‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง[ว่าด้วย การเก็บจีวรไว้ได้เดือนหนึ่งเป็นอย่างยิ่ง]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 33 · วิ.มหา.๒. ๒/๓๘๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๓] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายทราบว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้รับ อกาลจีวรแล้วเก็บไว้ได้ โดยมีหวังว่าจะได้จีวรใหม่มาเพิ่มเติม จึงรับอกาลจีวรแล้วเก็บไว้เกิน หนึ่งเดือน. จีวรเหล่านั้นเธอห่อแขวนไว้ที่สายระเดียง. ท่านพระอานนท์เที่ยวจาริกไปตามเสนาสนะ ได้เห็นจีวรเหล่านั้น ซึ่งภิกษุทั้งหลาย ห่อแขวนไว้ที่สายระเดียง. ครั้นแล้วจึงถามภิกษุทั้งหลายว่า จีวรเหล่านี้ของใครห่อแขวนไว้ที่ สายระเดียง? ภิกษุเหล่านั้นตอบว่า อกาลจีวรเหล่านี้ของพวกกระผม พวกกระผมเก็บไว้ โดยมีหวัง ว่าจะได้จีวรใหม่มาเพิ่มเติม. อา. เก็บไว้นานเท่าไรแล้ว? ภิ. นานกว่าหนึ่งเดือน ขอรับ. ท่านพระอานนท์จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุทั้งหลายจึงได้รับอกาลจีวร แล้วเก็บไว้เกินหนึ่งเดือนเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าพวกภิกษุ รับอกาลจีวรแล้วเก็บไว้เกินหนึ่งเดือน จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำของภิกษุโมฆบุรุษ เหล่านั้นนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉนภิกษุ- *โมฆบุรุษเหล่านั้น จึงได้รับอกาลจีวรแล้วเก็บไว้เกินหนึ่งเดือนเล่า การกระทำของภิกษุโมฆบุรุษ เหล่านั้นนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของ ชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว โดยที่แท้ การกระทำของภิกษุโมฆบุรุษเหล่านั้นนั่น เป็นไปเพื่อความ ไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว. พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนภิกษุเหล่านั้น โดยอเนกปริยายดั่งนี้แล้ว ตรัสโทษแห่งความ เป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความ คลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย ทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุ ทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัย อำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิด ในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่ เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๒๒.๓. จีวรของภิกษุสำเร็จแล้ว กฐินเดาะเสียแล้ว อกาลจีวรเกิดขึ้นแก่ ภิกษุ ภิกษุหวังอยู่ก็พึงรับ ครั้นรับแล้ว พึงรีบให้ทำ ถ้าผ้านั้นมีไม่พอ เมื่อความ หวังว่าจะได้มีอยู่ ภิกษุนั้นพึงเก็บจีวรนั้นไว้ได้เดือนหนึ่งเป็นอย่างยิ่ง เพื่อจีวรที่ยัง บกพร่องจะได้พอกัน ถ้าเก็บไว้ยิ่งกว่ากำหนดนั้น แม้ความหวังว่าจะได้มีอยู่ ก็เป็น นิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เทียบรายประโยค (11 ประโยค)
np3:1.2.1 #
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ภควตา อนุญฺญาตํ อกาลจีวรํ ปฏิคฺคเหตฺวา จีวรปจฺจาสาย ๒- นิกฺขิปิตุนฺติ อกาลจีวรํ ๓-@เชิงอรรถ: ๑-๒ ม. ยุ. จีวรปจฺจาสา ฯ ๓ ม. ยุ. อกาลจีวรานิ ฯ ปฏิคฺคเหตฺวา อติเรกมาสํ นิกฺขิปนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū—“bhagavatā anuññātaṁ akālacīvaraṁ paṭiggahetvā cīvarapaccāsā nikkhipitun”ti akālacīvarāni paṭiggahetvā atirekamāsaṁ nikkhipanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.18
np3:1.2.2 #
ตานิ จีวรานิ จีวรวํเส ภณฺฑิกาพทฺธานิ ติฏฺฐนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tāni cīvarāni cīvaravaṁse bhaṇḍikābaddhāni tiṭṭhanti.
np3:1.2.3 #
อทฺทสา โข อายสฺมา อานนฺโท เสนาสนจาริกํ อาหิณฺฑนฺโต ตานิ จีวรานิ จีวรวํเส ภณฺฑิกาพทฺธานิ ฐิตานิ✎ ร่าง
Addasā kho āyasmā ānando senāsanacārikaṁ āhiṇḍanto tāni cīvarāni cīvaravaṁse bhaṇḍikābaddhāni tiṭṭhante.
np3:1.2.4 #
ทิสฺวาน ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Disvāna bhikkhū āmantesi—
np3:1.2.5 #
กสฺสิมานิ อาวุโส จีวรานิ จีวรวํเส ภณฺฑิกาพทฺธานิ ติฏฺฐนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“kassimāni, āvuso, cīvarāni cīvaravaṁse bhaṇḍikābaddhāni tiṭṭhantī”ti?
np3:1.3.1 #
อมฺหากํ อาวุโส อิมานิ ๒- อกาลจีวรานิ จีวรปจฺจาสาย ๓- นิกฺขิตฺตานีติ ฯ✎ ร่าง
“Amhākaṁ, āvuso, akālacīvarāni cīvarapaccāsā nikkhittānī”ti.
np3:1.3.2 #
กีวจิรํ ปนาวุโส อิมานิ จีวรานิ นิกฺขิตฺตานีติ ฯ✎ ร่าง
“Kīvaciraṁ panāvuso, imāni cīvarāni nikkhittānī”ti?
np3:1.3.3 #
อติเรกมาสํ อาวุโสติ ฯ✎ ร่าง
“Atirekamāsaṁ, āvuso”ti.
np3:1.3.4 #
อายสฺมา อานนฺโท อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ✎ ร่าง
Āyasmā ānando ujjhāyati khiyyati vipāceti—
np3:1.3.5 #
กถํ หิ นาม ภิกฺขู อกาลจีวรํ ปฏิคฺคเหตฺวา อติเรกมาสํ นิกฺขิปิสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma bhikkhū akālacīvaraṁ paṭiggahetvā atirekamāsaṁ nikkhipissantī”ti.
np3:1.3.6 #
อถโข อายสฺมา อานนฺโท✎ ร่าง
Atha kho āyasmā ānando te bhikkhū anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesi …pe…
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน