เนื้อความทั้งข้อ
[๔๕๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ
อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ชักชวนกันแล้ว โดยสารเรือ
ลำเดียวกับพวกภิกษุณี ประชาชนเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า พวกเราพร้อมด้วยภรรยาเล่นเรือ
ลำเดียวกันฉันใด พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้ชักชวนกันแล้ว เล่นเรือลำเดียวกับ
พวกภิกษุณี ก็ฉันนั้น ภิกษุทั้งหลายได้ยินประชาชนเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่. บรรดาที่เป็น
ผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์จึงได้ชักชวนกันแล้ว โดยสาร
เรือลำเดียวกับพวกภิกษุณีเล่า แล้วกราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า
พวกเธอชักชวนกันแล้ว โดยสารเรือลำเดียวกับภิกษุณีทั้งหลาย จริงหรือ?
พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงได้ชักชวนกันแล้ว
โดยสารเรือลำเดียวกับภิกษุณีทั้งหลายเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความ
เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๗๗.๘ ก. อนึ่ง ภิกษุใดชักชวนกันแล้ว โดยสารเรือลำเดียวกับภิกษุณี ขึ้นน้ำ
ไปก็ดี ล่องน้ำไปก็ดี เป็นปาจิตตีย์.
ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลายด้วยประการ
ฉะนี้.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.294
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู
ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สํวิธาย เอกนาวํ ๑- อภิรูหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhū bhikkhunīhi saddhiṁ saṁvidhāya ekaṁ nāvaṁ abhiruhanti.
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ
ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
ยเถว มยํ สปฺปชาปติกา เอกนาวาย ๒- กีฬาม
เอวเมวิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สํวิธาย เอกนาวาย ๓-
กีฬนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“yatheva mayaṁ sapajāpatikā nāvāya kīḷāma, evamevime samaṇā sakyaputtiyā bhikkhunīhi saddhiṁ saṁvidhāya nāvāya kīḷantī”ti.
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ
ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
อ้างอิงพุทธชยันตี 2.1.186
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต
อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู
ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สํวิธาย เอกนาวํ ๔- อภิรูหิสฺสนฺตีติ ฯ
{๔๕๖.๑} อถโข เค ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ
อถโข ภควา ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū bhikkhunīhi saddhiṁ saṁvidhāya ekaṁ nāvaṁ abhiruhissantī”ti …pe…
สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว
ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สํวิธาย เอกนาวํ อภิรูหถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, bhikkhunīhi saddhiṁ saṁvidhāya ekaṁ nāvaṁ abhiruhathā”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ
สํวิธาย เอกนาวํ อภิรูหิสฺสถ✎ ร่าง
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, bhikkhunīhi saddhiṁ saṁvidhāya ekaṁ nāvaṁ abhiruhissatha.
เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา
ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุนิยา สทฺธึ
สํวิธาย เอกนาวํ อภิรูเหยฺย ๕- อุทฺธคามินึ ๖- วา
@เชิงอรรถ: ๑-๔ ม. ยุ. เอกํ นาวํ ฯ เอวมีทิเสสุ ปเทสุ ฯ ๒-๓ ม. ยุ. นาวาย ฯ@๕ ม. อภิรุเหยฺย ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๖ อุทฺธงฺคามินินฺติปิ ปาโฐ ฯ
อโธคามินึ วา ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu bhikkhuniyā saddhiṁ saṁvidhāya ekaṁ nāvaṁ abhiruheyya, uddhaṅgāminiṁ vā adhogāminiṁ vā, pācittiyan”ti.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.295
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Evañcidaṁ bhagavatā bhikkhūnaṁ sikkhāpadaṁ paññattaṁ hoti.