เนื้อความทั้งข้อ
[๔๙] บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือผู้เช่นใด มีการงานอย่างใด มีชาติ
อย่างใด มีชื่ออย่างใด มีโคตรอย่างใด มีปกติอย่างใด มีธรรมเครื่องอยู่อย่างใด มีอารมณ์
อย่างใด เป็นเถระก็ตาม เป็นมัชฌิมะก็ตาม เป็นนวกะก็ตาม นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
อนึ่ง ... ใด.
บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้ขอ ชื่อว่า ภิกษุ
เพราะอรรถว่า ประพฤติภิกขาจริยวัตร ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า ทรงผืนผ้าที่ถูกทำลายแล้ว
ชื่อว่า ภิกษุ โดยสมญา ชื่อว่า ภิกษุ โดยปริญญา ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นเอหิภิกษุ
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้อุปสมบท แล้วด้วยไตรสรณคมน์ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะ
อรรถว่า เป็นผู้เจริญ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า มีสารธรรม ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า
เป็นพระเสขะ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นพระอเสขะ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า
เป็นผู้อันสงฆ์พร้อมเพรียงกันอุปสมบทให้ด้วยญัตติจตุตถกรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ
บรรดาภิกษุเหล่านั้น ภิกษุที่สงฆ์พร้อมเพรียงกันอุปสมบทให้ด้วยญัตติจตุตถกรรม อันไม่กำเริบ
ควรแก่ฐานะ นี้ ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้.
ที่ชื่อว่า ผู้มิใช่ญาติ คือไม่ใช่คนเนื่องถึงกัน ทางมารดาก็ดี ทางบิดาก็ดี ตลอด
๗ ชั่วอายุของบุรพชนก.
ที่ชื่อว่า ภิกษุณี ได้แก่สตรีผู้อุปสมบทแล้วในสงฆ์ ๒ ฝ่าย.
ที่ชื่อว่า จีวร ได้แก่จีวร ๖ ชนิด ชนิดใดชนิดหนึ่ง ซึ่งเข้าองค์กำหนดแห่งผ้าต้อง
วิกัปเป็นอย่างต่ำ.
บทว่า เว้นไว้แต่ของแลกเปลี่ยน คือ ยกเสียแต่จีวรที่แลกเปลี่ยนกัน.
ภิกษุรับ เป็นทุกกฏในประโยคที่รับ เป็นนิสสัคคีย์ด้วยได้จีวรมา ต้องเสียสละ
แก่สงฆ์ คณะ หรือบุคคล.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุพึงเสียสละจีวรนั้นอย่างนี้:-
ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่พรรษากว่า
นั่งกระโหย่ง ประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า:-
ท่านเจ้าข้า จีวรผืนนี้ของข้าพเจ้า รับมาแล้วจากมือภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ เว้น
แต่แลกเปลี่ยนกัน เป็นของจำจะสละ ข้าพเจ้าสละจีวรผืนนี้แก่สงฆ์.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่เสียสละ
ให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า จีวรผืนนี้ของภิกษุมีชื่อนี้เป็นของจำจะสละ
เธอสละแล้วแก่สงฆ์ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้จีวรผืนนี้แก่ภิกษุ
มีชื่อนี้.
ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุหลายรูป ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่พรรษา
กว่า นั่งกระโหย่ง ประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า:-
ท่านเจ้าข้า จีวรผืนนี้ของข้าพเจ้า รับมาแล้วจากมือภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ เว้นแต่
แลกเปลี่ยนกัน เป็นของจำจะสละ ข้าพเจ้าสละจีวรผืนนี้แก่ท่านทั้งหลาย.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่
เสียสละให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
ท่านทั้งหลาย ขอจงฟังข้าพเจ้า จีวรผืนนี้ของภิกษุมีชื่อนี้ เป็นของจำจะสละ
เธอสละแล้วแก่ท่านทั้งหลาย ถ้าความพร้อมพรั่งของท่านทั้งหลายถึงที่แล้ว ท่าน
ทั้งหลายพึงให้จีวรผืนนี้แก่ภิกษุมีชื่อนี้.
ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประนมมือ
กล่าวอย่างนี้ว่า:-
ท่าน จีวรผืนนี้ของข้าพเจ้า รับมาแล้วจากมือภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ เว้นแต่
แลกเปลี่ยนกัน เป็นของจำจะสละ ข้าพเจ้าสละจีวรผืนนี้แก่ท่าน.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้รับเสียสละนั้น พึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่เสียสละ
ให้ด้วยคำว่า ข้าพเจ้าให้จีวรผืนนี้แก่ท่าน ดังนี้.
โย ปนาติ โย ยาทิโส ฯเปฯ✎ ร่าง
Yo panāti
ภิกฺขูติ ฯ✎ ร่าง
bhikkhūti
เปฯ อยํ อิมสฺมึ
อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ ฯ✎ ร่าง
…pe… ayaṁ imasmiṁ atthe adhippeto bhikkhūti.
อญฺญาติกา นาม✎ ร่าง
Aññātikā nāma
มาติโต วา ปิติโต
วา ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา อสมฺพทฺธา ฯ✎ ร่าง
mātito vā pitito vā yāva sattamā pitāmahayugā asambaddhā.
ภิกฺขุนี นาม✎ ร่าง
Bhikkhunī nāma
อุภโตสงฺเฆ อุปสมฺปนฺนา ฯ✎ ร่าง
ubhatosaṅghe upasampannā.
จีวรํ นาม✎ ร่าง
Cīvaraṁ nāma
อ้างอิงPTS 3.210 · สยามรัฐ 2.32 · ฉัฏฐสังคายนา 87.320
ฉนฺนํ จีวรานํ
@เชิงอรรถ: ๑-๒ ม. ยุ. ปาริวตฺตกจีวรํ ฯ ๓ ม. ยุ. น ปฏิคฺคเหสฺสนฺตีติ ฯ ๔-๕ ม. ยุ.@ปาริวตฺตกํ ฯ ปาริวฏฺฏกจีวรนฺติปิ ปาโฐ ฯ ๖ ม. ยุ. ปาริวตฺตกา ฯ เอวมุปริปิ ฯ
อญฺญตรํ จีวรํ วิกปฺปนูปคํ ปจฺฉิมํ ๑- ฯ✎ ร่าง
channaṁ cīvarānaṁ aññataraṁ cīvaraṁ vikappanupagaṁ pacchimaṁ.
อญฺญตฺร ปาริวฏฺฏกาติ✎ ร่าง
Aññatra pārivattakāti
ฐเปตฺวา ปาริวฏฺฏกํ ฯ✎ ร่าง
ṭhapetvā pārivattakaṁ.
ปฏิคฺคณฺหาติ ปโยเค ทุกฺกฏํ✎ ร่าง
Paṭiggaṇhāti, payoge dukkaṭaṁ.
อ้างอิงพุทธชยันตี 1.526
ปฏิลาเภน
นิสฺสคฺคิยํ โหติ✎ ร่าง
Paṭilābhena nissaggiyaṁ hoti.
นิสฺสชฺชิตพฺพํ สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา ปุคฺคลสฺส
วา ฯ✎ ร่าง
Nissajjitabbaṁ saṅghassa vā gaṇassa vā puggalassa vā.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว นิสฺสชฺชิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, nissajjitabbaṁ.
อิทํ เม ภนฺเต จีวรํ
อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต ปฏิคฺคหิตํ อญฺญตฺร ปาริวฏฺฏกา
นิสฺสคฺคิยํ✎ ร่าง
idaṁ me, bhante, cīvaraṁ aññātikāya bhikkhuniyā hatthato paṭiggahitaṁ, aññatra pārivattakā, nissaggiyaṁ.
อิมาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
Imāhaṁ saṅghassa nissajjāmīti …pe…
ทเทยฺยาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
dadeyyāti …pe…
ทเทยฺยุนฺติ ฯเปฯ✎ ร่าง
dadeyyunti …pe…
อายสฺมโต ทมฺมีติ ฯ✎ ร่าง
āyasmato dammīti.