‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีอุปปลวัณณา[ว่าด้วย การรับจีวรจากมือภิกษุณี]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 47 · วิ.มหา.๒. ๒/๗๕๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๗] ก็โดยสมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคกำลังเสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังหมู่บ้าน. ท่าน พระอุทายีเหลืออยู่เฝ้าพระวิหาร. จึงภิกษุณีอุปปลวัณณาเข้าไปหาท่าน ครั้นแล้วถามว่า ท่านเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ไหน? ท่านพระอุทายีตอบว่า ดูกรน้องหญิง พระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังหมู่บ้าน. อุป. โปรดถวายเนื้อนี้แด่พระผู้มีพระภาค เจ้าข้า. อุทายี. ดูกรน้องหญิง พระผู้มีพระภาคทรงอิ่มเอิบด้วยเนื้อของเธอ ถ้าเธอถวายผ้า อันตรวาสกแก่อาตมา แม้อาตมาก็จะพึงอิ่มเอิบด้วยผ้าอันตรวาสกเหมือนเช่นนั้น. อุป. ท่านเจ้าข้า ความจริง พวกดิฉันชื่อว่ามาตุคาม มีลาภน้อย ทั้งผ้าผืนนี้ก็เป็นจีวร ผืนสุดท้ายที่ครบ ๕ ของดิฉัน ดิฉันถวายไม่ได้. อุทายี. ดูกรน้องหญิง เปรียบเหมือนบุรุษให้ช้างแล้ว ก็ควรสละสัปคับสำหรับช้างด้วย ฉันใด เธอก็ฉันนั้นเหมือนกันแล ถวายเนื้อแด่พระผู้มีพระภาคแล้ว ก็จงสละผ้าอันตรวาสก ถวายแก่อาตมา. ครั้นนางถูกท่านพระอุทายีแคะไค้ จึงได้ถวายผ้าอันตรวาสกแล้วกลับไปสู่สำนัก. ภิกษุณี ทั้งหลายที่คอยรับบาตรจีวรของภิกษุณีอุปปลวัณณาได้ถามว่า แม่เจ้า ผ้าอันตรวาสกของคุณแม่ อยู่ที่ไหน? นางได้เล่าเรื่องนั้นแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ภิกษุณีทั้งหลาย จึงพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระคุณเจ้าอุทายีจึงได้รับจีวรจากมือภิกษุณีเล่า เพราะมาตุคามมีลาภน้อย ครั้นแล้วภิกษุณีเหล่านั้นได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย. บรรดาภิกษุผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็ เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนท่านพระอุทายีจึงได้รับจีวรจากมือภิกษุณีเล่า แล้วกราบ ทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระอุทายีว่า ดูกรอุทายี ข่าวว่าเธอรับจีวรจากมือ ภิกษุณี จริงหรือ? ท่านพระอุทายีทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ภ. ดูกรอุทายี นางเป็นญาติของเธอ หรือมิใช่ญาติ? อุ. มิใช่ญาติ พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ บุรุษที่มิใช่ญาติ ย่อมไม่รู้การกระทำอันสมควร หรือไม่สมควร ของที่มีอยู่หรือไม่มีของสตรีที่มิใช่ญาติ เมื่อเป็นเช่นนั้น เธอยังรับจีวรจากมือ ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติได้ การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว โดยที่แท้ การกระทำของเธอนั่น เป็นไป เพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกที่ เลื่อมใสแล้ว. พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนท่านพระอุทายี โดยอเนกปริยายดั่งนี้แล้ว ตรัสโทษแห่งความ เป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความ คลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภ- *ความเพียร โดยอเนกปริยาย ทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัย อำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะ บังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่ง พระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๓๔. ๕. อนึ่ง ภิกษุใดรับจีวรจากมือภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์. ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ ฉะนี้.
