เนื้อความทั้งข้อ
[๔๘] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายตั้งรังเกียจ ไม่รับจีวรแลกเปลี่ยนของภิกษุณี
ทั้งหลาย ภิกษุณีทั้งหลาย จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระคุณเจ้าทั้งหลาย จึงไม่รับจีวร
แลกเปลี่ยนของพวกเรา ภิกษุทั้งหลายได้ยินภิกษุณีเหล่านั้น เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่
จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงกระทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ
แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้รับจีวร
แลกเปลี่ยนกันของสหธรรมิกทั้ง ๕ คือ ภิกษุ ภิกษุณี สิกขมานา สามเณร สามเณรี
เราอนุญาตให้รับจีวรแลกเปลี่ยนกันของสหธรรมิกทั้ง ๕ นี้.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๓๔.๕. ก. อนึ่ง ภิกษุใดรับจีวรจากมือภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ เว้นไว้แต่ของ
แลกเปลี่ยน เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา ภิกฺขุนีนํ@เชิงอรรถ: ๑-๒-๓ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ
ปาริวฏฺฏกจีวรํ ๑- นปฺปฏิคฺคณฺหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū kukkuccāyantā bhikkhunīnaṁ pārivattakacīvaraṁ na paṭiggaṇhanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.31
ภิกฺขุนิโย อุชฺฌายนฺติ
ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Bhikkhuniyo ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม อยฺยา อมฺหากํ ปาริวฏฺฏกจีวรํ ๒-
นปฺปฏิคฺคณฺหิสฺสนฺตีติ ๓- ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma ayyā amhākaṁ pārivattakacīvaraṁ na paṭiggahessantī”ti.
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู ตาสํ ภิกฺขุนีนํ
อุชฺฌายนฺตีนํ ขียนฺตีนํ วิปาเจนฺตีนํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tāsaṁ bhikkhunīnaṁ ujjhāyantīnaṁ khiyyantīnaṁ vipācentīnaṁ.
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต
เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ
ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อนุชานามิ ภิกฺขเว ปญฺจนฺนํ
ปาริวฏฺฏกํ ๔- ปฏิคฺคเหตุํ ภิกฺขุสฺส ภิกฺขุนิยา สิกฺขมานาย สามเณรสฺส
สามเณริยา✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, pañcannaṁ pārivattakaṁ paṭiggahetuṁ— bhikkhussa, bhikkhuniyā, sikkhamānāya, sāmaṇerassa, sāmaṇeriyā.
อนุชานามิ ภิกฺขเว อิเมสํ ปญฺจนฺนํ ปาริวฏฺฏกํ ๕-
ปฏิคฺคเหตุํ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, imesaṁ pañcannaṁ pārivattakaṁ paṭiggahetuṁ.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
โย ปน ภิกฺขุ อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต จีวรํ
ปฏิคคเณฺหยฺย อญฺญตฺร ปาริวฏฺฏกา ๖- นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu aññātikāya bhikkhuniyā hatthato cīvaraṁ paṭiggaṇheyya, aññatra pārivattakā, nissaggiyaṁ pācittiyan”ti.