เนื้อความทั้งข้อ
[๔๗๐] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ
อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ณ สถานอันไม่ห่างจากพระนครสาวัตถีนั้น มีประชาชน
หมู่หนึ่งได้จัดตั้งอาหารไว้ในโรงทาน. พระฉัพพัคคีย์ครองผ้าเรียบร้อยแล้ว ถือบาตรจีวรเข้าไป
บิณฑบาตยังพระนครสาวัตถี, เมื่อไม่ได้อาหาร ได้พากันไปสู่โรงทาน. ประชาชนตั้งใจอังคาสด้วย
ดีใจว่า แม้ต่อนานๆ ท่านจึงได้มา. ครั้นวันที่ ๒ และวันที่ ๓ เวลาเช้า พระฉัพพัคคีย์ครอง
อันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังพระนครสาวัตถี, เมื่อไม่ได้อาหาร ได้พากัน
ไปฉันในโรงทาน. ครั้นแล้วได้ปรึกษากันว่า พวกเราจักพากันไปสู่อารามทำอะไรกัน แม้พรุ่งนี้
ก็จักต้องมาที่นี่อีก จึงพากันอยู่ในโรงทานนั้นแหละ, ฉันอาหารในโรงทานเป็นประจำ. พวก
เดียรถีย์พากันหลีกไป. ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพวกพระสมณะเชื้อสาย
พระศากยบุตร จึงได้อยู่ฉันอาหารในโรงทานเป็นประจำ อาหารในโรงทานเขามิได้จัดไว้เฉพาะ
ท่านเหล่านี้, เขาจัดไว้เพื่อคนทั่วๆ ไป.
ภิกษุทั้งหลายได้ยินประชาชนเหล่านั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่. บรรดาที่เป็นผู้มัก-
*น้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์จึงได้อยู่ฉันอาหารในโรงทาน
เป็นประจำเล่า ... .
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าพวกเธออยู่ฉัน-
*อาหารในโรงทานเป็นประจำ จริงหรือ?
พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงได้อยู่
ฉันอาหารในโรงทานเป็นประจำเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของ
ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... .
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๘๐.๑. ก. ภิกษุพึงฉันอาหารในโรงทานได้ครั้งหนึ่ง ถ้าฉันยิ่งกว่านั้น เป็น
ปาจิตตีย์.
ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ
ฉะนี้.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงPTS 4.70 · สยามรัฐ 2.305 · ฉัฏฐสังคายนา 88.98 · พุทธชยันตี 2.1.200
เตน โข ปน สมเยน สาวตฺถิยา
อวิทูเร อญฺญตรสฺส ปูคสฺส อาวสถปิณฺโฑ ปญฺญตฺโต โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sāvatthiyā avidūre aññatarassa pūgassa āvasathapiṇḍo paññatto hoti.
ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย
สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา ปิณฺฑํ อลภมานา อาวสถํ อคมํสุ ฯ✎ ร่าง
Chabbaggiyā bhikkhū pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya sāvatthiṁ piṇḍāya pavisitvā piṇḍaṁ alabhamānā āvasathaṁ agamaṁsu.
มนุสฺสา จิรสฺสาปิ ภทฺทนฺตา ๑- อาคตาติ สกฺกจฺจํ ปริวิสึสุ ฯ✎ ร่าง
Manussā—“cirassampi bhadantā āgatā”ti sakkaccaṁ parivisiṁsu.
อถโข ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ทุติยํปิ ทิวสํ ตติยํปิ ทิวสํ ปุพฺพณฺหสมยํ
นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา ปิณฺฑํ
อลภมานา อาวสถํ คนฺตฺวา ภุญฺชึสุ ฯ✎ ร่าง
Atha kho chabbaggiyā bhikkhū dutiyampi divasaṁ …pe… tatiyampi divasaṁ pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya sāvatthiṁ piṇḍāya pavisitvā piṇḍaṁ alabhamānā āvasathaṁ gantvā bhuñjiṁsu.
อถโข ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho chabbaggiyānaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—
กึ มยํ กริสฺสาม
อารามํ คตา ๒- ภ✎ ร่าง
“kiṁ mayaṁ karissāma ārāmaṁ gantvā.
ิยฺโยปิ อิเธว อาคนฺตพฺพํ ภวิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
Hiyyopi idheva āgantabbaṁ bhavissatī”ti,
ตตฺเถว
อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
tattheva anuvasitvā anuvasitvā āvasathapiṇḍaṁ bhuñjanti.
ติตฺถิยา อปสกฺกนฺติ ฯ✎ ร่าง
Titthiyā apasakkanti.
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา
อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชิสฺสนฺติ✎ ร่าง
“kathañhi nāma samaṇā sakyaputtiyā anuvasitvā anuvasitvā āvasathapiṇḍaṁ bhuñjissanti.
นยิเมสญฺเญว
อาวสถปิณฺโฑ ปญฺญตฺโต✎ ร่าง
Nayimesaññeva āvasathapiṇḍo paññatto;
สพฺเพสญฺเญว อาวสถปิณฺโฑ ปญฺญตฺโตติ ฯ✎ ร่าง
sabbesaññeva āvasathapiṇḍo paññatto”ti.
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ
วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.306
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา อาวสถปิณฺฑํ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. จิรสฺสมฺปิ ภทนฺตา ฯ ๒ ม. คนฺตฺวา ฯ
ภุญฺชิสฺสนฺตีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū anuvasitvā anuvasitvā āvasathapiṇḍaṁ bhuñjissantī”ti …pe…
สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา
อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, anuvasitvā anuvasitvā āvasathapiṇḍaṁ bhuñjathā”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา อาวสถปิณฺฑํ
ภุญฺชิสฺสถ✎ ร่าง
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, anuvasitvā anuvasitvā āvasathapiṇḍaṁ bhuñjissatha.
เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ
วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
เอโก อาวสถปิณฺโฑ ภุญฺชิตพฺโพ ตโต เจ อุตฺตรึ ๑-
ภุญฺเชยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Eko āvasathapiṇḍo bhuñjitabbo. Tato ce uttari bhuñjeyya, pācittiyan”ti.
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Evañcidaṁ bhagavatā bhikkhūnaṁ sikkhāpadaṁ paññattaṁ hoti.