เทียบรายประโยค (33 ประโยค)
np5:1.2.1 #
เตน โข ปน สมเยน ภควา คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhagavā gāmaṁ piṇḍāya paviṭṭho hoti.
อ้างอิงPTS 3.209 · สยามรัฐ 2.30 · พุทธชยันตี 1.524
np5:1.2.2 #
อายสฺมา อุทายิ โอหิยโก โหติ วิหารปาโล ฯ✎ ร่าง
Āyasmā udāyī ohiyyako hoti vihārapālo.
np5:1.2.3 #
อถโข อุปฺปลวณฺณา ภิกฺขุนี เยนายสฺมา อุทายิ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุทายึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho uppalavaṇṇā bhikkhunī yenāyasmā udāyī tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā āyasmantaṁ udāyiṁ etadavoca—
np5:1.2.4 #
กหํ ภนฺเต ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“kahaṁ, bhante, bhagavā”ti?
np5:1.2.5 #
ปวิฏฺโฐ ภคินิ ภควา คามํ ปิณฺฑายาติ ฯ✎ ร่าง
“Paviṭṭho, bhagini, bhagavā gāmaṁ piṇḍāyā”ti.
np5:1.2.6 #
อิมํ ภนฺเต มํสํ ภควโต เทหีติ ฯ✎ ร่าง
“Imaṁ, bhante, maṁsaṁ bhagavato dehī”ti.
np5:1.2.7 #
สนฺตปฺปิโต เต ๑- ภคินิ ภควา มํเสน✎ ร่าง
“Santappito tayā, bhagini, bhagavā maṁsena.
np5:3.1.2 #
yo yādiso …pe…
np5:1.2.8 #
สเจ เม ตฺวํ อนฺตรวาสกํ ทเทยฺยาสิ เอวมหมฺปิ ๒- สนฺตปฺปิโต ภเวยฺยํ อนฺตรวาสเกนาติ ฯ✎ ร่าง
Sace me tvaṁ antaravāsakaṁ dadeyyāsi, evaṁ ahampi santappito bhaveyyaṁ antaravāsakenā”ti.
np5:1.2.9 #
มยํ โข ภนฺเต มาตุคามา นาม กิจฺฉลาภา อิทญฺจ เม อนฺติมํ ปญฺจมํ จีวรํ✎ ร่าง
“Mayaṁ kho, bhante, mātugāmā nāma kicchalābhā. Idañca me antimaṁ pañcamaṁ cīvaraṁ.
np5:1.2.10 #
นาหํ ทสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
Nāhaṁ dassāmī”ti.
np5:1.2.11 #
เสยฺยถาปิ ภคินิ ปุริโส หตฺถึ ทตฺวา กจฺเฉ วิสฺสชฺเชยฺย✎ ร่าง
“Seyyathāpi, bhagini, puriso hatthiṁ datvā kacche sajjeyya;
np5:1.2.12 #
เอวเมว โข ตฺวํ ภคินิ ภควโต มํสํ ทตฺวา มยฺหํ ๔- อนฺตรวาสกํ วิสฺสชฺเชหีติ ๕- ฯ✎ ร่าง
evameva kho tvaṁ, bhagini, bhagavato maṁsaṁ datvā mayi antaravāsake sajjasī”ti.
np5:1.2.13 #
อถโข อุปฺปลวณฺณา ภิกฺขุนี อายสฺมตา อุทายินา นิปฺปีฬิยมานา อนฺตรวาสกํ ทตฺวา อุปสฺสยํ อคมาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho uppalavaṇṇā bhikkhunī āyasmatā udāyinā nippīḷiyamānā antaravāsakaṁ datvā upassayaṁ agamāsi.
