เนื้อความทั้งข้อ
[๔๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน อันเป็นสถานที่
พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์. ครั้งนั้น ภิกษุณีอุปปลวัณณาอยู่ในพระนคร
สาวัตถี ครั้นเวลาเช้า นางครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังพระนครสาวัตถี
กลับจากบิณฑบาตในเวลาหลังอาหารแล้ว เดินเข้าไปทางป่าอันธวัน เพื่อพักผ่อนกลางวัน เข้าไป
ถึงป่าอันธวันแล้ว นั่งพักกลางวันที่โคนไม้แห่งหนึ่ง.
สมัยนั้น พวกโจรทำโจรกรรม ฆ่าแม่โคแล้วพากันถือเนื้อเข้าไปสู่ป่าอันธวัน. นายโจร
แลเห็นภิกษุณีอุปปลวัณณานั่งพักกลางวันอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่ง ครั้นแล้วจึงดำริว่า ถ้าพวกโจร
ลูกน้องของเราพบเข้า จักเบียดเบียนภิกษุณีนี้ แล้วได้เลี่ยงไปทางอื่น. ครั้นเมื่อเนื้อสุกแล้ว
นายโจรนั้นได้เลือกเนื้อชิ้นที่ดีๆ เอาใบไม้ห่อแขวนไว้ที่ต้นไม้ใกล้ภิกษุณีอุปปลวัณณาแล้วกล่าวว่า
เนื้อห่อนี้เราให้แล้วจริงๆ ผู้ใดเป็นสมณะหรือพราหมณ์ได้เห็น จงถือเอาไปเถิด ดังนี้แล้ว
หลีกไป.
ภิกษุณีอุปปลวัณณาออกจากสมาธิ ได้ยินนายโจรนั้นกล่าววาจานี้ จึงถือเอาเนื้อนั้นไปสู่
สำนัก. ครั้นราตรีนั้นผ่านไป นางทำเนื้อนั้นสำเร็จแล้ว ห่อด้วยผ้าอุตราสงค์ เหาะไปลงที่พระ-
*เวฬุวัน.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน
กลนฺทกนิวาเป ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā rājagahe viharati veḷuvane kalandakanivāpe.
อ้างอิงPTS 3.208 · สยามรัฐ 2.29 · ฉัฏฐสังคายนา 87.318 · พุทธชยันตี 1.522
เตน โข ปน สมเยน อุปฺปลวณฺณา ภิกฺขุนี
สาวตฺถิยํ วิหรติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena uppalavaṇṇā bhikkhunī sāvatthiyaṁ viharati.
อถโข อุปฺปลวณฺณา ภิกฺขุนี ปุพฺพณฺหสมยํ
นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ✎ ร่าง
Atha kho uppalavaṇṇā bhikkhunī pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya sāvatthiṁ piṇḍāya pāvisi.
สาวตฺถิยํ
ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา เยน อนฺธวนํ
เตนุปสงฺกมิ ทิวาวิหาราย✎ ร่าง
Sāvatthiyaṁ piṇḍāya caritvā pacchābhattaṁ piṇḍapātapaṭikkantā yena andhavanaṁ tenupasaṅkami divāvihārāya.
อนฺธวนํ อชฺโฌคาเหตฺวา อญฺญตรสฺมึ
รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Andhavanaṁ ajjhogāhetvā aññatarasmiṁ rukkhamūle divāvihāraṁ nisīdi.
เตน โข ปน สมเยน โจรา กตกมฺมา
คาวึ วธิตฺวา มํสํ คเหตฺวา อนฺธวนํ ปวิสึสุ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena corā katakammā gāviṁ vadhitvā maṁsaṁ gahetvā andhavanaṁ pavisiṁsu.
อทฺทสา โข โจรคามณิโก
อุปฺปลวณฺณํ ภิกฺขุนึ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสินฺนํ ฯ✎ ร่าง
Addasā kho coragāmaṇiko uppalavaṇṇaṁ bhikkhuniṁ aññatarasmiṁ rukkhamūle divāvihāraṁ nisinnaṁ.
ทิสฺวานสฺส เอตทโหสิ✎ ร่าง
Disvānassa etadahosi—
สเจ เม ปุตฺตภาติกา ๑- ปสฺสิสฺสนฺติ
วิเหฐยิสฺสนฺติ อิมํ ภิกฺขุนินฺติ✎ ร่าง
“sace me puttabhātukā passissanti viheṭhissanti imaṁ bhikkhunin”ti
อญฺเญน มคฺเคน อคมาสิ ฯ✎ ร่าง
aññena maggena agamāsi.
อถโข
โส โจรคามณิโก มํเส ปกฺเก วรมํสานิ คเหตฺวา ปณฺเณน ปุฏํ ๒-
พนฺธิตฺวา อุปฺปลวณฺณาย ภิกฺขุนิยา อวิทูเร รุกฺเข อาลคฺเคตฺวา✎ ร่าง
Atha kho so coragāmaṇiko maṁse pakke varamaṁsāni gahetvā paṇṇapuṭaṁ bandhitvā uppalavaṇṇāya bhikkhuniyā avidūre rukkhe ālaggetvā—
โย ปสฺสติ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ทินฺนํเยว หรตูติ วตฺวา
ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
“yo passati samaṇo vā brāhmaṇo vā dinnaṁyeva haratū”ti, vatvā pakkāmi.
อสฺโสสิ โข อุปปลวณฺณา ภิกฺขุนี สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา
ตสฺส โจรคามณิกสฺส อิมํ วาจํ ภาสมานสฺส ฯ✎ ร่าง
Assosi kho uppalavaṇṇā bhikkhunī samādhimhā vuṭṭhahitvā tassa coragāmaṇikassa imaṁ vācaṁ bhāsamānassa.
อถโข
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ปุตฺตภาตุกา ฯ ๒ ม. ยุ. ปณฺณปุฏํ ฯ
อุปฺปลวณฺณา ภิกฺขุนี ตํ มํสํ คเหตฺวา อุปสฺสยํ อคมาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho uppalavaṇṇā bhikkhunī taṁ maṁsaṁ gahetvā upassayaṁ agamāsi.
อถโข
อุปฺปลวณฺณา ภิกฺขุนี ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ตํ มํสํ สมฺปาเทตฺวา
อุตฺตราสงฺเคน ภณฺฑิกํ พนฺธิตฺวา เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา เวฬุวเน
ปจฺจุฏฺฐาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho uppalavaṇṇā bhikkhunī tassā rattiyā accayena taṁ maṁsaṁ sampādetvā uttarāsaṅgena bhaṇḍikaṁ bandhitvā vehāsaṁ abbhuggantvā veḷuvane paccuṭṭhāsi.