‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์[ว่าด้วย การขอจีวรเกินกำหนด]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 58 · วิ.มหา.๒. ๒/๑๐๘๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์เข้าไปหาภิกษุทั้งหลายผู้มีจีวร ถูกชิงไป แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย การขอจีวรต่อพ่อเจ้าเรือนหรือแม่เจ้าเรือนผู้มิใช่ ญาติ พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตแก่ภิกษุผู้มีจีวรถูกชิงไป หรือผู้มีจีวรฉิบหายแล้ว ท่านทั้งหลาย จงขอจีวรเถิด. ภิกษุเหล่านั้นกล่าวว่า พอแล้ว ขอรับ พวกผมได้จีวรมาแล้ว. ฉ. พวกผมจะขอเพื่อประโยชน์ของพวกท่าน. ภิ. จงขอเถิด ขอรับ. ลำดับนั้น พระฉัพพัคคีย์เข้าไปหาพวกพ่อเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติ แล้วกล่าวคำนี้ว่า ท่าน- *ทั้งหลาย พวกภิกษุที่มีจีวรถูกชิงไปมาแล้ว ขอท่านทั้งหลายจงถวายจีวรแก่พวกเธอ ดังนี้แล้ว ขอจีวรได้มาเป็นอันมาก ครั้งนั้น บุรุษผู้หนึ่ง นั่งอยู่ในที่ชุมชน พูดกะบุรุษอีกผู้หนึ่งว่า พระคุณเจ้าทั้งหลาย ผู้มีจีวรถูกชิงไปมาแล้ว ข้าพเจ้าได้ถวายจีวรแก่ท่านเหล่านั้นแล้ว แม้บุรุษอีกผู้หนึ่งนั้นก็กล่าว อย่างนี้ว่า แม้ข้าพเจ้าก็ได้ถวายไปแล้ว แม้บุรุษอื่นอีกก็กล่าวอย่างนี้ว่า แม้ข้าพเจ้าก็ได้ถวายไป แล้ว บุรุษเหล่านั้น จึงพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร จึงไม่รู้จักประมาณ ขอจีวรมามากมายเล่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร จักทำการค้าผ้า หรือจัดตั้งร้านขายผ้า. ภิกษุทั้งหลายได้ยินชาวบ้านเหล่านั้น เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาภิกษุที่ เป็นผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์จึงได้ไม่รู้จักประมาณ ขอจีวรมามากมายเล่า แล้วกราบทูลเรื่อง นั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ แรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอไม่รู้จัก ประมาณ ขอจีวรมาไว้มากมาย จริงหรือ? พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉนพวกเธอจึงไม่รู้จัก ประมาณ ขอจีวรมาไว้มากมายเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของ ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว โดยที่แท้ การกระทำ ของพวกเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใสและเพื่อความเป็นอย่างอื่น ของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว. พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนพระฉัพพัคคีย์ โดยอเนกปริยายดังนี้แล้ว ตรัสโทษแห่ง ความเป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความจำกัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย ทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสม แก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัย อำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่อ อยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัด อาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความ เลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระ- *วินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๒๖. ๗. ถ้าพ่อเจ้าเรือนก็ดี แม่เจ้าเรือนก็ดี ผู้มิใช่ญาติ ปวารณาต่อภิกษุ นั้น ด้วยจีวรเป็นอันมาก เพื่อนำไปได้ตามใจ ภิกษุนั้นพึงยินดีจีวร มีอุตราสงค์ อันตรวาสกเป็นอย่างมาก จากจีวรเหล่านั้น ถ้ายินดียิ่งกว่านั้น เป็นนิสสัคคิย- *ปาจิตตีย์.
เทียบรายประโยค (31 ประโยค)
np7:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.40
np7:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อจฺฉินฺนจีวรเก ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทนฺติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhū acchinnacīvarake bhikkhū upasaṅkamitvā evaṁ vadanti—
np7:1.3 #
ภควตา อาวุโส อนุญฺญาตํ✎ ร่าง
“bhagavatā, āvuso, anuññātaṁ—
np7:1.4 #
อจฺฉินฺนจีวรสฺส วา นฏฺฐจีวรสฺส วา อญฺญาตกํ คหปตึ วา คหปตานึ วา จีวรํ วิญฺญาเปตุํ✎ ร่าง
‘acchinnacīvarassa vā naṭṭhacīvarassa vā aññātakaṁ gahapatiṁ vā gahapatāniṁ vā cīvaraṁ viññāpetuṁ’;
np7:1.5 #
วิญฺญาเปถ อาวุโส จีวรนฺติ ฯ✎ ร่าง
viññāpetha, āvuso, cīvaran”ti.
np7:1.6 #
อลํ อาวุโส ลทฺธํ อเมฺหหิ จีวรนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Alaṁ, āvuso, laddhaṁ amhehi cīvaran”ti.
np7:1.7 #
มยํ อาวุโส ๒- อายสฺมนฺตานํ อตฺถาย ๓- วิญฺญาเปมาติ ฯ✎ ร่าง
“Mayaṁ āyasmantānaṁ viññāpemā”ti.
np7:1.8 #
วิญฺญาเปถ อาวุโสติ ฯ✎ ร่าง
“Viññāpetha, āvuso”ti.
np7:1.9 #
อถโข ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อญฺญาตเก ๔- คหปติเก อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho chabbaggiyā bhikkhū gahapatike upasaṅkamitvā etadavocuṁ—
np7:1.10 #
อจฺฉินฺนจีวรกา อาวุโส ภิกฺขู อาคตา✎ ร่าง
“acchinnacīvarakā, āvuso, bhikkhū āgatā.
np7:1.11 #
เทถ เนสํ จีวรนฺติ✎ ร่าง
Detha nesaṁ cīvarānī”ti,
np7:1.12 #
พหุํ จีวรํ วิญฺญาเปสุํ ฯ✎ ร่าง
bahuṁ cīvaraṁ viññāpesuṁ.
np7:1.13 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ปุริโส สภายํ นิสินฺโน อญฺญตรํ ปุริสํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro puriso sabhāyaṁ nisinno aññataraṁ purisaṁ etadavoca—
อ้างอิงPTS 3.214 · สยามรัฐ 2.41 · ฉัฏฐสังคายนา 87.325
np7:1.14 #
อจฺฉินฺนจีวรกา อยฺยา ๖- อาคตา✎ ร่าง
“acchinnacīvarakā ayyo bhikkhū āgatā.
np7:1.15 #
เนสํ ๗- มยา จีวรํ ทินฺนนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tesaṁ mayā cīvaraṁ dinnan”ti.
np7:1.16 #
โสปิ เอวมาห มยาปิ ทินฺนนฺติ ฯ✎ ร่าง
Sopi evamāha—“mayāpi dinnan”ti.
np7:1.17 #
อปโรปิ เอวมาห มยาปิ ทินฺนนฺติ ฯ✎ ร่าง
Aparopi evamāha—“mayāpi dinnan”ti.
np7:1.18 #
เต @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. วทนฺติ ฯ ๒-๓-๔ ม. ยุ. อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ ๕ ม. ยุ. รา. จีวรานีติ ฯ@๖ ม. ยุ. อยฺโย ภิกฺขู ฯ เอวมีทิเส ฐาเนสุ ฯ ๗ ม. ยุ. เตสํ ฯ อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np7:1.19 #
กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา น มตฺตํ ชานิตฺวา พหุํ จีวรํ วิญฺญาเปสฺสนฺติ✎ ร่าง
“kathañhi nāma samaṇā sakyaputtiyā na mattaṁ jānitvā bahuṁ cīvaraṁ viññāpessanti,
np7:1.20 #
ทุสฺสวณิชฺชํ ๑- วา สมณา ๒- สกฺยปุตฺติยา กริสฺสนฺติ ปคฺคาหิกสาลํ วา ปสาเรสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
dussavāṇijjaṁ vā samaṇā sakyaputtiyā karissanti, paggāhikasālaṁ vā pasāressantī”ti.
np7:1.21 #
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
np7:1.22 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา สนฺตุฏฺฐา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np7:1.23 #
กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู น มตฺตํ ชานิตฺวา พหุํ จีวรํ วิญฺญาเปสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū na mattaṁ jānitvā bahuṁ cīvaraṁ viññāpessantī”ti.
np7:1.24 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū chabbaggiye bhikkhū anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
อ้างอิงพุทธชยันตี 1.534
np7:1.25 #
สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว น มตฺตํ ชานิตฺวา พหุํ จีวรํ วิญฺญาเปถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, na mattaṁ jānitvā bahuṁ cīvaraṁ viññāpethā”ti?
np7:1.26 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
np7:1.27 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
np7:1.28 #
กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา น มตฺตํ ชานิตฺวา พหุํ จีวรํ วิญฺญาเปสฺสถ✎ ร่าง
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, na mattaṁ jānitvā bahuṁ cīvaraṁ viññāpessatha.
np7:1.29 #
เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
np7:1.30 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
np7:1.31.1 #
ตญฺเจ อญฺญาตโก คหปติ วา คหปตานี วา พหูหิ จีวเรหิ อภิหฏฺฐุํ ปวาเรยฺย สนฺตรุตฺตรปรมนฺเตน ภิกฺขุนา ตโต จีวรํ สาทิตพฺพํ ตโต เจ อุตฺตรึ สาทิเยยฺย นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Tañce aññātako gahapati vā gahapatānī vā bahūhi cīvarehi abhihaṭṭhuṁ pavāreyya santaruttaraparamaṁ tena bhikkhunā tato cīvaraṁ sāditabbaṁ. Tato ce uttari sādiyeyya, nissaggiyaṁ pācittiyan”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน