‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร[ว่าด้วย มูลค่าจีวรของเจ้าทรัพย์สองราย]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 66 · วิ.มหา.๒. ๒/๑๓๔๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น บุรุษผู้หนึ่งได้กล่าวคำนี้กะบุรุษผู้หนึ่งว่า ผมจักยังท่านพระอุปนันทให้ครองจีวร แม้บุรุษอีกผู้หนึ่งนั้น ก็กล่าวอย่างนี้ว่า แม้ผมก็จักยังท่าน พระอุปนันทให้ครองจีวร. ภิกษุรูปหนึ่งถือการเที่ยวบิณฑบาต ได้ยินถ้อยคำที่เจรจากันนี้ของบุรุษทั้งสองนั้น จึงเข้า ไปหาพระอุปนันทศากยบุตร. ครั้นแล้วได้กล่าวคำนี้กะท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า อาวุโส อุปนันท ท่านเป็นผู้มีบุญมาก ในสถานที่โน้น บุรุษผู้หนึ่งได้กล่าวคำนี้กะบุรุษอีกผู้หนึ่งว่า ผมจัก ยังท่านพระอุปนันทให้ครองจีวร แม้บุรุษอีกผู้หนึ่งนั้นได้กล่าวอย่างนี้ว่า แม้ผมก็จักยังท่านพระ- *อุปนันทให้ครองจีวร. ท่านพระอุปนันทกล่าวรับรองว่า มีขอรับ เขาทั้งสองนั้นเป็นอุปัฏฐากของผม. ครั้นแล้ว ท่านพระอุปนันทศากยบุตร ได้เข้าไปหาบุรุษทั้งสองคนนั้น แล้วสอบถามเขาว่า จริงหรือ ท่าน ทั้งหลาย ข่าวว่า ท่านทั้งสองประสงค์จะให้อาตมาครองจีวร? บุ. ความจริง พวกผมได้พูดกันไว้อย่างนี้ว่า จักยังท่านพระอุปนันทให้ครองจีวร. อุ. ถ้าท่านทั้งสองประสงค์จะให้อาตมาครองจีวร ก็จงให้ครองจีวรชนิดนี้เถิด เพราะจีวร ทั้งหลายที่อาตมาไม่ใช้ แม้ครองแล้วจักทำอะไรได้. บุรุษทั้งสองคนนั้น จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาขึ้นในขณะนั้นว่า พระสมณะเชื้อสาย พระศากยบุตรเหล่านี้ เป็นคนมักมาก ไม่สันโดษ จะให้ครองจีวรก็ทำได้ไม่ง่าย ไฉน พระคุณเจ้า อุปนันทอันพวกเราไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน จึงได้เข้ามาหาแล้วถึงการกำหนดในจีวรเล่า? ภิกษุทั้งหลายได้ยินบุรุษทั้งสองนั้น เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้ มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขาต่างก็เพ่งโทษ ติเตียนโพนทะนา ว่า ไฉนท่านพระอุปนันทศากยบุตรอันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน จึงได้เข้าไปหาพ่อเจ้าเรือนทั้งหลาย แล้วถึงการกำหนดในจีวรเล่า? แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรก เกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า ดูกรอุปนันท ข่าวว่าเธออันเขาไม่ได้ ปวารณาไว้ก่อน ได้เข้าไปหาพ่อเจ้าเรือนทั้งหลาย แล้วถึงการกำหนดในจีวร จริงหรือ? ท่านพระอุปนันทศากยบุตรทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ภ. ดูกรอุปนันท เขาเหล่านั้นเป็นญาติของเธอ หรือมิใช่ญาติ. อุ. มิใช่ญาติ พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ คนที่ไม่ใช่ญาติ ย่อมไม่รู้การกระทำ อันสมควรหรือไม่ควร ของที่มีอยู่ หรือไม่มี ของคนที่ไม่ใช่ญาติ เมื่อเป็นเช่นนั้น เธออันเขา ทั้งหลายไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน ยังเข้าไปหาพ่อเจ้าเรือนทั้งหลายผู้มิใช่ญาติ แล้วถึงการกำหนดใน จีวรได้ การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อ ความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว. โดยที่แท้ การกระทำของเธอนั่น เป็นไปเพื่อความ ไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว. พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนท่านพระอุปนันทศากยบุตร โดยอเนกปริยายดังนี้แล้ว ตรัสโทษแห่งความเป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคน ไม่สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคน บำรุงง่าย ความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่ สะสม การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย. ทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะ สมแก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำ นาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อ ข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดใน ปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อม ใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดง อย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๒๘.๙. อนึ่ง มีพ่อเจ้าเรือนก็ดี แม่เจ้าเรือนก็ดี ผู้มิใช่ญาติสองคน ตระ เตรียมทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรเฉพาะผืนๆ ไว้เฉพาะภิกษุว่า เราทั้งหลายจักจ่ายจีวร เฉพาะผืนๆ ด้วยทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรเฉพาะผืนๆ เหล่านี้แล้ว ยังภิกษุชื่อนี้ให้ ครองจีวรหลายผืนด้วยกัน, ถ้าภิกษุนั้นเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาแล้วถึงการ กำหนด ในจีวรในสำนักของเขาว่า ดีละ ขอท่านทั้งหลายจงจ่ายจีวรเช่นนั้นหรือเช่น นี้ ด้วยทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรเฉพาะผืนๆ เหล่านี้แล้ว ทั้งสองคนรวมกัน ยังรูปให้ ครองจีวรผืนเดียวเถิด เป็นนิสสัคคียปาจิตตีย์ ถือเอาความเป็นผู้ใคร่ในจีวรดี.ฯ
เทียบรายประโยค (40 ประโยค)
np9:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงPTS 3.218 · สยามรัฐ 2.49 · ฉัฏฐสังคายนา 87.330
np9:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ปุริโส อญฺญตรํ ปุริสํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro puriso aññataraṁ purisaṁ etadavoca—
np9:1.3 #
อยฺยํ อุปนนฺทํ จีวเรน อจฺฉาเทสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
“ayyaṁ upanandaṁ cīvarena acchādessāmī”ti.
np9:1.4 #
โสปิ เอวมาห✎ ร่าง
Sopi evamāha—
np9:1.5 #
อหมฺปิ อยฺยํ อุปนนฺทํ จีวเรน อจฺฉาเทสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
“ahampi ayyaṁ upanandaṁ cīvarena acchādessāmī”ti.
np9:1.6 #
อสฺโสสิ โข อญฺญตโร ปิณฺฑจาริโก ภิกฺขุ เตสํ ปุริสานํ อิมํ กถาสลฺลาปํ ฯ✎ ร่าง
Assosi kho aññataro piṇḍacāriko bhikkhu tesaṁ purisānaṁ imaṁ kathāsallāpaṁ.
np9:1.7 #
อถโข โส ภิกฺขุ เยนายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho so bhikkhu yenāyasmā upanando sakyaputto tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā āyasmantaṁ upanandaṁ sakyaputtaṁ etadavoca—
np9:1.8 #
มหาปุญฺโญสิ ตฺวํ อาวุโส อุปนนฺท✎ ร่าง
“mahāpuññosi tvaṁ, āvuso upananda.
np9:1.9 #
อมุกสฺมึ โอกาเส อญฺญตโร ปุริโส อญฺญตรํ ปุริสํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Amukasmiṁ okāse aññataro puriso aññataraṁ purisaṁ etadavoca—
np9:1.10 #
อยฺยํ อุปนนฺทํ จีวเรน อจฺฉาเทสฺสามีติ✎ ร่าง
‘ayyaṁ upanandaṁ cīvarena acchādessāmī’ti.
np9:1.11 #
โสปิ เอวมาห✎ ร่าง
Sopi evamāha—
np9:1.12 #
อหมฺปิ อยฺยํ อุปนนฺทํ จีวเรน อจฺฉาเทสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
‘ahampi ayyaṁ upanandaṁ cīvarena acchādessāmī’”ti.
np9:1.13 #
อตฺถาวุโส มํ เต อุปฏฺฐากาติ ฯ✎ ร่าง
“Atthāvuso, maṁ te upaṭṭhākā”ti.
np9:1.14 #
อถโข อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต เยน เต ปุริสา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เต ปุริเส เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā upanando sakyaputto yena te purisā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā te purise etadavoca—
อ้างอิงสยามรัฐ 2.50
np9:1.15 #
สจฺจํ กิร มํ ตุเมฺห อาวุโส จีวเรหิ อจฺฉาเทตุกามตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira maṁ tumhe, āvuso, cīvarehi acchādetukāmātthā”ti?
np9:1.16 #
อปิ นยฺย ๑- เอวํ โหติ✎ ร่าง
“Api nayya, evaṁ hoti—
np9:1.17 #
อยฺยํ อุปนนฺทํ จีวเรหิ อจฺฉาเทสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
‘ayyaṁ upanandaṁ cīvarehi acchādessāmā’”ti.
np9:1.18 #
สเจ โข มํ ตุเมฺห อาวุโส จีวเรหิ อจฺฉาเทตุกามตฺถ เอวรูเปน จีวเรน อจฺฉาเทถ✎ ร่าง
“Sace kho maṁ tumhe, āvuso, cīvarehi acchādetukāmāttha, evarūpena cīvarena acchādetha,
np9:1.19 #
กฺยาหํ เตหิ อจฺฉนฺโนปิ กริสฺสามิ ยานาหํ น @เชิงอรรถ: ๑ โน อยฺย อิติ ปทจฺเฉโท ฯ ปริภุญฺชิสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
kyāhaṁ tehi acchannopi karissāmi, yānāhaṁ na paribhuñjissāmī”ti.
