‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร[ว่าด้วย มูลค่าจีวรของเจ้าทรัพย์สองราย]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 67 · วิ.มหา.๒. ๒/๑๓๔๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖๗] บทว่า อนึ่ง ... เฉพาะภิกษุ ความว่า เพื่อประโยชน์ของภิกษุคือทำภิกษุให้ เป็นอารมณ์แล้วใคร่จะให้ภิกษุครอง บทว่า สองคน คือสองคนด้วยกัน. ที่ชื่อว่า ผู้มิให้ญาติ คือ ไม่ใช่คนเนื่องถึงกัน ทางมารดาก็ดี ทางบิดาก็ดี ตลอด ๗ ชั่วอายุของบุรพชนก. ที่ชื่อว่า พ่อเจ้าเรือน ได้แก่บุรุษผู้ครอบครองเรือน. ที่ชื่อว่า แม่เจ้าเรือน ได้แก่สตรีผู้ครอบครองเรือน. ที่ชื่อว่า ทรัพย์สำหรับจ่ายจีวร ได้แก่ เงิน ทอง แก้วมณี แก้วมุกดา แก้วลาย แก้วผลึก ผ้า หรือฝ้าย. บทว่า ด้วยทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรเหล่านี้ คือ ด้วยทรัพย์ที่เขาจัดหาไว้เฉพาะ. บทว่า จ่าย คือ แลกเปลี่ยน. บทว่า ให้ครอง คือ จักถวาย. คำว่า ถ้าภิกษุนั้น ... ในสำนักของเขา ได้แก่ ภิกษุที่เขาทั้งสองคนตระเตรียมทรัพย์ สำหรับจ่ายจีวรไว้ถวายเฉพาะ. บทว่า เขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน คือ เป็นผู้อันเขาไม่ได้บอกไว้ก่อนว่า ท่านเจ้าข้า ท่านจะต้องการจีวรเช่นไร ผมจักจ่ายจีวรเช่นไรถวายท่าน. บทว่า เข้าไปหาแล้ว คือ ไปถึงเรือนแล้ว เข้าไปหาในที่แห่งใดแห่งหนึ่ง. บทว่า ถึงการกำหนดในจีวร คือ กำหนดว่า ขอให้ยาว ขอให้กว้าง ขอให้เนื้อแน่น หรือขอให้เนื้อละเอียด. บทว่า ด้วยทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรเหล่านี้ คือ ด้วยทรัพย์ที่เขาจัดหาไว้เฉพาะ. บทว่า เช่นนั้นหรือเช่นนี้ คือ ยาวหรือกว้าง เนื้อแน่นหรือเนื้อละเอียด. บทว่า จ่าย คือ แลกเปลี่ยน. บทว่า ยังรูปให้ครอง คือ จงให้. บทว่า ทั้งสองคนรวมกัน คือ รวมทรัพย์ทั้งสองรายเข้าเป็นรายเดียวกัน. บทว่า ถือเอาความเป็นผู้ใคร่ในจีวรดี คือมีความประสงค์ผ้าที่ดี ต้องการผ้าที่มี ราคาแพง เขาจ่ายจีวร ยาวก็ดี กว้างก็ดี เนื้อแน่นก็ดี เนื้อละเอียดก็ดี ตามคำของเธอเป็นทุกกฏใน ประโยคที่เขาจ่าย, เป็นนิสสัคคีย์ด้วยได้จีวรมา. ต้องเสียสละแก่สงฆ์ คณะ หรือบุคคล. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล ภิกษุพึงเสียสละจีวรนั้น อย่างนี้:- ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่พรรษากว่า นั่งกระหย่งประนมมือกล่าวอย่างนี้ว่า:- ท่านเจ้าข้า จีวรผืนนี้ของข้าพเจ้า เขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน ข้าพเจ้าเข้าไป หาเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติทั้งหลาย ถึงการกำหนดในจีวรเป็นของจำจะสละ, ข้าพเจ้า สละจีวรผืนนี้แก่สงฆ์. ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่เสียสละ ให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า. จีวรผืนนี้ของภิกษุมีชื่อนี้เป็นของจำ จะสละ, เธอสละแล้วแก่สงฆ์. ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว, สงฆ์พึงให้จีวรผืน นี้แก่ภิกษุมีชื่อนี้.