เนื้อความทั้งข้อ
[๓๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ
อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น อกาลจีวรเกิดแก่ภิกษุรูปหนึ่ง เธอจะทำจีวร
ก็ไม่พอ จึงเอาจีวรนั้นจุ่มน้ำตากแล้วดึงเป็นหลายครั้ง พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปตาม
เสนาสนะ ทอดพระเนตรเห็นเธอเอาจีวรนั้นจุ่มน้ำตากแล้วดึงเป็นหลายครั้ง จึงเสด็จเข้าไปหา
แล้วตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอจุ่มจีวรนี้ลงในน้ำแล้วดึงเป็นหลายครั้ง เพื่อประสงค์อะไร?
ภิกษุรูปนั้นกราบทูลว่า อกาลจีวรผืนนี้เกิดแก่ข้าพระพุทธเจ้า จะทำจีวรก็ไม่พอ เพราะ
ฉะนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงได้จุ่มจีวรนี้ตากแล้วดึงเป็นหลายครั้ง พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. ก็เธอยังมีหวังจะได้จีวรมาอีกหรือ?
ภิ. มี พระพุทธเจ้าข้า.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงกระทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ
แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้รับอกาลจีวร
แล้วเก็บไว้ได้ โดยมีหวังว่าจะได้จีวรใหม่มาเพิ่มเติม.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงPTS 3.203 · สยามรัฐ 2.17 · ฉัฏฐสังคายนา 87.312 · พุทธชยันตี 1.512
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส
ภิกฺขุโน อกาลจีวรํ อุปฺปนฺนํ โหติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññatarassa bhikkhuno akālacīvaraṁ uppannaṁ hoti.
ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ
นปฺปโหติ ฯ✎ ร่าง
Tassa taṁ cīvaraṁ kayiramānaṁ nappahoti.
อถโข โส ภิกฺขุ ตํ จีวรํ อุสฺสาเปตฺวา ปุนปฺปุนํ
วิมชฺชติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho so bhikkhu taṁ cīvaraṁ ussāpetvā punappunaṁ vimajjati.
อทฺทสา โข ภควา เสนาสนจาริกํ อาหิณฺฑนฺโต ตํ
ภิกฺขุํ ตํ จีวรํ อุสฺสาเปตฺวา ปุนปฺปุนํ วิมชฺชนฺตํ✎ ร่าง
Addasā kho bhagavā senāsanacārikaṁ āhiṇḍanto taṁ bhikkhuṁ taṁ cīvaraṁ ussāpetvā punappunaṁ vimajjantaṁ.
ทิสฺวาน เยน
โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Disvāna yena so bhikkhu tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā taṁ bhikkhuṁ etadavoca—
กิสฺส
ตฺวํ ภิกฺขุ อิมํ จีวรํ อุสฺสาเปตฺวา ปุนปฺปุนํ วิมชฺชสีติ ฯ✎ ร่าง
“kissa tvaṁ, bhikkhu, imaṁ cīvaraṁ ussāpetvā punappunaṁ vimajjasī”ti?
อิทํ
เม ภนฺเต อกาลจีวรํ อุปฺปนฺนํ✎ ร่าง
“Idaṁ me, bhante, akālacīvaraṁ uppannaṁ.
กยิรมานํ นปฺปโหติ✎ ร่าง
Kayiramānaṁ nappahoti.
เตนาหํ
อิมํ จีวรํ อุสฺสาเปตฺวา ปุนปฺปุนํ วิมชฺชามีติ ฯ✎ ร่าง
Tenāhaṁ imaṁ cīvaraṁ ussāpetvā punappunaṁ vimajjāmī”ti.
อตฺถิ ปน เต
ภิกฺขุ จีวรปจฺจาสาติ ฯ✎ ร่าง
“Atthi pana te, bhikkhu, cīvarapaccāsā”ti?
อตฺถิ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Atthi, bhagavā”ti.
อถโข ภควา เอตสฺมึ
นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā, bhikkhū āmantesi—
อนุชานามิ ภิกฺขเว อกาลจีวรํ ปฏิคฺคเหตฺวา จีวรปจฺจาสาย ๑-
นิกฺขิปิตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, akālacīvaraṁ paṭiggahetvā cīvarapaccāsā nikkhipitun”ti.