np5:1.2.14 #
ภิกฺขุนิโย อุปฺปลวณฺณาย ภิกฺขุนิยา @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ตยา รามญฺญโปตฺถเก ปน น ทิสฺสติ ฯ ๒ เอวญฺจาหํปีติปิ ปาโฐ ฯ@๓ ม. ยุ. สชฺเชยฺย ฯ ๔ ม. ยุ. มยิ ฯ ๕ ม. ยุ. น สชฺชสีติ ฯ ปตฺตจีวรํ ปฏิคฺคณฺหนฺติโย อุปฺปลวณฺณํ ภิกฺขุนึ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Bhikkhuniyo uppalavaṇṇāya bhikkhuniyā pattacīvaraṁ paṭiggaṇhantiyo uppalavaṇṇaṁ bhikkhuniṁ etadavocuṁ—
np5:1.2.15 #
กหนฺเต อยฺเย อนฺตรวาสโกติ ฯ✎ ร่าง
“kahaṁ te, ayye, antaravāsako”ti?
np5:1.2.16 #
อุปฺปลวณฺณา ภิกฺขุนี ภิกฺขุนีนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Uppalavaṇṇā bhikkhunī bhikkhunīnaṁ etamatthaṁ ārocesi.
np5:1.2.17 #
ภิกฺขุนิโย อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Bhikkhuniyo ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np5:1.2.18 #
กถํ หิ นาม อยฺโย อุทายิ ภิกฺขุนิยา หตฺถโต ๑- จีวรํ ปฏิคฺคเหสฺสติ กิจฺฉลาโภ มาตุคาโมติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma ayyo udāyī bhikkhuniyā cīvaraṁ paṭiggahessati kicchalābho mātugāmo”ti.
np5:1.2.19 #
อถโข ตา ภิกฺขุนิโย ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho tā bhikkhuniyo bhikkhūnaṁ etamatthaṁ ārocesuṁ.
np5:1.2.20 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np5:1.2.21 #
กถํ หิ นาม อายสฺมา อุทายิ ภิกฺขุนิยา หตฺถโต ๒- จีวรํ ปริคฺคเหสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma āyasmā udāyī bhikkhuniyā cīvaraṁ paṭiggahessatī”ti.
np5:1.2.22 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū āyasmantaṁ udāyiṁ anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.319
np5:1.2.23 #
สจฺจํ กิร ตฺวํ อุทายิ ภิกฺขุนิยา หตฺถโต ๓- จีวรํ ปฏิคฺคเหสีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tvaṁ, udāyi, bhikkhuniyā cīvaraṁ paṭiggahesī”ti?
np5:1.2.24 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
np5:1.2.25 #
ญาติกา เต อุทายิ อญฺญาติกาติ ฯ✎ ร่าง
“Ñātikā te, udāyi, aññātikā”ti?
np5:1.2.26 #
อญฺญาติกา ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Aññātikā, bhagavā”ti.
np5:1.2.27 #
อญฺญาตโก โมฆปุริส อญฺญาติกาย น ชานาติ ปฏิรูปํ วา อปฺปฏิรูปํ วา สนฺตํ วา อสนฺตํ วา✎ ร่าง
“Aññātako, moghapurisa, aññātikāya na jānāti patirūpaṁ vā appatirūpaṁ vā santaṁ vā asantaṁ vā.
np5:1.2.28 #
ตตฺถ นาม ตฺวํ โมฆปุริส อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต จีวรํ ปฏิคฺคเหสฺสสิ✎ ร่าง
Tattha nāma tvaṁ, moghapurisa, aññātikāya bhikkhuniyā hatthato cīvaraṁ paṭiggahessasi.
np5:1.2.29 #
เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ moghapurisa, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
np5:1.2.30 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
np5:1.2.31.1 #
โย ปน ภิกฺขุ อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต จีวรํ ปฏิคฺคเณฺหยฺย นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu aññātikāya bhikkhuniyā hatthato cīvaraṁ paṭiggaṇheyya, nissaggiyaṁ pācittiyan”ti.
np5:1.2.32 #
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Evañcidaṁ bhagavatā bhikkhūnaṁ sikkhāpadaṁ paññattaṁ hoti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน