เนื้อความทั้งข้อ
[๕๔๓] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ
อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ท่านพระอุปนันทศากยบุตรไปสู่เรือนของ
สหายแล้ว สำเร็จการนั่งในที่ลับกับภรรยาของเขาหนึ่งต่อหนึ่ง จึงบุรุษสหายนั้นเพ่งโทษ ติเตียน
โพนทะนาว่า ไฉน พระคุณเจ้าอุปนันทะจึงได้สำเร็จการนั่งในที่ลับกับภรรยาของเราหนึ่งต่อหนึ่งเล่า
ภิกษุทั้งหลายได้ยินบุรุษนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่าง
ก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ท่านพระอุปนันทศากยบุตร จึงได้สำเร็จการนั่งในที่ลับกับ
มาตุคาม หนึ่งต่อหนึ่งเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ...
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามท่านพระอุปนันทะว่า ดูกรอุปนันทะ ข่าวว่า เธอสำเร็จการนั่ง
ในที่ลับกับมาตุคามหนึ่งต่อหนึ่ง จริงหรือ?
ท่านพระอุปนันทะทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ ไฉนเธอจึงได้สำเร็จการนั่งในที่ลับ
กับมาตุคามหนึ่งต่อหนึ่งเล่า การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่
เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๙๔. ๕. อนึ่ง ภิกษุใด ผู้เดียว สำเร็จการนั่งในที่ลับกับมาตุคามผู้เดียว
เป็นปาจิตตีย์.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.359
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา
อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต สหายกสฺส ฆรํ คนฺตฺวา ตสฺส ปชาปติยา
สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปสิ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā upanando sakyaputto sahāyakassa gharaṁ gantvā tassa pajāpatiyā saddhiṁ eko ekāya raho nisajjaṁ kappesi.
อถโข โส ปุริโส
อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ✎ ร่าง
Atha kho so puriso ujjhāyati khiyyati vipāceti—
กถํ หิ นาม อยฺโย อุปนนฺโท มยฺหํ
ปชาปตยา สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma ayyo upanando mayhaṁ pajāpatiyā saddhiṁ eko ekāya raho nisajjaṁ kappessatī”ti.
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู ตสฺส ปุริสสฺส อุชฺฌายนฺตสฺส ขียนฺตสฺส
วิปาเจนฺตสฺส ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tassa purisassa ujjhāyantassa khiyyantassa vipācentassa.
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ
ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต
มาตุคาเมน สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปสฺสตีติ
ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma āyasmā upanando sakyaputto mātugāmena saddhiṁ eko ekāya raho nisajjaṁ kappessatī”ti …pe…
สจฺจํ กิร ตฺวํ อุปนนฺท มาตุคาเมน สทฺธึ เอโก เอกาย
รโห นิสชฺชํ กปฺเปสีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tvaṁ, upananda, mātugāmena saddhiṁ eko ekāya raho nisajjaṁ kappesī”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ตฺวํ โมฆปุริส มาตุคาเมน สทฺธึ เอโก เอกาย
รโห นิสชฺชํ กปฺเปสฺสสิ✎ ร่าง
kathañhi nāma tvaṁ, moghapurisa, mātugāmena saddhiṁ eko ekāya raho nisajjaṁ kappessasi.
เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย
ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisa, appasannānaṁ vā pāsādāya …pe…
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ
สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
โย ปน ภิกฺขุ มาตุคาเมน สทฺธึ เอโก เอกาย
รโห นิสชฺชํ กปฺเปยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu mātugāmena saddhiṁ eko ekāya raho nisajjaṁ kappeyya, pācittiyan”ti.