‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๗ เรื่องพระฉัพพัคคีย์[ว่าด้วย การขอจีวรเกินกำหนด]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 59 · วิ.มหา.๒. ๒/๑๐๘๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๙] บทว่า ถ้า ... ต่อภิกษุนั้น ได้แก่ ภิกษุผู้มีจีวรถูกชิงไป. ที่ชื่อว่า ผู้มิใช่ญาติ คือไม่ใช่คนเนื่องถึงกัน ทางมารดาก็ดี ทางบิดาก็ดี ตลอด ๗ ชั่วอายุของบุรพชนก. ที่ชื่อว่า พ่อเจ้าเรือน ได้แก่ บุรุษผู้ครอบครองเรือน. ที่ชื่อว่า แม่เจ้าเรือน ได้แก่สตรีผู้ครอบครองเรือน. บทว่า ด้วยจีวรเป็นอันมาก คือ จีวรหลายผืน. บทว่า ปวารณา ... เพื่อนำไปได้ตามใจ คือ ปวารณาว่า ท่านต้องการจีวรเท่าใด ก็จงรับไปเท่านั้นเถิด. คำว่า ภิกษุนั้นพึงยินดีจีวรมีอุตราสงค์กับอันตรวาสกเป็นอย่างมาก จากจีวร เหล่านั้น ความว่า ถ้าจีวรหาย ๓ ผืน เธอพึงยินดีเพียง ๒ ผืน หาย ๒ ผืน พึงยินดีเพียง ผืนเดียว หายผืนเดียว อย่าพึงยินดีเลย. คำว่า ถ้ายินดียิ่งกว่านั้น ความว่า ขอมาได้มากกว่านั้น เป็นทุกกฏ ในประโยค ที่ยินดีเกินกำหนด เป็นนิสสัคคีย์ ด้วยได้จีวรมา ต้องเสียสละแก่สงฆ์ คณะ หรือบุคคล. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุพึงเสียสละจีวรนั้น อย่างนี้:- ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่พรรษากว่า นั่งกระโหย่ง ประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า:- ท่านเจ้าข้า จีวรผืนนี้ของข้าพเจ้า ขอแล้วเกินกำหนดต่อเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติ เป็นของจำจะสละ ข้าพเจ้าสละจีวรผืนนี้แก่สงฆ์. ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่ เสียสละให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า จีวรผืนนี้ของภิกษุมีชื่อนี้ เป็นของจำจะสละ เธอสละแล้วแก่สงฆ์ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้จีวรผืนนี้แก่ภิกษุ มีชื่อนี้. ภิกษุรูปนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุหลายรูป ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่ พรรษากว่า นั่งกระโหย่ง ประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า:- ท่านเจ้าข้า จีวรผืนนี้ของข้าพเจ้า ขอแล้วเกินกำหนดต่อเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติ เป็นของจำจะสละ ข้าพเจ้าสละจีวรผืนนี้แก่ท่านทั้งหลาย. ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่เสีย สละให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ท่านทั้งหลาย ขอจงฟังข้าพเจ้า จีวรผืนนี้ของภิกษุมีชื่อนี้ เป็นของจำจะสละ เธอสละแล้วแก่ท่านทั้งหลาย ถ้าความพร้อมพรั่งของท่านทั้งหลายถึงที่แล้ว ท่าน ทั้งหลายพึงให้จีวรผืนนี้ แก่ภิกษุมีชื่อนี้. ภิกษุรูปนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า:- ท่าน จีวรผืนนี้ของข้าพเจ้า ขอแล้วเกินกำหนด ต่อเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติ เป็น ของจำจะสละ ข้าพเจ้าสละจีวรผืนนี้แก่ท่าน. ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้รับเสียสละนั้น พึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่เสียสละ ให้ด้วยคำว่า ข้าพเจ้าให้จีวรผืนนี้แก่ท่าน ดังนี้.
เทียบรายประโยค (14 ประโยค)
np7:2.1.1 #
ตญฺเจติ✎ ร่าง
Tañceti
np7:2.1.2 #
อจฺฉินฺนจีวรกํ ภิกฺขุํ ฯ✎ ร่าง
acchinnacīvarakaṁ bhikkhuṁ.
np7:2.1.3 #
อญฺญาตโก นาม✎ ร่าง
Aññātako nāma
np7:2.1.4 #
มาติโต วา ปิติโต วา ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา อสมฺพทฺโธ ฯ✎ ร่าง
mātito vā pitito vā yāva sattamā pitāmahayugā asambaddho.
np7:2.1.5 #
คหปติ นาม✎ ร่าง
Gahapati nāma
np7:2.1.6 #
โย โกจิ อคารํ อชฺฌาวสติ ฯ✎ ร่าง
yo koci agāraṁ ajjhāvasati.
np7:2.1.7 #
คหปตานี นาม✎ ร่าง
Gahapatānī nāma
np7:2.1.8 #
ยา กาจิ อคารํ อชฺฌาวสติ ฯ✎ ร่าง
yā kāci agāraṁ ajjhāvasati.
np7:2.1.9 #
พหูหิ จีวเรหีติ✎ ร่าง
Bahūhi cīvarehīti
np7:2.1.10 #
พหุเกหิ จีวเรหิ ฯ✎ ร่าง
bahukehi cīvarehi.
np7:2.1.11 #
อภิหฏฺฐุํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ทุสฺสวาณิชฺชํ ฯ ๒ โป. ทุสฺสวาณิชา อิเม สมณา ฯ ปวาเรยฺยาติ✎ ร่าง
Abhihaṭṭhuṁ pavāreyyāti
อ้างอิงสยามรัฐ 2.42
np7:2.1.12 #
ยาวตกํ อิจฺฉสิ ตาวตกํ คณฺหาหีติ ฯ✎ ร่าง
yāvatakaṁ icchasi tāvatakaṁ gaṇhāhīti.
np7:2.1.13 #
สนฺตรุตฺตรปรมนฺเตน ภิกฺขุนา ตโต จีวรํ สาทิตพฺพนฺติ✎ ร่าง
Santaruttaraparamaṁ tena bhikkhunā tato cīvaraṁ sāditabbanti
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.326
np7:2.1.14 #
สเจ ตีณิ นฏฺฐานิ โหนฺติ เทฺว สาทิตพฺพานิ เทฺว นฏฺฐานิ เอกํ สาทิตพฺพํ เอกํ นฏฺฐํ น✎ ร่าง
sace tīṇi naṭṭhāni honti dve sāditabbāni, dve naṭṭhāni ekaṁ sāditabbaṁ, ekaṁ naṭṭhaṁ na kiñci sāditabbaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน