เนื้อความทั้งข้อ
[๓๖๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน อันเป็น
สถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์. ครั้งนั้นท่านพระทัพพมัลลบุตรจัดแจง
เสนาสนะและแจกภัตรแก่สงฆ์. สมัยนั้น พระเมตติยะและพระภุมมชกะเป็นผู้บวชใหม่ และมี
บุญน้อย. เสนาสนะของสงฆ์ที่เลวและอาหารที่ทรามย่อมตกมาถึงเธอทั้งสอง. เธอทั้งสองจึงให้
ภิกษุทั้งหลายเพ่งโทษท่านพระทัพพมัลลบุตรว่า จัดเสนาสนะตามความพอใจ และแจกภัตรตาม
ความพอใจ. บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระเมตติยะ
และพระภุมมชกะจึงได้ให้ภิกษุทั้งหลายโพนทะนาท่านพระทัพพมัลลบุตรเล่า? แล้วกราบทูลเนื้อ
ความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค ... ทรงสอบถามพระเมตติยะและพระภุมมชกะว่า ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ข่าวว่าพวกเธอให้ภิกษุทั้งหลายโพนทะนาภิกษุทัพพมัลลบุตร จริงหรือ?
พระเมตติยะและพระภุมมชกะทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉน พวกเธอจึงให้ภิกษุ
ทั้งหลายเพ่งโทษภิกษุทัพพมัลลบุตร? การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของ
ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๖๒. ๓. ก. เป็นปาจิตตีย์ ในเพราะความเป็นผู้ให้โพนทะนา.
ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ
ฉะนี้.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน
กลนฺทกนิวาเป ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā rājagahe viharati veḷuvane kalandakanivāpe.
อ้างอิงPTS 4.38 · สยามรัฐ 2.240
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต
สงฺฆสฺส เสนาสนญฺจ ปญฺญาเปติ ๑- ภตฺตานิ จ อุทฺทิสติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā dabbo mallaputto saṅghassa senāsanañca paññapeti bhattāni ca uddisati.
เตน
โข ปน สมเยน เมตฺติยภุมฺมชกา ภิกฺขู นวกา เจว โหนฺติ
อปฺปปุญฺญา จ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena mettiyabhūmajakā bhikkhū navakā ceva honti appapuññā ca.
ยานิ สงฺฆสฺส ลามกานิ เสนาสนานิ ตานิ
เตสํ ปาปุณนฺติ ลามกานิ จ ภตฺตานิ ฯ✎ ร่าง
Yāni saṅghassa lāmakāni senāsanāni tāni tesaṁ pāpuṇanti lāmakāni ca bhattāni.
เต อายสฺมนฺตํ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ ภิกฺขู อุชฺฌาเปนฺติ✎ ร่าง
Te āyasmantaṁ dabbaṁ mallaputtaṁ bhikkhū ujjhāpenti—
ฉนฺทาย ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต เสนาสนํ ปญฺญาเปติ ฉนฺทาย จ
ภตฺตานิ อุทฺทิสตีติ ฯ✎ ร่าง
“chandāya dabbo mallaputto senāsanaṁ paññapeti, chandāya ca bhattāni uddisatī”ti.
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ
ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม เมตฺติยภุมฺมชกา ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ
ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ ภิกฺขู อุชฺฌาเปสฺสนฺตีติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต
เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อถโข ภควา ฯเปฯ เมตฺติยภุมฺมชเก ภิกฺขู
ปฏิปุจฺฉิ✎ ร่าง
“kathañhi nāma mettiyabhūmajakā bhikkhū āyasmantaṁ dabbaṁ mallaputtaṁ bhikkhū ujjhāpessantī”ti …pe…
สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ ภิกฺขู อุชฺฌาเปถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, dabbaṁ mallaputtaṁ bhikkhū ujjhāpethā”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา
ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ ภิกฺขู อุชฺฌาเปสฺสถ✎ ร่าง
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, dabbaṁ mallaputtaṁ bhikkhū ujjhāpessatha.
เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ
วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
อุชฺฌาปนเก ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Ujjhāpanake pācittiyan”ti.
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Evañcidaṁ bhagavatā bhikkhūnaṁ sikkhāpadaṁ paññattaṁ hoti.