‹ กลับ
เรื่องพระอุทายี พระบัญญัติเรื่องอุบาสิกา พระอนุบัญญัติ ๑
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 298 · วิ.มหา.๒. ๒/๗๓๕๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๙๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- *บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ท่านพระอุทายีเป็นพระกุลุปกะในพระนครสาวัตถี เข้าไปสู่สกุลเป็นอันมาก. ครั้งหนึ่งเวลาเช้า ท่านพระอุทายีครองอันตรวาสก แล้วถือบาตรจีวร เข้าไปสู่สกุลแห่งหนึ่ง. เวลานั้นหญิงแม่เรือนนั่งอยู่ที่ประตูเรือน. หญิงสะใภ้ในเรือนนั่งอยู่ที่ ประตูห้องนอน. จึงท่านพระอุทายีเดินผ่านไปทางหญิงแม่เรือน แล้วแสดงธรรม ณ ที่ใกล้หูหญิง แม่เรือน. ขณะนั้น หญิงสะใภ้ในเรือนมีความสงสัยว่า พระสมณะนั้นเป็นชายชู้ของแม่ผัว หรือพูดเกี้ยว, ครั้นท่านพระอุทายีแสดงธรรม ณ ที่ใกล้หูหญิงแม่เรือนแล้ว, เดินผ่านไปทางหญิง สะใภ้ในเรือนแล้วแสดงธรรมในที่ใกล้หูหญิงสะใภ้ในเรือน. ฝ่ายหญิงแม่เรือนมีความสงสัยว่า พระสมณะนั้นเป็นชายชู้ของหญิงสะใภ้ในเรือน หรือพูดเกี้ยว, เมื่อท่านพระอุทายีแสดงธรรมใน ที่ใกล้หูหญิงสะใภ้ในเรือนกลับไปแล้ว. จึงหญิงแม่เรือนได้ถามหญิงสะใภ้ในเรือนว่า นี่ นางหนู พระสมณะนั้นได้พูดอะไรแก่เจ้า. หญิงสะใภ้ตอบว่า ท่านแสดงธรรมแก่ดิฉัน เจ้าค่ะ แล้วถามว่า ก็ท่านได้พูดอะไร แก่คุณแม่ เจ้าคะ. แม่ผัวตอบว่า แม้แก่เรา ท่านก็แสดงธรรม. สตรีทั้งสองนั้นต่างเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระคุณเจ้าอุทายี จึงได้แสดงธรรม ในที่ใกล้หูมาตุคามเล่า ธรรมดาพระธรรมกถึก ควรแสดงธรรมด้วยเสียงชัดเจนเปิดเผย มิใช่หรือ. ภิกษุทั้งหลายได้ยินสตรีทั้งสองนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนท่านพระอุทายีจึงได้แสดงธรรมแก่มาตุคามเล่า แล้วกราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ... พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามท่านพระอุทายีว่า ดูกรอุทายี ข่าวว่า เธอแสดงธรรม แก่มาตุคาม จริงหรือ? ท่านพระอุทายีรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ ไฉนเธอจึงได้แสดงธรรมแก่มาตุคาม เล่า การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อ ความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๕๖. ๗. ก. อนึ่ง ภิกษุใด แสดงธรรมแก่มาตุคาม เป็นปาจิตตีย์. ก็สิกขาบทนี้ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้ว แก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ ฉะนี้.
เทียบรายประโยค (31 ประโยค)
pc7:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.203 · พุทธชยันตี 2.1.66
pc7:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุทายิ สาวตฺถิยํ กุลูปโก โหติ พหุกานิ กุลานิ อุปสงฺกมติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā udāyī sāvatthiyaṁ kulūpako hoti, bahukāni kulāni upasaṅkamati.
pc7:1.3 #
อถโข อายสฺมา อุทายิ ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน อญฺญตรํ กุลํ เตนุปสงฺกมิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā udāyī pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya yena aññataraṁ kulaṁ tenupasaṅkami.
pc7:1.4 #
เตน โข ปน สมเยน ฆรณี นิเวสนทฺวาเร นิสินฺนา โหติ ฯ ฆรสุณฺหา อาวสถทฺวาเร นิสินฺนา โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena gharaṇī nivesanadvāre nisinnā hoti, gharasuṇhā āvasathadvāre nisinnā hoti.
pc7:1.5 #
อถโข อายสฺมา อุทายิ เยน ฆรณี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ฆรณิยา อุปกณฺณเก ธมฺมํ เทเสสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā udāyī yena gharaṇī tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā gharaṇiyā upakaṇṇake dhammaṁ desesi.
