เนื้อความทั้งข้อ
[๔๗๙] สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายพากันเดินทางไกลไปกับประชาชน คราวนั้นภิกษุ
เหล่านั้นได้บอกประชาชนพวกนั้นว่า โปรดรอสักครู่หนึ่งเถิดจ๊ะ พวกฉันจักไปบิณฑบาต.
ประชาชนพวกนั้นกล่าวนิมนต์อย่างนี้ว่า นิมนต์ฉันที่นี้แหละ เจ้าข้า.
ภิกษุทั้งหลายพากันรังเกียจไม่รับนิมนต์ด้วยอ้างว่า การฉันเป็นหมู่ พระผู้มีพระภาคทรง
ห้ามแล้ว แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตว่า ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ในคราวที่เดินทางไกล เราอนุญาตให้ฉันเป็นหมู่ได้.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๘๑.๒. จ. เว้นไว้แต่สมัย เป็นปาจิตตีย์ ในเพราะฉันเป็นหมู่ นี้สมัยใน
เรื่องนั้น คือ คราวอาพาธ คราวที่เป็นฤดูถวายจีวร คราวที่ทำจีวร คราวที่เดินทาง
ไกล นี้สมัยในเรื่องนั้น.
ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ
ฉะนี้.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู มนุสฺเสหิ สทฺธึ อทฺธานํ
คจฺฉนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū manussehi saddhiṁ addhānaṁ gacchanti.
อ้างอิงPTS 4.73 · ฉัฏฐสังคายนา 88.102
อถโข เต ภิกฺขู เต มนุสฺเส เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū te manusse etadavocuṁ—
มุหุตฺตํ อาวุโส
อาคเมถ ปิณฺฑาย จริสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
“muhuttaṁ, āvuso, āgametha; piṇḍāya carissāmā”ti.
เต เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Te evamāhaṁsu—
อิเธว ภนฺเต
ภุญฺชถาติ ฯ✎ ร่าง
“idheva, bhante, bhuñjathā”ti.
ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา น ปฏิคฺคณฺหนฺติ ปฏิกฺขิตฺตํ
ภควตา คณโภชนนฺติ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū kukkuccāyantā na paṭiggaṇhanti—“paṭikkhittaṁ bhagavatā gaṇabhojanan”ti.
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
อนุชานามิ ภิกฺขเว อทฺธานคมนสมเย คณโภชนํ ภุญฺชิตุํ✎ ร่าง
anujānāmi, bhikkhave, addhānagamanasamaye gaṇabhojanaṁ bhuñjituṁ.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
คณโภชเน อญฺญตฺร สมยา ปาจิตฺติยํ ฯ✎ ร่าง
“Gaṇabhojane, aññatra samayā, pācittiyaṁ.
ตตฺถายํ
สมโย คิลานสมโย จีวรทานสมโย จีวรการสมโย อทฺธานคมนสมโย
อยํ ตตฺถ สมโยติ ฯ✎ ร่าง
Tatthāyaṁ samayo. Gilānasamayo, cīvaradānasamayo, cīvarakārasamayo, addhānagamanasamayo—ayaṁ tattha samayo”ti.
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Evañcidaṁ bhagavatā bhikkhūnaṁ sikkhāpadaṁ paññattaṁ hoti.