‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร[ว่าด้วย บอกอาบัติชั่วหยาบ]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 342 · วิ.มหา.๒. ๒/๘๔๐๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๔๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระอุปนันทศากยบุตร กำลังเป็นผู้ก่อการ ทะเลาะกับพระฉัพพัคคีย์ ท่านต้องอาบัติชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิ แล้วได้ขอปริวาสเพื่ออาบัติ นั้นต่อสงฆ์ๆ ได้ให้ปริวาสเพื่ออาบัตินั้นแก่ท่าน. ก็แลสมัยนั้น ในพระนครสาวัตถีมีสังฆภัต ของประชาชนหมู่หนึ่ง ท่านกำลังอยู่ปริวาส จึงนั่งท้ายอาสนะในโรงภัต พระฉัพพัคคีย์ได้กล่าว กะอุบาสกเหล่านั้นว่า ท่านทั้งหลาย ท่านพระอุปนันทศากยบุตรนั่น เป็นพระประจำตระกูลที่ พวกท่านสรรเสริญ ได้พยายามปล่อยอสุจิด้วยมือ บริโภคของที่เขาถวายด้วยศรัทธา ท่านต้อง อาบัติชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิแล้ว ได้ขออยู่ปริวาสเพื่ออาบัตินั้นต่อสงฆ์ๆ ได้ให้ปริวาสเพื่อ อาบัตินั้น แก่ท่านแล้ว ท่านกำลังอยู่ปริวาส จึงนั่งท้ายอาสนะ. บรรดาภิกษุที่มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็ เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระฉัพพัคคีย์จึงได้บอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุแก่อนุ- *ปสัมบันเล่า? แล้วกราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอบอกอาบัติ ชั่วหยาบของภิกษุแก่อนุปสัมบัน จริงหรือ? พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉน พวกเธอจึงบอก อาบัติชั่วหยาบของภิกษุแก่อนุปสัมบันเล่า? การกระทำของพวกเธอนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อม- *ใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๕๘. ๙. อนึ่ง ภิกษุใด บอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุ แก่อนุปสัมบัน เว้นไว้ แต่ภิกษุได้รับสมมติ, เป็นปาจิตตีย์.
เทียบรายประโยค (20 ประโยค)
pc9:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงPTS 4.31 · สยามรัฐ 2.225 · พุทธชยันตี 2.1.98
pc9:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต ฉพฺพคฺคิเยหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ภณฺฑนกโต โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā upanando sakyaputto chabbaggiyehi bhikkhūhi saddhiṁ bhaṇḍanakato hoti.
pc9:1.3 #
โส สญฺเจตนิกํ สุกฺกวิสฏฺฐึ อาปตฺตึ ๑- อาปชฺชิตฺวา สงฺฆํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสํ ยาจิ ฯ✎ ร่าง
So sañcetanikaṁ sukkavissaṭṭhiṁ āpattiṁ āpajjitvā saṅghaṁ tassā āpattiyā parivāsaṁ yāci.
pc9:1.4 #
ตสฺส สงฺโฆ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสํ อทาสิ ฯ✎ ร่าง
Tassa saṅgho tassā āpattiyā parivāsaṁ adāsi.
pc9:1.5 #
เตน โข ปน สมเยน สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺส ปูคสฺส สงฺฆภตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sāvatthiyaṁ aññatarassa pūgassa saṅghabhattaṁ hoti.
pc9:1.6 #
โส ปริวสนฺโต ภตฺตคฺเค อาสนปริยนฺเต นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
So parivasanto bhattagge āsanapariyante nisīdi.
pc9:1.7 #
ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู เต อุปาสเก เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Chabbaggiyā bhikkhū te upāsake etadavocuṁ—
pc9:1.8 #
เอโส อาวุโส อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต ตุมฺหากํ สมฺภาวิโต กุลูปโก เยเนว หตฺเถน สทฺธาเทยฺยํ ภุญฺชติ เตเนว หตฺเถน อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจติ✎ ร่าง
“eso, āvuso, āyasmā upanando sakyaputto tumhākaṁ sambhāvito kulūpako; yeneva hatthena saddhādeyyaṁ bhuñjati teneva hatthena upakkamitvā asuciṁ mocesi.
pc9:1.9 #
โส สญฺเจตนิกํ สุกฺกวิสฏฺฐึ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา สงฺฆํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสํ ยาจิ✎ ร่าง
So sañcetanikaṁ sukkavissaṭṭhiṁ āpattiṁ āpajjitvā saṅghaṁ tassā āpattiyā parivāsaṁ yāci.
pc9:1.10 #
ตสฺส สงฺโฆ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสํ อทาสิ✎ ร่าง
Tassa saṅgho tassā āpattiyā parivāsaṁ adāsi.
pc9:1.11 #
โส ปริวสนฺโต อาสนปริยนฺเต นิสินฺโนติ ฯ✎ ร่าง
So parivasanto āsanapariyante nisinno”ti.
pc9:1.12 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
อ้างอิงสยามรัฐ 2.226
pc9:1.13 #
กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ภิกฺขุสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ อนุปสมฺปนฺนสฺส อาโรเจสฺสนฺตีติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū bhikkhussa duṭṭhullaṁ āpattiṁ anupasampannassa ārocessantī”ti …pe…
pc9:1.14 #
สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ อนุปสมฺปนฺนสฺส อาโรเจถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, bhikkhussa duṭṭhullaṁ āpattiṁ anupasampannassa ārocethā”ti?
pc9:1.15 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
pc9:1.16 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
pc9:1.17 #
กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา ภิกฺขุสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ อนุปสมฺปนฺนสฺส อาโรเจสฺสถ✎ ร่าง
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, bhikkhussa duṭṭhullaṁ āpattiṁ anupasampannassa ārocessatha.
pc9:1.18 #
เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
pc9:1.19 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
pc9:1.20.1 #
โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ อนุปสมฺปนฺนสฺส อาโรเจยฺย อญฺญตฺร ภิกฺขุสมฺมติยา ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu bhikkhussa duṭṭhullaṁ āpattiṁ anupasampannassa āroceyya, aññatra bhikkhusammutiyā, pācittiyan”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน