เนื้อความทั้งข้อ
[๖๕๐] พระผู้มีพระภาคทรงตื่นบรรทม ณ เวลาปัจจุสสมัยแห่งราตรี ได้ทรงสดับเสียง
เด็กๆ ครั้นแล้วตรัสเรียกท่านพระอานนท์มาตรัสถามว่า นั่นเสียงเด็กๆ หรือ อานนท์?
จึงท่านพระอานนท์ได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคแล้ว.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ใน
เพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุ
ทั้งหลายรู้อยู่ยังบุคคลมีอายุหย่อน ๒๐ ปี ให้อุปสมบท จริงหรือ?
ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉน โมฆบุรุษเหล่านั้นรู้อยู่
จึงได้ยังบุคคลมีอายุหย่อน ๒๐ ปี ให้อุปสมบทเล่า? เพราะบุคคลมีอายุหย่อน ๒๐ ปี เป็นผู้ไม่
อดทนต่อเย็น ร้อน หิวกระหาย เป็นผู้มีปกติไม่ทนทานต่อสัมผัสแห่ง เหลือบ ยุง ลมแดด
สัตว์เสือกคลาน ต่อคำกล่าวที่เขากล่าวร้าย อันมาแล้วไม่ดี ต่อทุกขเวทนาทางกาย อันกล้าแข็ง
เผ็ดร้อน ไม่เป็นที่ยินดี ไม่เป็นที่พอใจ อันอาจผลาญชีวิตได้ ที่เกิดขึ้นแล้ว อันบุคคลมีอายุ
ครบ ๒๐ ปีเท่านั้น จึงจะเป็นผู้อดทนต่อเย็น ร้อน หิวกระหาย เป็นผู้มีปกติทนทานต่อสัมผัส
แห่ง เหลือบ ยุง ลม แดด สัตว์เสือกคลาน ต่อคำกล่าวที่เขากล่าวร้าย อันมาแล้วไม่ดี
ต่อทุกขเวทนาทางกาย อันกล้าแข็ง เผ็ดร้อน ไม่เป็นที่ยินดี ไม่เป็นที่พอใจ อันอาจผลาญ
ชีวิตได้ที่เกิดขึ้นแล้ว การกระทำของโมฆบุรุษเหล่านั้นนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน
ที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๑๑๔. ๕. อนึ่ง ภิกษุใด รู้อยู่ ยังบุคคลมีปีหย่อน ๒๐ ให้อุปสมบท บุคคล
นั้นไม่เป็นอุปสัมบันด้วย ภิกษุทั้งหลายนั้นถูกติเตียนด้วย นี้เป็นปาจิตตีย์ในเรื่องนั้น.
อสฺโสสิ โข ภควา รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย
ทารกสทฺทํ✎ ร่าง
Assosi kho bhagavā rattiyā paccūsasamayaṁ paccuṭṭhāya dārakasaddaṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.423
สุตฺวาน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Sutvāna āyasmantaṁ ānandaṁ āmantesi—
กึ นุ โข
โส อานนฺท ทารกสทฺโทติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ nu kho so, ānanda, dārakasaddo”ti?
อถโข อายสฺมา อานนฺโท ภควโต
เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā ānando bhagavato etamatthaṁ ārocesi.
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ
ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe bhikkhusaṅghaṁ sannipātāpetvā bhikkhū paṭipucchi—
สจฺจํ กิร
ภิกฺขเว ภิกฺขู ชานํ อูนวีสติวสฺสํ ปุคฺคลํ อุปสมฺปาเทนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, bhikkhū jānaṁ ūnavīsativassaṁ puggalaṁ upasampādentī”ti?
อ้างอิงPTS 4.130
สจฺจํ
ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม เต ภิกฺขเว โมฆปุริสา
ชานํ อูนวีสติวสฺสํ ปุคฺคลํ อุปสมฺปาเทสฺสนฺติ✎ ร่าง
kathañhi nāma te, bhikkhave, moghapurisā jānaṁ ūnavīsativassaṁ puggalaṁ upasampādessanti.
อูนวีสติวสฺโส
ภิกฺขเว ปุคฺคโล อกฺขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺส ชิฆจฺฉาย ปิปาสาย
ฑํสมกสวาตาตปสิรึสปสมฺผสฺสานํ ๑- ทุรุตฺตานํ ทุราคตานํ
วจนปถานํ อุปฺปนฺนานํ สารีริกานํ เวทนานํ ทุกฺขานํ ติพฺพานํ
ขรานํ กฏุกานํ อสาตานํ อมนาปานํ ปาณหรานํ อนธิวาสกชาติโก
โหติ✎ ร่าง
Ūnakavīsativasso, bhikkhave, puggalo akkhamo hoti sītassa uṇhassa jighacchāya pipāsāya ḍaṁsamakasavātātapasarīsapasamphassānaṁ duruttānaṁ durāgatānaṁ vacanapathānaṁ uppannānaṁ sārīrikānaṁ vedanānaṁ dukkhānaṁ tibbānaṁ kharānaṁ kaṭukānaṁ asātānaṁ amanāpānaṁ pāṇaharānaṁ anadhivāsakajātiko hoti.
วีสติวสฺโส จ ๒- โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล ขโม โหติ สีตสฺส
อุณฺหสฺส ชิฆจฺฉาย ปิปาสาย ฑํสมกสวาตาตปสิรึสป-
สมฺผสฺสานํ ทุรุตฺตานํ ทุราคตานํ วจนปถานํ อุปฺปนฺนานํ
สารีริกานํ เวทนานํ ทุกฺขานํ ติพฺพานํ ขรานํ กฏุกานํ อสาตานํ
อมนาปานํ✎ ร่าง
Vīsativassova kho, bhikkhave, puggalo khamo hoti sītassa uṇhassa …pe…
ปาณหรานํ อธิวาสกชาติโก โหติ✎ ร่าง
pāṇaharānaṁ adhivāsakajātiko hoti.
เนตํ ภิกฺขเว
อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
โย ปน ภิกฺขุ ชานํ อูนวีสติวสฺสํ
ปุคฺคลํ อุปสมฺปาเทยฺย โส จ ปุคฺคโล
@เชิงอรรถ: ๑ ม. สพฺพตฺถ-สรีสป- ฯ ๒ ม. ว. ฯ
อนุปสมฺปนฺโน เต จ ภิกฺขู คารยฺหา อิทํ ตสฺมึ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu jānaṁ ūnavīsativassaṁ puggalaṁ upasampādeyya, so ca puggalo anupasampanno, te ca bhikkhū gārayhā, idaṁ tasmiṁ pācittiyan”ti.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.424