เนื้อความทั้งข้อ
[๑๕๘] บทว่า อนึ่ง ... เฉพาะภิกขุ ความว่า เพื่อประโยชน์ของภิกษุ คือ ทำภิกษุ
ให้เป็นอารมณ์แล้ว ใคร่จะให้ภิกษุครอง.
ที่ชื่อว่า ผู้มิใช่ญาติ คือ ไม่ใช่คนเนื่องถึงกัน ทางมารดาก็ดี ทางบิดาก็ดี ตลอด ๗
ชั่วอายุของบุรพชนก.
ผู้ชื่อว่า พ่อเจ้าเรือน ได้แก่ บุรุษผู้ครอบครองเรือน.
ผู้ชื่อว่า แม่เจ้าเรือน ได้แก่ สตรีผู้ครอบครองเรือน.
บทว่า ช่างหูก ได้แก่ คนทำการทอ.
ที่ชื่อว่า จีวร ได้แก่ผ้าจีวร ๖ ชนิดๆ ใดชนิดหนึ่ง ซึ่งเข้าองค์กำหนดแห่งผ้าต้องวิกัป
เป็นอย่างต่ำ.
บทว่า ให้ทอ คือ ให้ทออยู่.
บทว่า ถ้าภิกษุนั้น ... ในสำนักของเขานั้น ได้แก่ ภิกษุที่เขาสั่งให้ช่างหูกทอจีวร
ไว้ถวายเฉพาะ.
บทว่า เขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน คือ เป็นผู้อันเขาไม่ได้บอกไว้ก่อนว่า ท่านเจ้าข้า
ท่านจะต้องการจีวรเช่นไร ผมจักทอจีวรเช่นไรถวาย.
บทว่า เข้าไปหาช่างหูกแล้ว คือ ไปถึงเรือนแล้ว เข้าไปหาในที่แห่งใดแห่งหนึ่ง.
คำว่า ถึงความกำหนดในจีวรนั้น คือ ถึงการกำหนดในจีวรว่า จีวรผืนนี้ทอเฉพาะรูป,
ขอท่านจงทำให้ยาว, ให้กว้าง ให้แน่น ให้เป็นของที่ขึงดี ให้เป็นของที่ทอดี ให้เป็นของที่สางดี
ให้เป็นของที่กรีดดี, แม้ไฉนรูปจะให้ของเล็กน้อยเป็นรางวัลแก่ท่าน.
คำว่า ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว ภิกษุให้ของเล็กน้อยเป็นรางวัล โดยที่สุดแม้สักว่า
บิณฑบาต อธิบายว่า ยาคูก็ดี ข้าวสารก็ดี ของเคี้ยวก็ดี ก้อนจุรณก็ดี ไม้ชำระฟันก็ดี
ด้ายเชิงชายก็ดี โดยที่สุดแม้กล่าวธรรมก็ชื่อว่าบิณฑบาต, เขาทำให้ยาวก็ดี ให้กว้างก็ดี ให้แน่น-
*ก็ดี ตามคำของเธอ, เป็นทุกกฏในประโยคที่เขาทำ. เป็นนิสสัคคีย์ด้วยได้จีวรมา. ต้องเสียสละ
แก่สงฆ์ คณะ หรือบุคคล.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุพึงเสียสละจีวรนั้น อย่างนี้:-
ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่พรรษากว่า นั่ง
กระโหย่งประนมมือกล่าวอย่างนี้ว่า
ท่านเจ้าข้า จีวรผืนนี้ของข้าพเจ้า. เขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน, ข้าพเจ้าเข้าไป
หาช่างหูกของเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติ ถึงความกำหนดในจีวร เป็นของจำจะสละ. ข้าพเจ้า
สละจีวรผืนนี้แก่สงฆ์.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ. ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่เสีย
สละให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า. จีวรผืนนี้ของภิกษุมีชื่อนี้เป็นของจำจะสละ.
เธอสละแล้วแก่สงฆ์. ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว. สงฆ์พึงให้จีวรผืนนี้แก่
ภิกษุมีชื่อนี้.
ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุหลายรูป ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่
พรรษากว่า นั่งกระโหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า:-
ท่านเจ้าข้า จีวรผืนนี้ของข้าพเจ้า เขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน, ข้าพเจ้าไปหา
ช่างหูกของเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติ ถึงความกำหนดในจีวรเป็นของจำจะสละ. ข้าพเจ้า
สละจีวรผืนนี้แก่ท่านทั้งหลาย.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ. ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่เสียสละ
ให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
ท่านทั้งหลาย ขอจงฟังข้าพเจ้า. จีวรผืนนี้ของภิกษุมีชื่อนี้ เป็นของจำจะสละ.
เธอสละแล้วแก่ท่านทั้งหลาย. ถ้าความพร้อมพรั่งของท่านทั้งหลายถึงที่แล้ว. ท่านทั้ง
หลายพึงให้จีวรผืนนี้แก่ภิกษุมีชื่อนี้.
ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่งประนมมือ
กล่าวอย่างนี้ว่า:-
ท่าน จีวรผืนนี้ของข้าพเจ้า เขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน, ข้าพเจ้าเข้าไปหาช่าง
หูกของเจ้าเรือน ผู้มิใช่ญาติ ถึงความกำหนดในจีวร เป็นของจำจะสละ. ข้าพเจ้า-
*สละจีวรผืนนี้แก่ท่าน.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ. ภิกษุผู้รับเสียสละนั้น พึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่เสียสละ
ให้ด้วยคำว่า ข้าพเจ้าให้จีวรผืนนี้แก่ท่าน ดังนี้.
ภิกฺขุํ ปเนว อุทฺทิสฺสาติ✎ ร่าง
Bhikkhuṁ paneva uddissāti
อ้างอิงพุทธชยันตี 1.626
ภิกฺขุสฺสตฺถาย ภิกฺขุํ อารมฺมณํ
กตฺวา ภิกฺขุํ อจฺฉาเทตุกาโม ฯ✎ ร่าง
bhikkhussatthāya bhikkhuṁ ārammaṇaṁ karitvā bhikkhuṁ acchādetukāmo.
อญฺญาตโก นาม✎ ร่าง
Aññātako nāma
มาติโต วา
ปิติโต วา ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา อสมฺพทฺโธ ฯ✎ ร่าง
mātito vā pitito vā yāva sattamā pitāmahayugā asambaddho.
คหปติ
นาม✎ ร่าง
Gahapati nāma
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.386
โย โกจิ อคารํ อชฺฌาวสติ ฯ✎ ร่าง
yo koci agāraṁ ajjhāvasati.
คหปตานี นาม✎ ร่าง
Gahapatānī nāma
ยา กาจิ
อคารํ อชฺฌาวสติ ฯ✎ ร่าง
yā kāci agāraṁ ajjhāvasati.
ตนฺตวาเยหีติ✎ ร่าง
Tantavāyehīti
เปสกาเรหิ ฯ✎ ร่าง
pesakārehi.
จีวรํ นาม✎ ร่าง
Cīvaraṁ nāma
ฉนฺนํ จีวรานํ อญฺญตรํ จีวรํ วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิมํ ฯ✎ ร่าง
channaṁ cīvarānaṁ aññataraṁ cīvaraṁ vikappanupagaṁ pacchimaṁ.
วายาเปยฺยาติ✎ ร่าง
Vāyāpeyyāti
วินาเปติ ฯ✎ ร่าง
vināpeti.
ตตฺร เจ โส ภิกฺขูติ✎ ร่าง
Tatra ce so bhikkhūti
อ้างอิงสยามรัฐ 2.139
ยํ ภิกฺขุํ อุทฺทิสฺส จีวรํ วียติ
@เชิงอรรถ: ๑ อนุปฺปทชฺเชยฺยาติ อมฺหากํ มติ ฯ
โส ภิกฺขุ ฯ✎ ร่าง
yaṁ bhikkhuṁ uddissa cīvaraṁ viyyati so bhikkhu.
ปุพฺเพ อปฺปวาริโตติ✎ ร่าง
Pubbe appavāritoti
ปุพฺเพ อวุตฺโต โหติ กีทิเสน เต ภนฺเต
จีวเรน อตฺโถ กีทิสํ เต จีวรํ วายาเปมีติ ฯ✎ ร่าง
pubbe avutto hoti— “kīdisena te, bhante, cīvarena attho, kīdisaṁ te cīvaraṁ vāyāpemī”ti?
ตนฺตวาเย อุปสงฺกมิตฺวาติ✎ ร่าง
Tantavāye upasaṅkamitvāti
ฆรํ คนฺตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ อุปสงฺกมิตฺวา ฯ✎ ร่าง
gharaṁ gantvā yattha katthaci upasaṅkamitvā.
จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺเชยฺยาติ✎ ร่าง
Cīvare vikappaṁ āpajjeyyāti—
อิทํ โข อาวุโส จีวรํ มํ อุทฺทิสฺส วียติ อายตญฺจ กโรถ วิตฺถตญฺจ✎ ร่าง
“idaṁ kho, āvuso, cīvaraṁ maṁ uddissa viyyati, āyatañca karotha vitthatañca.
อปฺปิตญฺจ สุวีตญฺจ สุปฺปวายิตญฺจ สุวิเลขิตญฺจ สุวิตจฺฉิตญฺจ กโรถ✎ ร่าง
Appitañca suvītañca suppavāyitañca suvilekhitañca suvitacchitañca karotha.
อปฺเปวนาม มยมฺปิ อายสฺมนฺตานํ กิญฺจิมตฺตํ อนุปทชฺเชยฺยามาติ ฯ✎ ร่าง
Appeva nāma mayampi āyasmantānaṁ kiñcimattaṁ anupadajjeyyāmā”ti.
เอวญฺจ โส ภิกฺขุ วตฺวา กิญฺจิมตฺตํ อนุปทชฺเชยฺย
อนฺตมโส ปิณฺฑปาตมตฺตมฺปีติ✎ ร่าง
Evañca so bhikkhu vatvā kiñcimattaṁ anupadajjeyya antamaso piṇḍapātamattampīti.
อ้างอิงPTS 3.260
ปิณฺฑปาโต นาม✎ ร่าง
Piṇḍapāto nāma
ยาคุปิ ภตฺตํปิ
ขาทนียํปิ จุณฺณปิณฺโฑปิ ทนฺตกฏฺฐํปิ ทสิกสุตฺตํปิ อนฺตมโส ธมฺมํปิ
ภณติ ฯ✎ ร่าง
yāgupi bhattampi khādanīyampi cuṇṇapiṇḍopi dantakaṭṭhampi dasikasuttampi, antamaso dhammampi bhaṇati.
ตสฺส วจเนน อายตํ วา วิตฺถตํ วา อปฺปิตํ วา กโรติ ปโยเค
ทุกฺกฏํ✎ ร่าง
Tassa vacanena āyataṁ vā vitthataṁ vā appitaṁ vā karoti, payoge dukkaṭaṁ.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.387
ปฏิลาเภน นิสฺสคฺคิยํ โหติ✎ ร่าง
Paṭilābhena nissaggiyaṁ hoti.
นิสฺสชฺชิตพฺพํ สงฺฆสฺส วา คณสฺส
วา ปุคฺคลสฺส วา ฯ✎ ร่าง
Nissajjitabbaṁ saṅghassa vā gaṇassa vā puggalassa vā.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว นิสฺสชฺชิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, nissajjitabbaṁ.
อิทํ
เม ภนฺเต จีวรํ ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อญฺญาตกสฺส คหปติกสฺส
ตนฺตวาเย อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปนฺนํ นิสฺสคฺคิยํ✎ ร่าง
“idaṁ me, bhante, cīvaraṁ pubbe appavārito aññātakassa gahapatikassa tantavāye upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpannaṁ nissaggiyaṁ.
อิมาหํ
สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
Imāhaṁ saṅghassa nissajjāmī”ti …pe…
ทเทยฺยาติ ฯเปฯ ทเทยฺยุนฺติ ฯเปฯ✎ ร่าง
dadeyyāti …pe…
อายสฺมโต ทมฺมีติ ฯ✎ ร่าง
āyasmato dammīti.