ฯ ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุหลายรูป ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่ พรรษากว่า นั่งกระหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า:- ท่านเจ้าข้า จีวรผืนนี้ของข้าพเจ้า เขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน, ข้าพเจ้าเข้า ไปหาเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติทั้งหลาย ถึงการกำหนดในจีวรเป็นของจำจะสละ, ข้าพเจ้า สละจีวรผืนนี้แก่ท่านทั้งหลาย. ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่เสีย สละให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ท่านทั้งหลาย ขอจงฟังข้าพเจ้า. จีวรผืนนี้ของภิกษุมีชื่อนี้ เป็นของจำจะสละ, เธอสละแล้วแก่ท่านทั้งหลาย. ถ้าความพร้อมพรั่งของท่านทั้งหลายถึงที่แล้ว, ท่าน ทั้งหลายพึงให้จีวรผืนนี้ แก่ภิกษุชื่อนี้.ฯ ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า:- ท่าน จีวรผืนนี้ของข้าพเจ้า เขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน, ข้าพเจ้าเข้าไปหาเจ้า เรือนผู้มิใช่ญาติทั้งหลาย ถึงการกำหนดในจีวร เป็นของจำจะสละ, ข้าพเจ้าสละจีวร ผืนนี้แก่ท่าน. ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้รับเสียสละนั้น พึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่เสียสละ แล้วให้ด้วยคำว่า ข้าพเจ้าให้จีวรผืนนี้แก่ท่าน ดังนี้.ฯ
เทียบรายประโยค (48 ประโยค)
np9:2.1 #
ภิกฺขุํ ปเนว อุทฺทิสฺสาติ✎ ร่าง
Bhikkhuṁ paneva uddissāti
อ้างอิงPTS 3.219
np9:2.2 #
ภิกฺขุสฺสตฺถาย ภิกฺขุํ อารมฺมณํ กริตฺวา ภิกฺขุํ อจฺฉาเทตุกามา ฯ✎ ร่าง
bhikkhussatthāya, bhikkhuṁ ārammaṇaṁ karitvā, bhikkhuṁ acchādetukāmā.
np9:2.3 #
อุภินฺนนฺติ✎ ร่าง
Ubhinnanti
np9:2.4 #
ทฺวินฺนํ ฯ✎ ร่าง
dvinnaṁ.
np9:2.5 #
อญฺญาตกา นาม✎ ร่าง
Aññātakā nāma
np9:2.6 #
มาติโต วา ปิติโต วา ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา อสมฺพทฺธา ฯ✎ ร่าง
mātito vā pitito vā yāva sattamā pitāmahayugā asambaddhā.
np9:2.7 #
คหปตี นาม✎ ร่าง
Gahapatī nāma
np9:2.8 #
เย เกจิ อคารํ อชฺฌาวสนฺติ ฯ✎ ร่าง
ye keci agāraṁ ajjhāvasanti.
np9:2.9 #
คหปตานี นาม✎ ร่าง
Gahapatāniyo nāma
np9:2.10 #
ยา กาจิ อคารํ อชฺฌาวสนฺติ ฯ✎ ร่าง
yā kāci agāraṁ ajjhāvasanti.
np9:2.11 #
จีวรเจตาปนา นาม✎ ร่าง
Cīvaracetāpannāni nāma
np9:2.12 #
หิรญฺญา วา สุวณฺณา วา มณี วา มุตฺตา วา มสารคลฺลา ๓- วา ผลิกา วา ปฏกา วา สุตฺตา วา กปฺปาสา วา ฯ✎ ร่าง
hiraññā vā suvaṇṇā vā muttā vā maṇī vā pavāḷā vā phalikā vā paṭakā vā suttā vā kappāsā vā.
np9:2.13 #
อิเมหิ จีวรเจตาปเนหีติ✎ ร่าง
Imehi paccekacīvaracetāpannehīti
np9:2.14 #
ปจฺจุปฏฺฐิเตหิ ฯ✎ ร่าง
paccupaṭṭhitehi.
np9:2.15 #
เจตาเปตฺวาติ✎ ร่าง
Cetāpetvāti
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.332
np9:2.16 #
ปริวฏฺเฏตฺวา ฯ✎ ร่าง
parivattetvā.
np9:2.17 #
อจฺฉาเทสฺสามาติ✎ ร่าง
Acchādessāmāti
np9:2.18 #
ทสฺสาม ฯ✎ ร่าง
dassāma.
np9:2.19 #
ตตฺร เจ โส ภิกฺขูติ✎ ร่าง
Tatra ce so bhikkhūti
np9:2.20 #
ยํ ภิกฺขุํ อุทฺทิสฺส จีวรเจตาปนา อุปกฺขฏา โหนฺติ โส ภิกฺขุ ฯ✎ ร่าง
yaṁ bhikkhuṁ uddissa cīvaracetāpannāni upakkhaṭāni honti so bhikkhu.
np9:2.21 #
ปุพฺเพ อปฺปวาริโตติ✎ ร่าง
Pubbe appavāritoti
อ้างอิงสยามรัฐ 2.52
np9:2.22 #
ปุพฺเพ อวุตฺโต โหติ กีทิเสน เต ภนฺเต จีวเรน อตฺโถ กีทิสํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. คหปติกา ฯ ๒ ม. ยุ. คหปตานิโย นาม ฯ ๓ ม. ยุ. มุตฺตา วา@มณี วา ปวาฬา วา ฯ เต จีวรํ เจตาเปสฺสามาติ ๑- ฯ✎ ร่าง
pubbe avutto hoti— “kīdisena te, bhante, cīvarena attho, kīdisaṁ te cīvaraṁ cetāpemā”ti.
np9:2.23 #
อุปสงฺกมิตฺวาติ✎ ร่าง
Upasaṅkamitvāti
np9:2.24 #
ฆรํ คนฺตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ อุปสงฺกมิตฺวา ฯ✎ ร่าง
gharaṁ gantvā yattha katthaci upasaṅkamitvā.
np9:2.25 #
จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺเชยฺยาติ✎ ร่าง
Cīvare vikappaṁ āpajjeyyāti
อ้างอิงพุทธชยันตี 1.544
np9:2.26 #
อายตํ วา โหตุ วิตฺถตํ วา อปฺปิตํ วา สณฺหํ วา ฯ✎ ร่าง
āyataṁ vā hotu vitthataṁ vā appitaṁ vā saṇhaṁ vā.
np9:2.27 #
อิเมหิ จีวรเจตาปเนหีติ✎ ร่าง
Imehi paccekacīvaracetāpannehīti
np9:2.28 #
ปจฺจุปฏฺฐิเตหิ ฯ✎ ร่าง
paccupaṭṭhitehi.
np9:2.29 #
เอวรูปํ วา เอวรูปํ วาติ✎ ร่าง
Evarūpaṁ vā evarūpaṁ vāti
np9:2.30 #
อายตํ วา วิตฺถตํ วา อปฺปิตํ วา สณฺหํ วา ฯ✎ ร่าง
āyataṁ vā vitthataṁ vā appitaṁ vā saṇhaṁ vā.
np9:2.31 #
เจตาเปตฺวาติ✎ ร่าง
Cetāpetvāti
np9:2.32 #
ปริวฏฺเฏตฺวา ฯ✎ ร่าง
parivattetvā.
np9:2.33 #
อจฺฉาเทถาติ✎ ร่าง
Acchādethāti
np9:2.34 #
ทชฺเชถ ฯ✎ ร่าง
dajjetha.
np9:2.35 #
อุโภ ว สนฺตา เอเกนาติ✎ ร่าง
Ubhova santā ekenāti
np9:2.36 #
เทฺวปิ เอเกน ฯ✎ ร่าง
dvepi janā ekena.
np9:2.37 #
กลฺยาณกมฺยตํ อุปาทายาติ✎ ร่าง
Kalyāṇakamyataṁ upādāyāti
np9:2.38 #
สาธุตฺถิโก มหคฺฆตฺถิโก ฯ✎ ร่าง
sādhatthiko mahagghatthiko.
np9:2.39 #
ตสฺส วจเนน อายตํ วา วิตฺถตํ วา อปฺปิตํ วา สณฺหํ วา เจตาเปนฺติ ปโยเค ทุกฺกฏํ✎ ร่าง
Tassa vacanena āyataṁ vā vitthataṁ vā appitaṁ vā saṇhaṁ vā cetāpenti, payoge dukkaṭaṁ.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.333
np9:2.40 #
ปฏิลาเภน นิสฺสคฺคิยํ โหติ✎ ร่าง
Paṭilābhena nissaggiyaṁ hoti.
np9:2.41 #
นิสฺสชฺชิตพฺพํ สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา ฯ✎ ร่าง
Nissajjitabbaṁ saṅghassa vā gaṇassa vā puggalassa vā.
np9:2.42 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว นิสฺสชฺชิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, nissajjitabbaṁ.
np9:2.43 #
เปฯ✎ ร่าง
…pe…
np9:2.44 #
อิทํ เม ภนฺเต จีวรํ ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อญฺญาตเก คหปติเก อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปนฺนํ นิสฺสคฺคิยํ✎ ร่าง
“idaṁ me, bhante, cīvaraṁ pubbe appavārito aññātake gahapatike upasaṅkamitvā cīvare vikappaṁ āpannaṁ nissaggiyaṁ.
np9:2.45 #
อิมาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
Imāhaṁ saṅghassa nissajjāmī”ti …pe…
np9:2.46 #
ทเทยฺยาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
dadeyyāti …pe…
np9:2.47 #
ทเทยฺยุนฺติ ฯเปฯ✎ ร่าง
dadeyyunti …pe…
np9:2.48 #
อายสฺมโต ทมฺมีติ ฯ✎ ร่าง
āyasmato dammīti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน