เนื้อความทั้งข้อ
[๔๕๗] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุและภิกษุณีหลายรูปด้วยกันจะเดินทางไกลจากเมืองสาเกต
ไปพระนครสาวัตถี ระหว่างทางมีแม่น้ำที่จะต้องข้าม จึงภิกษุณีพวกนั้นได้กล่าวคำนี้กะภิกษุ
พวกนั้นว่า แม้พวกดิฉันก็จักข้ามไปกับด้วยพระคุณเจ้า.
ภิกษุพวกนั้นพูดว่า ดูกรน้องหญิง การชักชวนกันแล้วโดยสารเรือลำเดียวกันกับภิกษุณี
ไม่สมควร พวกเธอจักข้ามไปก่อน หรือพวกฉันจักข้ามไป
ภิกษุณีพวกนั้นตอบว่า พวกพระคุณเจ้าเป็นชายผู้ล้ำเลิศ, พระคุณเจ้านั่นแหละจงข้าม
ไปก่อน.
เมื่อภิกษุณีพวกนั้นข้ามไปภายหลัง, พวกโจรได้พากันแย่งชิงและประทุษร้าย. ครั้นภิกษุณี
พวกนั้นไปถึงพระนครสาวัตถีแล้ว ได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุณีทั้งหลายๆ ได้แจ้งเรื่องนั้นแก่พวก-
*ภิกษุๆ ได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ
แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในการข้ามฟาก เราอนุญาตให้
ชักชวนกันแล้ว โดยสารเรือลำเดียวกับภิกษุณีได้.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๗๗. ๘. ข. อนึ่ง ภิกษุใดชักชวนกันแล้ว โดยสารเรือลำเดียวกับภิกษุณี
ขึ้นน้ำไปก็ดี ล่องน้ำไปก็ดี เว้นไว้แต่ข้ามฟาก เป็นปาจิตตีย์.
เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ
สาเกตา สาวตฺถึ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺนา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sambahulā bhikkhū ca bhikkhuniyo ca sāketā sāvatthiṁ addhānamaggappaṭipannā honti.
อ้างอิงPTS 4.65 · ฉัฏฐสังคายนา 88.92
อนฺตรามคฺเค
นที อุตฺตริตพฺพา ๑- โหติ ฯ✎ ร่าง
Antarāmagge nadī taritabbā hoti.
อถโข ตา ภิกฺขุนิโย เต ภิกฺขู เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho tā bhikkhuniyo te bhikkhū etadavocuṁ—
มยํปิ อยฺเยหิ สทฺธึ อุตฺตริสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
“mayampi ayyehi saddhiṁ uttarissāmā”ti.
น ภคินิ กปฺปติ ภิกฺขุนิยา
สทฺธึ สํวิธาย เอกนาวํ อภิรูหิตุํ✎ ร่าง
“Na, bhaginī, kappati bhikkhuniyā saddhiṁ saṁvidhāya ekaṁ nāvaṁ abhiruhituṁ;
ตุเมฺห วา ปฐมํ อุตฺตรถ มยํ วา
อุตฺตริสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
tumhe vā paṭhamaṁ uttaratha mayaṁ vā uttarissāmā”ti.
อยฺยา ภนฺเต อคฺคปุริสา✎ ร่าง
“Ayyā, bhante, aggapurisā.
อยฺยา ว ปฐมํ
อุตฺตรนฺตูติ ฯ✎ ร่าง
Ayyāva paṭhamaṁ uttarantū”ti.
อถโข ตาสํ ภิกฺขุนีนํ ปจฺฉา อุตฺตรนฺตีนํ โจรา
อจฺฉินฺทึสุ เจว ทูเสสุญฺจ ฯ✎ ร่าง
Atha kho tāsaṁ bhikkhunīnaṁ pacchā uttarantīnaṁ corā acchindiṁsu ca dūsesuñca.
อถโข ตา ภิกฺขุนิโย สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภิกฺขุนีนํ
เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho tā bhikkhuniyo sāvatthiṁ gantvā bhikkhunīnaṁ etamatthaṁ ārocesuṁ.
ภิกฺขุนิโย ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhuniyo bhikkhūnaṁ etamatthaṁ ārocesuṁ.
ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน
เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อนุชานามิ
ภิกฺขเว ติริยนฺตรณาย ภิกฺขุนิยา สทฺธึ สํวิธาย เอกนาวํ อภิรูหิตุํ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, tiriyaṁ taraṇāya bhikkhuniyā saddhiṁ saṁvidhāya ekaṁ nāvaṁ abhiruhituṁ.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขุนิยา สทฺธึ สํวิธาย เอกนาวํ
อภิรูเหยฺย อุทฺธคามินึ วา อโธคามินึ วา อญฺญตฺร ติริยนฺตรณาย ๒-
ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu bhikkhuniyā saddhiṁ saṁvidhāya ekaṁ nāvaṁ abhiruheyya uddhaṅgāminiṁ vā adhogāminiṁ vā, aññatra tiriyaṁ taraṇāya, pācittiyan”ti.