np9:1.20 #
อถโข เต ปุริสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Atha kho te purisā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np9:1.21 #
มหิจฺฉา อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา อสนฺตุฏฺฐา✎ ร่าง
“mahicchā ime samaṇā sakyaputtiyā asantuṭṭhā.
np9:1.22 #
นยิเม สุกรา จีวเรหิ อจฺฉาเทตุํ✎ ร่าง
Nayime sukarā cīvarehi acchādetuṁ.
np9:1.23 #
กถํ หิ นาม อยฺโย อุปนนฺโท อเมฺหหิ ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
Kathañhi nāma ayyo upanando amhehi pubbe appavārito upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjissatī”ti.
np9:1.24 #
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ ปุริสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tesaṁ purisānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
np9:1.25 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np9:1.26 #
กถํ หิ นาม อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต ปุพฺเพ อปฺปวาริโต คหปติเก อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma āyasmā upanando sakyaputto pubbe appavārito gahapatike upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjissatī”ti.
np9:1.27 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū āyasmantaṁ upanandaṁ sakyaputtaṁ anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.331 · พุทธชยันตี 1.542
np9:1.28 #
สจฺจํ กิร ตฺวํ อุปนนฺท ปุพฺเพ อปฺปวาริโต คหปติเก อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชสีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tvaṁ, upananda, pubbe appavārito gahapatike upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjasī”ti?
np9:1.29 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
np9:1.30 #
ญาตกา เต อุปนนฺท อญฺญาตกาติ ฯ✎ ร่าง
“Ñātakā te, upananda, aññātakā”ti?
np9:1.31 #
อญฺญาตกา ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Aññātakā, bhagavā”ti.
np9:1.32 #
อญฺญาตโก โมฆปุริส อญฺญาตกานํ น ชานาติ ปฏิรูปํ วา อปฺปฏิรูปํ วา สนฺตํ วา อสนฺตํ วา✎ ร่าง
“Aññātako, moghapurisa, aññātakānaṁ na jānāti patirūpaṁ vā appatirūpaṁ vā santaṁ vā asantaṁ vā.
np9:1.33 #
ตตฺถ นาม ตฺวํ โมฆปุริส ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อญฺญาตเก คหปติเก อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชิสฺสสิ✎ ร่าง
Tattha nāma tvaṁ, moghapurisa, pubbe appavārito aññātake gahapatike upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjissasi.
np9:1.34 #
เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisa, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
np9:1.35 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
np9:1.36.1 #
ภิกฺขุํ ปเนว อุทฺทิสฺส อุภินฺนํ อญฺญาตกานํ คหปตีนํ วา คหปตานีนํ วา ปจฺเจกจีวรเจตาปนา อุปกฺขฏา โหนฺติ✎ ร่าง
“Bhikkhuṁ paneva uddissa ubhinnaṁ aññātakānaṁ gahapatīnaṁ vā gahapatānīnaṁ vā paccekacīvaracetāpannāni upakkhaṭāni honti—
อ้างอิงสยามรัฐ 2.51
np9:1.37 #
อิเมหิ มยํ ปจฺเจกจีวรเจตาปเนหิ ปจฺเจกจีวรานิ เจตาเปตฺวา อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวเรหิ อจฺฉาเทสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
‘imehi mayaṁ paccekacīvaracetāpannehi paccekacīvarāni cetāpetvā itthannāmaṁ bhikkhuṁ cīvarehi acchādessāmā’ti;
np9:1.38 #
ตตฺร เจ โส ภิกฺขุ ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺเชยฺย✎ ร่าง
tatra ce so bhikkhu pubbe appavārito upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpajjeyya—
np9:1.39 #
สาธุ วต มํ อายสฺมนฺโต อิเมหิ ปจฺเจกจีวรเจตาปเนหิ เอวรูปํ วา เอวรูปํ วา จีวรํ เจตาเปตฺวา อจฺฉาเทถ อุโภ ว สนฺตา เอเกนาติ✎ ร่าง
‘sādhu vata maṁ āyasmanto imehi paccekacīvaracetāpannehi evarūpaṁ vā evarūpaṁ vā cīvaraṁ cetāpetvā acchādetha, ubhova santā ekenā’ti,
np9:1.40 #
กลฺยาณกมฺยตํ อุปาทาย นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
kalyāṇakamyataṁ upādāya, nissaggiyaṁ pācittiyan”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน