‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระฉัพพัคคีย์[ว่าด้วย การน้อมลาภที่เขาจะถวายเป็นของสงฆ์]หัวข้อประจำเรื่อง
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 169 · วิ.มหา.๒. ๒/๔๔๒๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๖๙] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันอารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ในพระนครสาวัตถี มีชาวบ้านหมู่หนึ่ง จัดภัตตาหารพร้อมทั้งจีวรไว้ถวายสงฆ์ ด้วยตั้งใจว่าจักให้ฉันแล้วจึงให้ครองจีวร ณ เวลาเดียวกัน นั้นแล. พระฉัพพัคคีย์ได้เข้าไปหาชาวบ้านหมู่นั้น ครั้นแล้วได้กล่าวคำนี้กะชาวบ้านหมู่นั้นว่า ท่านทั้งหลาย ขอพวกท่านจงให้จีวรเหล่านี้แก่พวกอาตมา. ชาวบ้านหมู่นั้นกล่าวว่า ท่านเจ้าข้า พวกกระผมจะถวายไม่ได้ เพราะพวกกระผม จัด ภิกษาหารพร้อมทั้งจีวรไว้ถวายพระสงฆ์ทุกปี. พระฉัพพัคคีย์กล่าวว่า ดูกรท่านทั้งหลาย ทายก ของสงฆ์มีมาก, ภัตตาหารของสงฆ์ก็มีมาก, พวกอาตมาอาศัยพวกท่าน เห็นอยู่แต่พวกท่าน จึง อยู่ในที่นี้. ถ้าพวกท่านไม่ให้แก่พวกอาตมา, เมื่อเป็นเช่นนี้ ใครเล่าจักให้แก่พวกอาตมา, ขอ พวกท่านจงให้จีวรเหล่านี้ แก่พวกอาตมาเถิด. เมื่อชาวบ้านหมู่นั้น ถูกพระฉัพพัคคีย์แค่นไค้ จึงได้ถวายจีวรตามที่ได้จัดไว้แก่ พระฉัพพัคคีย์แล้วอังคาสพระสงฆ์เฉพาะภัตตาหาร. บรรดาภิกษุที่ทราบว่า เขาจัดภัตตาหารพร้อมทั้งจีวรไว้ถวายพระสงฆ์, แต่ไม่ทราบว่า เขาได้ถวายจีวรแก่พระฉัพพัคคีย์ไปแล้ว จึงได้กล่าวอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย ขอพวกท่านจงน้อม ถวายจีวรแก่พระสงฆ์เถิด. ชาวบ้านหมู่นั้นกล่าวว่า ท่านเจ้าข้า จีวรตามที่ได้จัดไว้ไม่มี, เพราะพระคุณเจ้าเหล่า พระฉัพพัคคีย์น้อมไปเพื่อตนแล้ว. บรรดาภิกษุผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่าง เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระฉัพพัคคีย์รู้อยู่ จึงได้น้อมลาภที่เข้าน้อมไว้เป็นของ จะถวายสงฆ์มาเพื่อตนเล่า? แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ใน เพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอรู้ อยู่ น้อมลาภที่เขาน้อมไว้เป็นของจะถวายสงฆ์มาเพื่อตน จริงหรือ? พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉน พวกเธอรู้อยู่ จึงได้ น้อมลาภที่เขาน้อมไว้เป็นของจะถวายสงฆ์มาเพื่อตนเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไป เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว, โดยที่แท้ การกระทำของพวกเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว. พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนพระฉัพพัคคีย์โดยอเนกปริยายดังนี้แล้ว ตรัสโทษแห่งความ เป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความ คลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความจำกัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภความ เพียร โดยอเนกปริยาย, ทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัย อำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะ บังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่ง พระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๔๙. ๑๐. อนึ่ง ภิกษุใด รู้อยู่ น้อมลาภที่เขาน้อมไว้เป็นของจะถวายสงฆ์มา เพื่อตน, เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
เทียบรายประโยค (27 ประโยค)
np30:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงPTS 3.265 · สยามรัฐ 2.150 · ฉัฏฐสังคายนา 87.393 · พุทธชยันตี 1.638
np30:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺส ปูคสฺส สงฺฆสฺส สจีวรภตฺตํ ปฏิยตฺตํ โหติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sāvatthiyaṁ aññatarassa pūgassa saṅghassa sacīvarabhattaṁ paṭiyattaṁ hoti—
np30:1.3 #
โภเชตฺวา จีวเรน อจฺฉาเทสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
“bhojetvā cīvarena acchādessāmā”ti.
np30:1.4 #
อถโข ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู เยน โส ปูโค เตนุปสงฺกมึสุ✎ ร่าง
Atha kho chabbaggiyā bhikkhū yena so pūgo tenupasaṅkamiṁsu;
np30:1.5 #
อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ปูคํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
upasaṅkamitvā taṁ pūgaṁ etadavocuṁ—
np30:1.6 #
เทถาวุโส อมฺหากํ อิมานิ จีวรานีติ ฯ✎ ร่าง
“dethāvuso, amhākaṁ imāni cīvarānī”ti.
np30:1.7 #
น มยํ ภนฺเต ทสฺสาม✎ ร่าง
“Na mayaṁ, bhante, dassāma.
np30:1.8 #
อมฺหากํ สงฺฆสฺส อนุวสฺสํ สจีวรภิกฺขา ปญฺญตฺตาติ ฯ✎ ร่าง
Amhākaṁ saṅghassa anuvassaṁ sacīvarabhikkhā paññattā”ti.
np30:1.9 #
พหู อาวุโส สงฺฆสฺส ทายกา พหู สงฺฆสฺส ภตฺตา✎ ร่าง
“Bahū, āvuso, saṅghassa dāyakā, bahū saṅghassa bhattā.
np30:1.10 #
มยํ ตุเมฺห นิสฺสาย ตุเมฺห สมฺปสฺสนฺตา อิธ วิหราม✎ ร่าง
Mayaṁ tumhe nissāya tumhe sampassantā idha viharāma.
np30:1.11 #
ตุเมฺห เจ อมฺหากํ น ทสฺสถ อถ โกจรหิ อมฺหากํ ทสฺสติ✎ ร่าง
Tumhe ce amhākaṁ na dassatha, atha ko carahi amhākaṁ dassati?
np30:1.12 #
เทถาวุโส อมฺหากํ อิมานิ จีวรานีติ ฯ✎ ร่าง
Dethāvuso, amhākaṁ imāni cīvarānī”ti.
np30:1.13 #
อถโข โส ปูโค ฉพฺพคฺคิเยหิ ภิกฺขูหิ นิปฺปีฬิยมาโน ยถาปฏิยตฺตํ จีวรํ ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ ทตฺวา สงฺฆํ ภตฺเตน ปริวิสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho so pūgo chabbaggiyehi bhikkhūhi nippīḷiyamāno yathāpaṭiyattaṁ cīvaraṁ chabbaggiyānaṁ bhikkhūnaṁ datvā saṅghaṁ bhattena parivisi.
np30:1.14 #
เย เต ภิกฺขู ชานนฺติ สงฺฆสฺส สจีวรภตฺตํ ปฏิยตฺตํ น จ ชานนฺติ ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ ทินฺนนฺติ เต เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū jānanti saṅghassa sacīvarabhattaṁ paṭiyattaṁ, na ca jānanti chabbaggiyānaṁ bhikkhūnaṁ dinnanti, te evamāhaṁsu—
np30:1.15 #
โอโณเชถ อาวุโส สงฺฆสฺส จีวรนฺติ ฯ✎ ร่าง
“oṇojethāvuso, saṅghassa cīvaran”ti.
np30:1.16 #
นตฺถิ ภนฺเต✎ ร่าง
“Natthi, bhante.
np30:1.17 #
ยถาปฏิยตฺตํ จีวรํ อยฺยา ฉพฺพคฺคิยา อตฺตโน ปริณาเมสุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yathāpaṭiyattaṁ cīvaraṁ ayyā chabbaggiyā attano pariṇāmesun”ti.
np30:1.18 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np30:1.19 #
กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ชานํ สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณตํ อตฺตโน ปริณาเมสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū jānaṁ saṅghikaṁ lābhaṁ pariṇataṁ attano pariṇāmessantī”ti.
np30:1.20 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū chabbaggiye bhikkhū anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
np30:1.21 #
สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว ชานํ สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณตํ อตฺตโน ปริณาเมถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, jānaṁ saṅghikaṁ lābhaṁ pariṇataṁ attano pariṇāmethā”ti?
np30:1.22 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
np30:1.23 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
np30:1.24 #
กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา ชานํ สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณตํ อตฺตโน ปริณาเมสฺสถ✎ ร่าง
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, jānaṁ saṅghikaṁ lābhaṁ pariṇataṁ attano pariṇāmessatha.
np30:1.25 #
เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
np30:1.26 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
np30:1.27.1 #
โย ปน ภิกฺขุ ชานํ สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณตํ อตฺตโน ปริณาเมยฺย นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu jānaṁ saṅghikaṁ lābhaṁ pariṇataṁ attano pariṇāmeyya, nissaggiyaṁ pācittiyan”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน