‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร[ว่าด้วย การสั่งช่างหูก ให้ทอจีวร]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 157 · วิ.มหา.๒. ๒/๔๐๐๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๕๗] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันอารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น บุรุษผู้หนึ่ง เมื่อจะไปแรมคืนต่างถิ่น ได้ กล่าวคำนี้กะภรรยาว่า จงกะด้ายให้แก่ช่างหูกคนโน้นให้ทอจีวรแล้วเก็บไว้, ฉันกลับมาแล้ว จักนิมนต์พระคุณเจ้าอุปนันทะให้ครองจีวร. ภิกษุรูปหนึ่ง ผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ได้ยินบุรุษผู้นั้นกล่าววาจานี้ จึงเข้าไปหา ท่านพระอุปนันทศากยบุตรถึงสำนัก. ครั้นแล้วได้กล่าวคำนี้แก่ท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า อาวุโส อุปนันทะ ท่านเป็นผู้มีบุญมาก ณ สถานตำบลโน้น, บุรุษผู้หนึ่ง เมื่อจะไปแรมคืนต่างถิ่น ได้ กล่าวคำนี้กะภรรยาว่า จงกะด้ายให้แก่ช่างหูกคนโน้นให้ทอจีวรแล้วเก็บไว้ ฉันกลับมาแล้ว จักนิมนต์พระคุณเจ้าอุปนันทะให้ครองจีวร ดังนี้. ท่านพระอุปนันทะกล่าวรับรองว่า มีขอรับ เขาเป็นอุปัฏฐากของผม. แม้ช่างหูกผู้นั้น ก็เป็นอุปัฏฐากของท่านพระอุปนันทศากยบุตร. จึงท่านพระอุปนันท- *ศากยบุตร เข้าไปหาช่างหูกผู้นั้นถึงบ้าน. ครั้นแล้วได้กล่าวคำนี้กะช่างหูกผู้นั้นว่า ท่าน จีวร ผืนนี้แล เขาให้ท่านทอเฉพาะเรา, ท่านจงทำให้ยาว, ให้กว้าง ให้แน่น ให้เป็นของที่ขึงดี ให้ เป็นของที่ทอดี ให้เป็นของที่สางดี และให้เป็นของที่กรีดดี. ช่างหูกกล่าวว่า เขากะด้ายส่งมาให้กระผมเท่านี้เอง ขอรับ แล้วสั่งว่า จงทอจีวรด้วย ด้ายเท่านี้, กระผมไม่สามารถจะทำให้ยาว ให้กว้าง หรือให้แน่นได้, แต่สามารถจะทำให้เป็น ของที่ขึงดี ให้เป็นของที่ทอดี ให้เป็นของที่สางดี และให้เป็นของที่กรีดดีได้ ขอรับ. ท่านพระอุปนันทะ กล่าวรับรองว่า เชิญท่านช่วยทำให้ยาว ให้กว้าง และให้แน่นเถิด, ความขัดข้องด้วยด้ายนั้น จักไม่มี. ครั้นช่างหูกนำด้ายตามที่เขาส่งมาเข้าไปในหูกแล้ว, ด้ายไม่พอ. จึงเข้าไปหาสตรี- *เจ้าของ แจ้งว่า ต้องการด้าย ขอรับ. สตรีเจ้าของกล่าวค้านว่า ดิฉันสั่งคุณแล้วมิใช่หรือว่า จงทอจีวรด้วยด้ายเท่านั้น? ช่างหูกอ้างเหตุว่า ท่านสั่งผมไว้จริง ขอรับ, แต่พระคุณเจ้าอุปนันทะบอกผมอย่างนี้ว่า เชิญท่านช่วยทำให้ยาว ให้กว้าง และให้แน่นเถิด, ความขัดข้องด้วยด้ายนั้น จักไม่มี. จึงสตรีผู้นั้นได้ให้ด้ายเพิ่มไปอีกเท่าที่ให้ไว้คราวแรก. ท่านพระอุปนันทศากยบุตรได้ทราบข่าวว่า บุรุษนั้นกลับมาจากที่แรมคืนต่างถิ่นแล้ว จึง- *กลับเข้าไปหาถึงเรือนบุรุษนั้น. ครั้นแล้ว นั่งบนอาสนะที่เขาจัดไว้. จึงบุรุษนั้นเข้าไปหาท่านพระอุปนันทศากยบุตร กราบแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้ถามภรรยาว่า จีวรที่ให้ทอเสร็จแล้วหรือยัง?. ภรรยาตอบ เสร็จแล้ว เจ้าค่ะ. บุรุษนั้นสั่งว่า จงหยิบมา, ฉันจักยังพระคุณเจ้าอุปนันทะให้ครองจีวร. จึงสตรีนั้นหยิบจีวรออกมาให้สามี แล้วได้เล่าเรื่องให้ทราบ. บุรุษนั้นถวายจีวรนั้นแก่ ท่านพระอุปนันทศากยบุตรแล้ว ได้เพ่งโทษ ติเตียน โพทะนาขึ้นในขณะนั้นแลว่า พระสมณะเชื้อ สายพระศากยบุตรเหล่านี้ เป็นคนมักมาก ไม่สันโดษ จะให้ครองจีวรก็ทำไม่ได้ง่าย ไฉน พระคุณเจ้าอุปนันทะอันเราไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน จึงได้เข้าไปหาช่างหูก แล้วถึงการกำหนดในจีวร ภิกษุทั้งหลายได้ยินบุรุษนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย สันโดษมีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนท่าน