เนื้อความทั้งข้อ
[๕๕๖] ครั้นสมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์นุ่งห่มผ้าไม่เรียบร้อย ไม่สมบูรณ์ด้วยมรรยาท
ถูกมหานามศากยะกล่าวตำหนิว่า ทำไมท่านทั้งหลายจึงนุ่งห่มผ้าไม่เรียบร้อย ไม่สมบูรณ์ด้วย
มรรยาท, ธรรมเนียมบรรพชิตต้องนุ่งห่มผ้าให้เรียบร้อย ต้องสมบูรณ์ด้วยมรรยาท มิใช่หรือ?
พระฉัพพัคคีย์ผูกใจเจ็บในมหานามศากยะ ครั้นแล้วได้ปรึกษากันว่า ด้วยอุบายวิธีไหนหนอ?
เราจึงจะทำมหานามศากยะให้ได้รับความอัปยศ แล้วปรึกษากันต่อไปว่า อาวุโสทั้งหลาย มหานาม-
*ศากยะได้ปวารณาไว้ต่อสงฆ์ด้วยปัจจัยเภสัช พวกเราพากันไปขอเนยใสต่อมหานามศากยะเถิด
แล้วเข้าไปหามหานามศากยะกล่าวคำนี้ว่า อาตมภาพทั้งหลายต้องการเนยใส ๑ ทะนาน.
มหานามศากยะขอร้องว่า วันนี้ขอพระคุณเจ้าได้โปรดคอยก่อน คนทั้งหลายยังไปคอก
นำเนยใสมา พระคุณเจ้าทั้งหลายจักได้รับทันกาล.
แม้ครั้งที่สอง ...
แม้ครั้งที่สาม พระฉัพพัคคีย์ก็ได้กล่าวว่า อาตมภาพทั้งหลายต้องการเนยใส ๑ ทะนาน.
มหานามศากยะรับสั่งว่า วันนี้ขอพระคุณเจ้าทั้งหลาย ได้โปรดรอก่อน คนทั้งหลาย
ยังไปคอกนำเนยใสมา พระคุณเจ้าจักได้รับทันกาล พระฉัพพัคคีย์ต่อว่า จะมีประโยชน์อะไรด้วย
เนยใสที่ท่านไม่ประสงค์จะถวาย แต่ได้ปวารณาไว้ เพราะท่านปวารณาไว้แล้วไม่ถวาย.
จึงมหานามศากยะ เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ก็เมื่อฉันขอร้องพระคุณเจ้าว่า วันนี้
ขอพระคุณเจ้าทั้งหลายได้โปรดคอยก่อน ดังนี้ ไฉน พระคุณเจ้าจึงรอไม่ได้เล่า?
ภิกษุทั้งหลาย ได้ยินมหานามศากยะ เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็น
ผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า พระฉัพพัคคีย์อันมหานามศากยะ ขอร้องว่า
วันนี้ ขอพระคุณเจ้าทั้งหลายได้โปรดคอยอยู่ก่อน ดังนี้ ไฉนจึงคอยไม่ได้เล่า? แล้วกราบทูล
เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ...
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าพวกเธออัน
มหานามศากยะพูดขอร้องว่า วันนี้ขอพระคุณเจ้าทั้งหลายได้โปรดคอยก่อน ดังนี้ แล้วไม่คอย
จริงหรือ?
พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย พวกเธออันมหานามศากยะ
พูดขอร้องเช่นนั้นแล้ว ไฉนจึงคอยอยู่ไม่ได้เล่า? การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความ
เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๙๖. ๗. ภิกษุมิใช่ผู้อาพาธ พึงยินดีปวารณาด้วยปัจจัยเพียงสี่เดือน เว้นไว้
แต่ปวารณาอีก เว้นไว้แต่ปวารณาเป็นนิตย์ ถ้าเธอยินดียิ่งกว่านั้น เป็นปาจิตตีย์.
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ทุนฺนิวตฺถา
โหนฺติ ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhū dunnivatthā honti duppārutā anākappasampannā.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.370 · ฉัฏฐสังคายนา 88.140
มหานาเมน สกฺเกน วุตฺตา
โหนฺติ ๑- กิสฺส ตุเมฺห ภนฺเต ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา✎ ร่าง
Mahānāmo sakko vattā hoti—“kissa tumhe, bhante, dunnivatthā duppārutā anākappasampannā?
นนุ นาม ปพฺพชิเตน สุนิวตฺเถน ภวิตพฺพํ สุปารุเตน
อากปฺปสมฺปนฺเนนาติ ฯ✎ ร่าง
Nanu nāma pabbajitena sunivatthena bhavitabbaṁ supārutena ākappasampannenā”ti?
ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู มหานาเม สกฺเก อุปนนฺธึสุ ฯ✎ ร่าง
Chabbaggiyā bhikkhū mahānāme sakke upanandhiṁsu.
อถโข ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ เกน นุ โข
มยํ อุปาเยน มหานามํ สกฺกํ มงฺกุํ กเรยฺยามาติ ฯ อถโข
ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho chabbaggiyānaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—“kena nu kho mayaṁ upāyena mahānāmaṁ sakkaṁ maṅkuṁ kareyyāmā”ti? Atha kho chabbaggiyānaṁ bhikkhūnaṁ etadahosi—
มหานาเมน✎ ร่าง
“mahānāmena kho, āvuso, sakkena saṅgho bhesajjena pavārito. Handa mayaṁ, āvuso, mahānāmaṁ sakkaṁ sappiṁ viññāpemā”ti.
—
Atha kho chabbaggiyā bhikkhū yena mahānāmo sakko tenupasaṅkamiṁsu; upasaṅkamitvā mahānāmaṁ sakkaṁ etadavocuṁ—“doṇena, āvuso, sappinā attho”ti.
—
“Ajjaṇho, bhante, āgametha.
—
Manussā vajaṁ gatā sappiṁ āharituṁ.
—
Dutiyampi kho …pe…
อ้างอิงพุทธชยันตี 2.1.280
—
tatiyampi kho chabbaggiyā bhikkhū mahānāmaṁ sakkaṁ etadavocuṁ—“doṇena, āvuso, sappinā attho”ti.
—
“Ajjaṇho, bhante, āgametha.
—
Manussā vajaṁ gatā sappiṁ āharituṁ.
—
“Kiṁ pana tayā, āvuso, adātukāmena pavāritena, yaṁ tvaṁ pavāretvā na desī”ti.
—
Atha kho mahānāmo sakko ujjhāyati khiyyati vipāceti—“kathañhi nāma bhadantā—‘ajjaṇho, bhante, āgamethā’ti vuccamānā nāgamessantī”ti.
—
Assosuṁ kho bhikkhū mahānāmassa sakkassa ujjhāyantassa khiyyantassa vipācentassa.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.371
—
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
—
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū mahānāmena sakkena—‘ajjaṇho, bhante, āgamethā’ti vuccamānā nāgamessantī”ti …pe…
—
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, mahānāmena sakkena—‘ajjaṇho, bhante, āgamethā’ti vuccamānā nāgamethā”ti?
—
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
—
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, mahānāmena sakkena—“ajjaṇho, bhante, āgamethā”ti vuccamānā nāgamessatha.