pc7:1.6 #
อถโข ฆรสุณฺหาย เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho gharasuṇhāya etadahosi—
pc7:1.7 #
กินฺนุ โข โส สมโณ สสฺสุยา ชาโร อุทาหุ โอภาสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ nu kho so samaṇo sassuyā jāro udāhu obhāsatī”ti?
pc7:1.8 #
อถโข อายสฺมา อุทายิ ฆรณิยา อุปกณฺณเก ธมฺมํ เทเสตฺวา เยน ฆรสุณฺหา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ฆรสุณฺหาย อุปกณฺณเก ธมฺมํ เทเสสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā udāyī gharaṇiyā upakaṇṇake dhammaṁ desetvā yena gharasuṇhā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā gharasuṇhāya upakaṇṇake dhammaṁ desesi.
อ้างอิงPTS 4.21 · สยามรัฐ 2.204
pc7:1.9 #
อถโข ฆรณิยา เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho gharaṇiyā etadahosi—
pc7:1.10 #
กินฺนุ โข โส สมโณ ฆรสุณฺหาย ชาโร อุทาหุ โอภาสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ nu kho so samaṇo gharasuṇhāya jāro udāhu obhāsatī”ti?
pc7:1.11 #
อถโข อายสฺมา อุทายิ ฆรสุณฺหาย อุปกณฺณเก ธมฺมํ เทเสตฺวา ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā udāyī gharasuṇhāya upakaṇṇake dhammaṁ desetvā pakkāmi.
pc7:1.12 #
อถโข ฆรณี ฆรสุณฺหํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho gharaṇī gharasuṇhaṁ etadavoca—
pc7:1.13 #
เห เช กึ เต โส ๑- สมโณ อโวจาติ ฯ✎ ร่าง
“he je, kiṁ te eso samaṇo avocā”ti?
pc7:1.14 #
ธมฺมํ เม อยฺเย เทเสสิ✎ ร่าง
“Dhammaṁ me, ayye, desesi”.
pc7:1.15 #
อยฺยาย ปน กึ อโวจาติ ฯ✎ ร่าง
“Ayyāya pana kiṁ avocā”ti?
pc7:1.16 #
มยฺหํปิ ธมฺมํ เทเสสีติ ฯ✎ ร่าง
“Mayhampi dhammaṁ desesī”ti.
pc7:1.17 #
ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Tā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
pc7:1.18 #
กถํ หิ นาม อยฺโย อุทายิ มาตุคามสฺส ๑- อุปกณฺณเก ธมฺมํ เทเสสฺสติ✎ ร่าง
“kathañhi nāma ayyo udāyī upakaṇṇake dhammaṁ desessati.
pc7:1.19 #
นนุ นาม วิสฺสฏฺเฐน วิวเฏน ธมฺโม เทเสตพฺโพติ ฯ✎ ร่าง
Nanu nāma vissaṭṭhena vivaṭena dhammo desetabbo”ti?
pc7:1.20 #
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู ตาสํ อิตฺถีนํ อุชฺฌายนฺตีนํ ขียนฺตีนํ วิปาเจนฺตีนํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tāsaṁ itthīnaṁ ujjhāyantīnaṁ khiyyantīnaṁ vipācentīnaṁ.
pc7:1.21 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
pc7:1.22 #
กถํ หิ นาม อายสฺมา อุทายิ มาตุคามสฺส ธมฺมํ เทเสสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma āyasmā udāyī mātugāmassa dhammaṁ desessatī”ti.
pc7:1.23 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū āyasmantaṁ udāyiṁ anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 88.33 · พุทธชยันตี 2.1.68
pc7:1.24 #
สจฺจํ กิร ตฺวํ อุทายิ มาตุคามสฺส ธมฺมํ เทเสสีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tvaṁ, udāyi, mātugāmassa dhammaṁ desesī”ti?
pc7:1.25 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
pc7:1.26 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
pc7:1.27 #
กถํ หิ นาม ตฺวํ โมฆปุริส มาตุคามสฺส ธมฺมํ เทเสสฺสสิ✎ ร่าง
kathañhi nāma tvaṁ, moghapurisa, mātugāmassa dhammaṁ desessasi.
pc7:1.28 #
เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ moghapurisa, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
pc7:1.29 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
pc7:1.30.1 #
โย ปน ภิกฺขุ มาตุคามสฺส ธมฺมํ เทเสยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu mātugāmassa dhammaṁ deseyya pācittiyan”ti.
pc7:1.31 #
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Evañcidaṁ bhagavatā bhikkhūnaṁ sikkhāpadaṁ paññattaṁ hoti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน