้าง, จากเมล็ดพันธุ์ผักกาดบ้าง,
จากเมล็ดมะซางบ้าง, จากเมล็ดละหุ่งบ้าง, จากเปลวสัตว์บ้าง.
ที่ชื่อว่า น้ำผึ้ง ได้แก่รสหวานที่แมลงผึ้งทำ.
ที่ชื่อว่า น้ำอ้อย ได้แก่ รสหวานที่เกิดจากอ้อย.
คำว่า ภิกษุรับประเคนของนั้นแล้ว พึงเก็บไว้ฉันได้เจ็ดวันเป็นอย่างยิ่ง คือเก็บ
ไว้ฉันได้เจ็ดวันเป็นอย่างมาก.
คำว่า ภิกษุให้ล่วงกำหนดนั้นไป เป็นนิสสัคคีย์ ความว่าเมื่ออรุณที่ ๘ ขึ้นมา
เภสัชนั้นเป็นนิสสัคคีย์ คือเป็นของจำต้องเสียสละแก่สงฆ์ คณะ หรือบุคคล.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุพึงเสียสละเภสัชนั้นอย่างนี้:-
ภิกษุรูปนั้น พึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่พรรษากว่า
นั่งกระหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า
ท่านเจ้าข้า เภสัชนี้ของข้าพเจ้าล่วงเจ็ดวัน เป็นของจำจะสละ, ข้าพเจ้าสละเภสัชนี้
แก่สงฆ์.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนเภสัช
ที่เสียสละให้ด้วยญัตติกรรมวาจาว่าดังนี้:-
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า. เภสัชนี้ของภิกษุมีชื่อนี้ เป็นของจำจะสละ.
เธอสละแล้วแก่สงฆ์. ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้เภสัชนี้แก่ภิกษุ
มีชื่อนี้.
ภิกษุรูปนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุหลายรูป ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่
พรรษากว่า นั่งกระโหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า:-
ท่านเจ้าข้า เภสัชนี้ของข้าพเจ้าล่วงเจ็ดวัน เป็นของจำจะสละ, ข้าพเจ้าสละเภสัชนี้แก่
ท่านทั้งหลาย.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ. ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนเภสัชที่
เสียสละให้ด้วยญัตติกรรมวาจาว่าดังนี้:-
ท่านทั้งหลาย ขอจงฟังข้าพเจ้า. เภสัชนี้ของภิกษุมีชื่อนี้ เป็นของจำจะสละ.
เธอสละแล้วแก่ท่านทั้งหลาย. ถ้าความพร้อมพรั่งของท่านทั้งหลายถึงที่แล้ว. ท่าน
ทั้งหลายพึงให้เภสัชนี้แก่ภิกษุมีชื่อนี้.
ภิกษุรูปนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่งประนมมือ
กล่าวอย่างนี้ว่า
ท่าน เภสัชนี้ของข้าพเจ้า ล่วงเจ็ดวันเป็นของจำจะสละ, ข้าพเจ้าสละเภสัชนี้แก่ท่าน.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ. ภิกษุผู้รับเสียสละนั้น พึงรับอาบัติ พึงคืนเภสัชที่เสียสละ
ให้ด้วยคำว่า ข้าพเจ้าให้เภสัชนี้แก่ท่านดังนี้.
ยานิ โข ปน ตานิ คิลานานํ ภิกฺขูนํ ปฏิสายนียานิ
เภสชฺชานีติ✎ ร่าง
Yāni kho pana tāni gilānānaṁ bhikkhūnaṁ paṭisāyanīyāni bhesajjānīti
สปฺปิ นาม✎ ร่าง
sappi nāma
โคสปฺปิ วา อชิกาสปฺปิ วา มหิสสปฺปิ ๑-
วา ฯ เยสํ มํสํ กปฺปติ เตสํ สปฺปิ ฯ✎ ร่าง
gosappi vā ajikāsappi vā mahiṁsasappi vā yesaṁ maṁsaṁ kappati tesaṁ sappi.
นวนีตํ นาม✎ ร่าง
Navanītaṁ nāma
เตสํเยว นวนีตํ ฯ✎ ร่าง
tesaṁyeva navanītaṁ.
เตลํ นาม✎ ร่าง
Telaṁ nāma
ติลเตลํ สาสปเตลํ มธุกเตลํ เอรณฺฑเตลํ วสาเตลํ ฯ✎ ร่าง
tilatelaṁ sāsapatelaṁ madhukatelaṁ eraṇḍatelaṁ vasātelaṁ.
มกฺขิกามธุ ฯ✎ ร่าง
makkhikāmadhu.
ผาณิตํ นาม✎ ร่าง
Phāṇitaṁ nāma
อุจฺฉุมฺหา นิพฺพตฺตํ ฯ✎ ร่าง
ucchumhā nibbattaṁ.
ตานิ
ปฏิคฺคเหตฺวา สตฺตาหปรมํ สนฺนิธิการกํ ปริภุญฺชิตพฺพานีติ✎ ร่าง
Tāni paṭiggahetvā sattāhaparamaṁ sannidhikārakaṁ paribhuñjitabbānīti
สตฺตาหปรมตา ปริภุญฺชิตพฺพานิ ฯ✎ ร่าง
sattāhaparamatā paribhuñjitabbāni.
ตํ อติกฺกามยโต
@เชิงอรรถ: ๑ ม. มหึสสปฺปิ ฯ ยุ. มาหิสํ วา สปฺปิ ฯ
นิสฺสคฺคิยํ โหติ✎ ร่าง
Taṁ atikkāmayato nissaggiyaṁ hotīti
อ้างอิงสยามรัฐ 2.123
อฏฺฐเม อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิยํ โหติ✎ ร่าง
aṭṭhame aruṇuggamane nissaggiyaṁ hoti.
นิสฺสชฺชิตพฺพํ
สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา ฯ✎ ร่าง
Nissajjitabbaṁ saṅghassa vā gaṇassa vā puggalassa vā.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว
นิสฺสชฺชิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, nissajjitabbaṁ.
อิทํ เม ภนฺเต เภสชฺชํ สตฺตาหาติกฺกนฺตํ
นิสฺสคฺคิยํ✎ ร่าง
idaṁ me, bhante, bhesajjaṁ sattāhātikkantaṁ nissaggiyaṁ,
อิมาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
imāhaṁ saṅghassa nissajjāmīti …pe…
ทเทยฺยาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
dadeyyāti …pe…
ทเทยฺยุนฺติ ฯเปฯ✎ ร่าง
dadeyyunti …pe…
อายสฺมโต ทมฺมีติ ฯ✎ ร่าง
āyasmato dammīti.