เนื้อความทั้งข้อ
[๔๕๒] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุและภิกษุณีหลายรูปด้วยกัน จะพากันเดินทางไกลจาก
เมืองสาเกต ไปพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุณีพวกนั้นพบภิกษุ พวกเธอนั้นได้กล่าวคำนี้ว่า
แม้พวกดิฉันก็จักไปกับพวกพระคุณเจ้าด้วย.
ภิกษุพวกนั้นพูดว่า ดูกรน้องหญิง การชักชวนกันแล้วเดินทางไกลร่วมกันกับภิกษุณี
ไม่สมควร พวกเธอจะไปก่อน หรือพวกฉันจักไป
ภิกษุณีพวกนั้นตอบว่า พวกพระคุณเจ้าเป็นชายผู้ล้ำเลิศ, พระคุณเจ้านั่นแหละจงไปก่อน.
เมื่อภิกษุณีพวกนั้นเดินทางไปภายหลัง พวกโจรในระหว่างทางได้พากันแย่งชิงและ
ประทุษร้าย ครั้นภิกษุณีพวกนั้นไปถึงพระนครสาวัตถีแล้ว ได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุณีทั้งหลายๆ
ได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลายๆ ได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ
แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในหนทางที่จะต้องไปกับพวกเกวียน
รู้กันอยู่ว่าเป็นที่น่ารังเกียจ มีภัยเฉพาะหน้า เราอนุญาตให้ชักชวนกันแล้วเดินทางไกลร่วมกับ
ภิกษุณีได้.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๗๖.๗ ข. อนึ่ง ภิกษุใดชักชวนกันแล้วเดินทางไกลด้วยกันกับภิกษุณี โดย
ที่สุดแม้สิ้นระยะบ้านหนึ่ง เว้นไว้แต่สมัย เป็นปาจิตตีย์ นี้สมัยในเรื่องนั้น ทาง
เป็นที่จะต้องไปด้วยพวกเกวียน รู้กันอยู่ว่าเป็นที่น่ารังเกียจ มีภัยเฉพาะหน้า นี้สมัย
ในเรื่องนั้น.
เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย
จ สาเกตา สาวตฺถึ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺนา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sambahulā bhikkhū ca bhikkhuniyo ca sāketā sāvatthiṁ addhānamaggappaṭipannā honti.
อ้างอิงPTS 4.63 · สยามรัฐ 2.291 · พุทธชยันตี 2.1.182
อถโข ตา
ภิกฺขุนิโย เต ภิกฺขู ปสฺสิตฺวา เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho tā bhikkhuniyo te bhikkhū etadavocuṁ—
มยํปิ อยฺเยหิ สทฺธึ
คมิสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
“mayampi ayyehi saddhiṁ gamissāmā”ti.
น ภคินิ กปฺปติ ภิกฺขุนิยา สทฺธึ สํวิธาย
เอกทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺชิตุํ✎ ร่าง
“Na, bhaginī, kappati bhikkhuniyā saddhiṁ saṁvidhāya ekaddhānamaggaṁ paṭipajjituṁ.
ตุเมฺห วา ปฐมํ คจฺฉถ มยํ วา
คมิสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
Tumhe vā paṭhamaṁ gacchatha mayaṁ vā gamissāmā”ti.
อยฺยา ภนฺเต อคฺคปุริสา✎ ร่าง
“Ayyā, bhante, aggapurisā.
อยฺยา ว ปฐมํ คจฺฉนฺตูติ ฯ✎ ร่าง
Ayyāva paṭhamaṁ gacchantū”ti.
อถโข ตาสํ ภิกฺขุนีนํ ปจฺฉา คจฺฉนฺตีนํ อนฺตรามคฺเค โจรา อจฺฉินฺทึสุ
เจว ทูเสสุญฺจ ฯ✎ ร่าง
Atha kho tāsaṁ bhikkhunīnaṁ pacchā gacchantīnaṁ antarāmagge corā acchindiṁsu ca dūsesuñca.
อถโข ตา ภิกฺขุนิโย สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภิกฺขุนีนํ
เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho tā bhikkhuniyo sāvatthiṁ gantvā bhikkhunīnaṁ etamatthaṁ ārocesuṁ.
ภิกฺขุนิโย ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhuniyo bhikkhūnaṁ etamatthaṁ ārocesuṁ.
ภิกฺขู
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ
ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อนุชานามิ ภิกฺขเว
สตฺถคมนีเย มคฺเค สาสงฺกสมฺมเต สปฺปฏิภเย ภิกฺขุนิยา สทฺธึ
สํวิธาย เอกทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺชิตุํ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, satthagamanīye magge sāsaṅkasammate sappaṭibhaye bhikkhuniyā saddhiṁ saṁvidhāya ekaddhānamaggaṁ paṭipajjituṁ.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ
สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุนิยา สทฺธึ สํวิธาย เอกทฺธานมคฺคํ
ปฏิปชฺเชยฺย อนฺตมโส คามนฺตรมฺปิ อญฺญตฺร สมยา ปาจิตฺติยํ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu bhikkhuniyā saddhiṁ saṁvidhāya ekaddhānamaggaṁ paṭipajjeyya, antamaso gāmantarampi, aññatra samayā, pācittiyaṁ.
ตตฺถายํ สมโย สตฺถคมนีโย โหติ มคฺโค สาสงฺกสมฺมโต สปฺปฏิภโย
อยํ ตตฺถ สมโยติ ฯ✎ ร่าง
Tatthāyaṁ samayo. Satthagamanīyo hoti maggo sāsaṅkasammato sappaṭibhayo—ayaṁ tattha samayo”ti.