เนื้อความทั้งข้อ
[๔๗๑] สมัยต่อมา ท่านพระสารีบุตร เดินทางไปพระนครสาวัตถีในโกศลชนบท ได้
ไปยังโรงทานแห่งหนึ่ง. ประชาชนตั้งใจอังคาสด้วยดีใจว่า แม้ต่อนานๆ พระเถระจึงได้มา.
ครั้นท่านพระสารีบุตรฉันอาหารแล้ว บังเกิดอาพาธหนัก ไม่สามารถจะหลีกไปจากโรงทานนั้นได้.
ครั้นวันที่ ๒ ประชาชนพวกนั้นได้กราบเรียนท่านว่า นิมนต์ฉันเถิด เจ้าข้า. จึงท่านพระสารีบุตร
รังเกียจอยู่ว่า พระผู้มีพระภาคทรงห้ามการอยู่ฉันอาหารในโรงทานเป็นประจำ ดังนี้ จึงไม่รับนิมนต์
ท่านได้ยอมอดอาหารแล้ว. ครั้นท่านเดินทางไปถึงพระนครสาวัตถีแล้ว ได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุ
ทั้งหลายๆ ได้กราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ
แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้อาพาธ
อยู่ฉันอาหารในโรงทานเป็นประจำได้.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๘๐.๑. ข. ภิกษุมิใช่ผู้อาพาธ พึงฉันอาหารในโรงทานได้ครั้งหนึ่ง ถ้าฉัน
ยิ่งกว่านั้น เป็นปาจิตตีย์.
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา สารีปุตฺโต โกสเลสุ
ชนปเทสุ ๒- สาวตฺถึ คจฺฉนฺโต เยน อญฺญตโร อาวสโถ
เตนุปสงฺกมิ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā sāriputto kosalesu janapade sāvatthiṁ gacchanto yena aññataro āvasatho tenupasaṅkami.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 88.99 · พุทธชยันตี 2.1.202
มนุสฺสา จิรสฺสาปิ ๓- เถโร อาคโตติ สกฺกจฺจํ ปริวิสึสุ ฯ✎ ร่าง
Manussā—“cirassampi thero āgato”ti sakkaccaṁ parivisiṁsu.
อถโข อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ภุตฺตาวิสฺส ขโร อาพาโธ อุปฺปชฺชิ ฯ
นาสกฺขิ ตมฺหา อาวสถา ปกฺกมิตุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmato sāriputtassa bhuttāvissa kharo ābādho uppajji, nāsakkhi tamhā āvasathā pakkamituṁ.
อถโข เต มนุสฺสา ทุติยมฺปิ
ทิวสํ อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho te manussā dutiyampi divasaṁ āyasmantaṁ sāriputtaṁ etadavocuṁ—
ภุญฺชถ ภนฺเตติ ฯ✎ ร่าง
“bhuñjatha, bhante”ti.
อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต✎ ร่าง
Atha kho āyasmā sāriputto—
ภควตา ปฏิกฺขิตฺตํ
อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชิตุนฺติ กุกฺกุจฺจายนฺโต
น ปฏิคฺคเหสิ✎ ร่าง
“bhagavatā paṭikkhittaṁ anuvasitvā anuvasitvā āvasathapiṇḍaṁ bhuñjitun”ti kukkuccāyanto na paṭiggahesi;
ฉินฺนภตฺโต อโหสิ ฯ✎ ร่าง
chinnabhatto ahosi.
อถโข อายสฺมา
สารีปุตฺโต สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā sāriputto sāvatthiṁ gantvā bhikkhūnaṁ etamatthaṁ ārocesi.
ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อถโข ภควา
เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อุตฺตริ ฯ ๒ ม. ชนปเท ฯ ๓ ม. จิรสฺสมฺปิ ฯ เอวมุปริปิ ฯ
อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อ้างอิงสยามรัฐ 2.307
อนุชานามิ ภิกฺขเว คิลาเนน ภิกฺขุนา อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา
อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชิตุํ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, gilānena bhikkhunā anuvasitvā anuvasitvā āvasathapiṇḍaṁ bhuñjituṁ.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
อคิลาเนน ภิกฺขุนา เอโก อาวสถปิณฺโฑ ภุญฺชิตพฺโพ
ตโต เจ อุตฺตรึ ภุญฺเชยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Agilānena bhikkhunā eko āvasathapiṇḍo bhuñjitabbo. Tato ce uttari bhuñjeyya, pācittiyan”ti.