ไฉนท่านพระอุปนันทศากยบุตร อันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน จึงได้เข้าไปหาช่างหูกของเจ้าเรือน แล้วถึงการกำหนดในจีวรเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ใน เพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงถามท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า ดูกรอุปนันทะ ข่าวว่า เธออันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน ได้เข้าไปหาช่างหูกของเจ้าเรือนแล้วถึงการกำหนดในจีวร จริงหรือ? ท่านพระอุปนันทศากยบุตรทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ภ. เขาเป็นญาติของเธอ หรือมิใช่ญาติ. อุ. มิใช่ญาติ พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ คนที่ไม่ใช่ญาติ ย่อมไม่รู้การกระทำ อันสมควร หรือไม่สมควร ของที่มีอยู่หรือไม่มีของคนที่มิใช่ญาติ เมื่อเป็นเช่นนั้น เธออันเขา ไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน ยังเข้าไปหาช่างหูกของเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติ แล้วถึงกำหนดในจีวรได้ การกระทำของเธอนั้นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใส ยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว, โดยที่แท้ การกระทำของเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของ ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว. ครั้นพระผู้มีพระภาคทรงติเตียนท่านพระอุปนันทศากยบุตรโดยอเนกปริยายดั่งนี้แล้ว ตรัส โทษแห่งความเป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่ สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคน บำรุงง่าย ความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่ สะสม การปรารภความเพียรโดยอเนกปริยาย, ทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะ- *สมแก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำ- *นาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่ม บุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดใน ปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่ เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๔๖. ๗. อนึ่ง เจ้าพ่อเรือนก็ดี เจ้าแม่เรือนก็ดี ผู้มิใช่ญาติ สั่งช่างหูกให้ ทอจีวรเฉพาะภิกษุ, ถ้าภิกษุนั้น เขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาช่างหูกแล้ว ถึงความกำหนดในจีวรในสำนักของเขานั้นว่า จีวรผืนนี้ทอเฉพาะรูป, ขอท่านจงทำให้ ยาว, ให้กว้าง ให้แน่น ให้เป็นของที่ขึงดี ให้เป็นของที่ทอดี ให้เป็นของที่สางดี ให้เป็นของที่กรีดดี; แม้ไฉนรูปจะให้ของเล็กน้อยเป็นรางวัลแก่ท่าน, ครั้นกล่าว- *อย่างนี้แล้ว ภิกษุนั้นให้ของเล็กของน้อยเป็นรางวัล โดยที่สุดแม้สักว่าบิณฑบาต, เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
เทียบรายประโยค (48 ประโยค)
np27:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.135 · ฉัฏฐสังคายนา 87.384
np27:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ปุริโส ปวาสํ คจฺฉนฺโต ปชาปตึ เอตทโวจ สุตฺตํ ธารยิตฺวา อมุกสฺส ตนฺตวายสฺส เทหิ จีวรํ วายาเปตฺวา นิกฺขิปาหิ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro puriso pavāsaṁ gacchanto pajāpatiṁ etadavoca—“suttaṁ dhārayitvā amukassa tantavāyassa dehi, cīvaraṁ vāyāpetvā nikkhipa,
np27:1.3 #
อาคโต อยฺยํ อุปนนฺทํ จีวเรน อจฺฉาเทสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
āgato ayyaṁ upanandaṁ cīvarena acchādessāmī”ti.
np27:1.4 #
อสฺโสสิ โข อญฺญตโร ปิณฺฑจาริโก ภิกฺขุ ตสฺส ปุริสสฺส อิมํ วาจํ ภาสมานสฺส ฯ✎ ร่าง
Assosi kho aññataro piṇḍacāriko bhikkhu tassa purisassa imaṁ vācaṁ bhāsamānassa.
np27:1.5 #
อถโข โส ภิกฺขุ เยนายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ เอตทโวจ มหาปุญฺโญสิ ตฺวํ อาวุโส อุปนนฺท✎ ร่าง
Atha kho so bhikkhu yenāyasmā upanando sakyaputto tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā āyasmantaṁ upanandaṁ sakyaputtaṁ etadavoca—“mahāpuññosi tvaṁ, āvuso upananda,
np27:1.6 #
อมุกสฺมึ โอกาเส อญฺญตโร ปุริโส ปวาสํ คจฺฉนฺโต ปชาปตึ เอตทโวจ สุตฺตํ ธารยิตฺวา อมุกสฺส ตนฺตวายสฺส เทหิ จีวรํ วายาเปตฺวา นิกฺขิปาหิ อาคโต อยฺยํ อุปนนฺทํ จีวเรน อจฺฉาเทสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
amukasmiṁ okāse aññataro puriso pavāsaṁ gacchanto pajāpatiṁ etadavoca—‘suttaṁ dhārayitvā amukassa tantavāyassa dehi, cīvaraṁ vāyāpetvā nikkhipa, āgato ayyaṁ upanandaṁ cīvarena acchādessāmī’”ti.
np27:1.7 #
อตฺถาวุโส มํ โส อุปฏฺฐาโกติ ฯ✎ ร่าง
“Atthāvuso, maṁ so upaṭṭhāko”ti.
np27:1.8 #
โสปิ โข ตนฺตวาโย อายสฺมโต อุปนนฺทสฺส สกฺยปุตฺตสฺส อุปฏฺฐาโก โหติ ฯ✎ ร่าง
Sopi kho tantavāyo āyasmato upanandassa sakyaputtassa upaṭṭhāko hoti.
np27:1.9 #
อถโข อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต เยน โส ตนฺตวาโย เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ๒- ตนฺตวายํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā upanando sakyaputto yena so tantavāyo tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā taṁ tantavāyaṁ etadavoca—
อ้างอิงPTS 3.258 · สยามรัฐ 2.136
np27:1.10 #
อิทํ โข อาวุโส จีวรํ มํ อุทฺทิสฺส วียติ อายตญฺจ กโรหิ วิตฺถตญฺจ อปฺปิตญฺจ สุวีตญฺจ สุปฺปวายิตญฺจ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. นิกฺขิป ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ สุวิเลขิตญฺจ สุวิตจฺฉิตญฺจ กโรหีติ ฯ✎ ร่าง
“idaṁ kho, āvuso, cīvaraṁ maṁ uddissa viyyati; āyatañca karohi vitthatañca. Appitañca suvītañca suppavāyitañca suvilekhitañca suvitacchitañca karohī”ti.
np27:1.11 #
เอเต โข เม ภนฺเต สุตฺตํ ธารยิตฺวา อทํสุ✎ ร่าง
“Ete kho me, bhante, suttaṁ dhārayitvā adaṁsu;
np27:1.12 #
อิมินา สุตฺเตน จีวรํ วินาหีติ✎ ร่าง
iminā suttena cīvaraṁ vināhī”ti.
np27:1.13 #
น ภนฺเต สกฺกา อายตํ วา วิตฺถตํ วา อปฺปิตํ วา กาตุํ✎ ร่าง
“Na, bhante, sakkā āyataṁ vā vitthataṁ vā appitaṁ vā kātuṁ.
np27:1.14 #
สกฺกา จ โข ภนฺเต สุวีตญฺจ สุปฺปวายิตญฺจ สุวิเลขิตญฺจ สุวิตจฺฉิตญฺจ กาตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Sakkā ca kho, bhante, suvītañca suppavāyitañca suvilekhitañca suvitacchitañca kātun”ti.
np27:1.15 #
อิงฺฆ ตฺวํ อาวุโส อายตญฺจ กโรหิ วิตฺถตญฺจ อปฺปิตญฺจ✎ ร่าง
“Iṅgha tvaṁ, āvuso, āyatañca karohi vitthatañca appitañca.
np27:1.16 #
น เตน สุตฺเตน ปฏิพทฺธํ ภวิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
Na tena suttena paṭibaddhaṁ bhavissatī”ti.
np27:1.17 #
อถโข โส ตนฺตวาโย ยถาอาภตํ สุตฺตํ ตนฺเต อุปเนตฺวา เยน สา อิตฺถี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ อิตฺถึ เอตทโวจ สุตฺเตน อยฺเย อตฺโถติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho so tantavāyo yathābhataṁ suttaṁ tante upanetvā yena sā itthī tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā taṁ itthiṁ etadavoca—“suttena, ayye, attho”ti.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.137 · ฉัฏฐสังคายนา 87.385 · พุทธชยันตี 1.624
np27:1.18 #
นนุ ตฺวํ อยฺย ๑- มยา วุตฺโต อิมินา สุตฺเตน จีวรํ วินาหีติ ฯ✎ ร่าง
“Nanu tvaṁ ayyo mayā vutto—‘iminā suttena cīvaraṁ vināhī’”ti.
np27:1.19 #
สจฺจาหํ อยฺเย ตยา วุตฺโต อิมินา สุตฺเตน จีวรํ วินาหีติ✎ ร่าง
“Saccāhaṁ, ayye, tayā vutto—‘iminā suttena cīvaraṁ vināhī’ti.
np27:1.20 #
อปิจ มํ อยฺโย อุปนนฺโท เอวมาห อิงฺฆ ตฺวํ อาวุโส อายตญฺจ กโรหิ วิตฺถตญฺจ อปฺปิตญฺจ✎ ร่าง
Api ca maṁ ayyo upanando evamāha—‘iṅgha tvaṁ, āvuso, āyatañca karohi vitthatañca appitañca,
np27:1.21 #
น เตน สุตฺเตน ปฏิพทฺธํ ภวิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
na tena suttena paṭibaddhaṁ bhavissatī’”ti.
np27:1.22 #
อถโข สา อิตฺถี ยตฺตกญฺเญว สุตฺตํ ปฐมํ อทาสิ ตตฺตกํ ปจฺฉา อทาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho sā itthī yattakaṁyeva suttaṁ paṭhamaṁ adāsi tattakaṁ pacchā adāsi.
np27:1.23 #
อสฺโสสิ โข อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต โส กิร ปุริโส ปวาสโต อาคโตติ ฯ อถโข อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต เยน ตสฺส ปุริสสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Assosi kho āyasmā upanando sakyaputto—“so kira puriso pavāsato āgato”ti. Atha kho āyasmā upanando sakyaputto yena tassa purisassa nivesanaṁ tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā paññatte āsane nisīdi.
np27:1.24 #
อถโข โส ปุริโส เยนายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho so puriso yenāyasmā upanando sakyaputto tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā āyasmantaṁ upanandaṁ sakyaputtaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
np27:1.25 #
เอกมนฺตํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อยฺโย ฯ นิสินฺโน โข โส ปุริโส ปชาปตึ เอตทโวจ วายาปิตํ ๑- จีวรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinno kho so puriso pajāpatiṁ etadavoca—“vītaṁ taṁ cīvaran”ti?
np27:1.26 #
อาม อยฺย วายาปิตํ ๒- จีวรนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Āmāyya, vītaṁ taṁ cīvaran”ti.
np27:1.27 #
อาหร อยฺยํ อุปนนฺทํ จีวเรน อจฺฉาเทสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
“Āhara, ayyaṁ upanandaṁ cīvarena acchādessāmī”ti.
np27:1.28 #
อถโข สา อิตฺถี ตํ จีวรํ นีหริตฺวา สามิกสฺส ทตฺวา เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho sā itthī taṁ cīvaraṁ nīharitvā sāmikassa datvā etamatthaṁ ārocesi.
np27:1.29 #
อถโข โส ปุริโส อายสฺมโต อุปนนฺทสฺส สกฺยปุตฺตสฺส ตํ ๓- จีวรํ ทตฺวา อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ✎ ร่าง
Atha kho so puriso āyasmato upanandassa sakyaputtassa cīvaraṁ datvā ujjhāyati khiyyati vipāceti—
np27:1.30 #
มหิจฺฉา อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา อสนฺตุฏฺฐา✎ ร่าง
“mahicchā ime samaṇā sakyaputtiyā asantuṭṭhā.
np27:1.31 #
นยิเม สุกรา จีวเรน อจฺฉาเทตุํ✎ ร่าง
Nayime sukarā cīvarena acchādetuṁ.
np27:1.32 #
กถํ หิ นาม อยฺโย อุปนนฺโท มยา ปุพฺเพ อปฺปวาริโต ตนฺตวาเย ๔- อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
Kathañhi nāma ayyo upanando mayā pubbe appavārito tantavāye upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjissatī”ti.
np27:1.33 #
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู ตสฺส ปุริสสฺส อุชฺฌายนฺตสฺส ขียนฺตสฺส วิปาเจนฺตสฺส ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tassa purisassa ujjhāyantassa khiyyantassa vipācentassa.
np27:1.34 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np27:1.35 #
กถํ หิ นาม อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต ปุพฺเพ อปฺปวาริโต คหปติกสฺส ตนฺตวาเย อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma āyasmā upanando sakyaputto pubbe appavārito gahapatikassa tantavāye upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjissatī”ti.
np27:1.36 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū āyasmantaṁ upanandaṁ sakyaputtaṁ anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
อ้างอิงPTS 3.259 · สยามรัฐ 2.138
np27:1.37 #
สจฺจํ กิร ตฺวํ อุปนนฺท ปุพฺเพ อปฺปวาริโต คหปติกสฺส ตนฺตวาเย อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชสีติ ๕- ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tvaṁ, upananda, pubbe appavārito gahapatikassa tantavāye upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjī”ti?
np27:1.38 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
np27:1.39 #
ญาตโก เต อุปนนฺท อญฺญาตโกติ ฯ✎ ร่าง
“Ñātako te, upananda, aññātako”ti?
np27:1.40 #
อญฺญาตโก ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Aññātako, bhagavā”ti.
np27:1.41 #
อญฺญาตโก โมฆปุริส อญฺญาตกสฺส น ชานาติ ปฏิรูปํ วา อปฺปฏิรูปํ วา สนฺตํ วา อสนฺตํ วา✎ ร่าง
“Aññātako, moghapurisa, aññātakassa na jānāti patirūpaṁ vā appatirūpaṁ vā santaṁ vā asantaṁ vā.
np27:1.42 #
ตตฺถ นาม ตฺวํ โมฆปุริส ปุพฺเพ @เชิงอรรถ: ๑-๒ ม. ยุ. วีตํ ตํ ฯ ๓ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๔ ยุ. คหปติกสฺส@ตนฺตวาเย ฯ ๕ ม. ยุ. อาปชฺชีติ ฯ อปฺปวาริโต อญฺญาตกสฺส คหปติกสฺส ตนฺตวาเย อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชิสฺสสิ✎ ร่าง
Tattha nāma tvaṁ, moghapurisa, pubbe appavārito aññātakassa gahapatikassa tantavāye upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjissasi.
np27:1.43 #
เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisa, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
np27:1.44 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
np27:1.45.1 #
ภิกฺขุํ ปเนว อุทฺทิสฺส อญฺญาตโก คหปติ วา คหปตานี วา ตนฺตวาเยหิ จีวรํ วายาเปยฺย ฯ ตตฺร เจ โส ภิกฺขุ ปุพฺเพ อปฺปวาริโต ตนฺตวาเย อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺเชยฺย✎ ร่าง
“Bhikkhuṁ paneva uddissa aññātako gahapati vā gahapatānī vā tantavāyehi cīvaraṁ vāyāpeyya, tatra ce so bhikkhu pubbe appavārito tantavāye upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjeyya—
np27:1.46 #
อิทํ โข อาวุโส จีวรํ มํ อุทฺทิสฺส วียติ อายตญฺจ กโรถ วิตฺถตญฺจ อปฺปิตญฺจ สุวีตญฺจ สุปฺปวายิตญฺจ สุวิเลขิตญฺจ สุวิตจฺฉิตญฺจ กโรถ✎ ร่าง
‘idaṁ kho, āvuso, cīvaraṁ maṁ uddissa viyyati. Āyatañca karotha vitthatañca. Appitañca suvītañca suppavāyitañca suvilekhitañca suvitacchitañca karotha.
np27:1.47 #
อปฺเปวนาม มยมฺปิ อายสฺมนฺตานํ กิญฺจิมตฺตํ อนุปทชฺเชยฺยามาติ ฯ✎ ร่าง
Appeva nāma mayampi āyasmantānaṁ kiñcimattaṁ anupadajjeyyāmā’ti.
np27:1.48 #
เอวญฺจ โส ภิกฺขุ วตฺวา กิญฺจิมตฺตํ อนุปทชฺเชยฺย ๑- อนฺตมโส ปิณฺฑปาตมตฺตมฺปิ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Evañca so bhikkhu vatvā kiñcimattaṁ anupadajjeyya antamaso piṇḍapātamattampi, nissaggiyaṁ pācittiyan”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน