เนื้อความทั้งข้อ
[๒๘๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ
อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ยังเหล่าอุบาสกให้กล่าวธรรม
โดยบท พวกอุบาสกจึงไม่เคารพ ไม่ยำเกรง ไม่ประพฤติให้ถูกอัธยาศัยในหมู่ภิกษุอยู่.
บรรดาภิกษุผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็
เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์จึงได้ยังเหล่าอุบาสกให้กล่าวธรรมโดยบท เหล่า
อุบาสกจึงไม่เคารพ ไม่ยำเกรง ไม่ประพฤติให้ถูกอัธยาศัยในหมู่ภิกษุอยู่ แล้วกราบทูลเนื้อความ
นั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ใน
เพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอ
ยังเหล่าอุบาสก ให้กล่าวธรรมโดยบท, เหล่าอุบาสกจึงไม่เคารพ ไม่ยำเกรง ไม่ประพฤติให้ถูก
อัธยาศัยในหมู่ภิกษุอยู่ จริงหรือ?
พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอ จึงได้ยังเหล่า
อุบาสกให้กล่าวธรรมโดยบทเล่า พวกอุบาสกจึงไม่เคารพ ไม่ยำเกรง ไม่ประพฤติให้ถูกอัธยาศัย
ในหมู่ภิกษุอยู่, ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใส
ของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๕๓. ๔. อนึ่ง ภิกษุใดยังอนุปสัมบันให้กล่าวธรรมโดยบท เป็นปาจิตตีย์.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.191 · พุทธชยันตี 2.1.52
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา
ภิกฺขู อุปาสเก ปทโส ธมฺมํ วาเจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhū upāsake padaso dhammaṁ vācenti.
อุปาสกา ภิกฺขูสุ อคารวา
อปฺปติสฺสา อสภาควุตฺติกา วิหรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Upāsakā bhikkhūsu agāravā appatissā asabhāgavuttikā viharanti.
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ
เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู
อุปาสเก ปทโส ธมฺมํ วาเจสฺสนฺติ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū upāsake padaso dhammaṁ vācessanti.
อุปาสกา ภิกฺขูสุ อคารวา
อปฺปติสฺสา อสภาควุตฺติกา วิหรนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
Upāsakā bhikkhūsu agāravā appatissā asabhāgavuttikā viharantī”ti.
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต
เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū chabbaggiye bhikkhū anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว อุปาสเก ปทโส
ธมฺมํ วาเจถ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, upāsake padaso dhammaṁ vācetha;
อุปาสกา ภิกฺขูสุ อคารวา อปฺปติสฺสา อสภาควุตฺติกา
วิหรนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
upāsakā bhikkhūsu agāravā appatissā asabhāgavuttikā viharantī”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ตุเมฺห
โมฆปุริสา อุปาสเก ปทโส ธมฺมํ วาเจสฺสถ✎ ร่าง
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, upāsake padaso dhammaṁ vācessatha.
อุปาสกา ภิกฺขูสุ
อคารวา อปฺปติสฺสา อสภาควุตฺติกา วิหรนฺติ✎ ร่าง
Upāsakā bhikkhūsu agāravā appatissā asabhāgavuttikā viharanti.
เนตํ โมฆปุริสา
อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya pasannānaṁ vā bhiyyobhāvāya …pe…
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ
สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
โย ปน ภิกฺขุ อนุปสมฺปนฺนํ ปทโส ธมฺมํ
วาเจยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu anupasampannaṁ padaso dhammaṁ vāceyya pācittiyan”ti.