เนื้อความทั้งข้อ
[๖๐๕] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายอาพาธ บรรดาภิกษุผู้พยาบาลไข้ ได้ถาม
พวกภิกษุอาพาธว่า อาวุโสทั้งหลาย พออดทนได้หรือ? พอยังอัตภาพให้เป็นไปได้หรือ?
ภิกษุอาพาธตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย เมื่อก่อนพวกผมก่อไฟผิงได้ เพราะเหตุนั้นความ
ผาสุกจึงมีแก่พวกผม แต่บัดนี้ พวกผมรังเกียจอยู่ว่า พระผู้มีพระภาคทรงห้ามแล้ว จึงผิงไฟไม่ได้
เพราะเหตุนั้น ความผาสุกจึงไม่มีแก่พวกผม.
ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตว่า ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้อาพาธก่อเองก็ดี ให้ผู้อื่นก่อเองก็ดี ซึ่งไฟแล้วผิงได้ อนึ่ง
พวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๑๐๕. ๖. ก. อนึ่ง ภิกษุใด มิใช่ผู้อาพาธ มุ่งการผิง ติดก็ดี ให้ติดก็ดี
ซึ่งไฟ เป็นปาจิตตีย์.
ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ
ฉะนี้.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู คิลานา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū gilānā honti.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.396 · พุทธชยันตี 2.1.314
คิลานปุจฺฉกา ภิกฺขู คิลาเน ภิกฺขู เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Gilānapucchakā bhikkhū gilāne bhikkhū etadavocuṁ—
กจฺจาวุโส ขมนียํ
กจฺจิ ยาปนียนฺติ ฯ✎ ร่าง
“kaccāvuso, khamanīyaṁ, kacci yāpanīyan”ti?
ปุพฺเพ มยํ อาวุโส โชตึ สมาทหิตฺวา วิสิพฺเพม✎ ร่าง
“Pubbe mayaṁ, āvuso, jotiṁ samādahitvā visibbema;
เตน โน ผาสุ โหติ✎ ร่าง
tena no phāsu hoti.
อิทานิ ปน ภควตา ปฏิกฺขิตฺตนฺติ กุกฺกุจฺจายนฺตา
น วิสิพฺเพม เตน โน น ผาสุ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
Idāni pana ‘bhagavatā paṭikkhittan’ti kukkuccāyantā na visibbema, tena no na phāsu hotī”ti.
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
อนุชานามิ ภิกฺขเว คิลาเนน ภิกฺขุนา โชตึ สมาทหิตฺวา วา
สมาทหาเปตฺวา วา วิสิพฺเพตุํ✎ ร่าง
anujānāmi, bhikkhave, gilānena bhikkhunā jotiṁ samādahitvā vā samādahāpetvā vā visibbetuṁ.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ
อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
โย ปน ภิกฺขุ อคิลาโน วิสีวนาเปกฺโข โชตึ สมาทเหยฺย
วา สมาทหาเปยฺย วา ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu agilāno visibbanāpekkho jotiṁ samādaheyya vā samādahāpeyya vā, pācittiyan”ti.
อ้างอิงPTS 4.116
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Evañcidaṁ bhagavatā bhikkhūnaṁ sikkhāpadaṁ paññattaṁ hoti.