เนื้อความทั้งข้อ
[๗๓๙] สมัยต่อมา ในพระนครสาวัตถี มีมหรสพ ประชาชนต่างประดับประดาตกแต่ง
ร่างกาย แล้วพากันไปเที่ยวชมสวน แม้นางวิสาขามิคารมาตาก็ประดับประดาตกแต่งร่างกายออก
จากบ้านไปด้วยตั้งใจว่า จักไปเที่ยวชมสวน แล้วหวนคิดขึ้นว่า เราจักไปสวนทำไม เราเข้าเฝ้า
พระผู้มีพระภาคดีกว่า ดังนี้แล้วได้เปลื้องเครื่องประดับออก ห่อด้วยผ้าห่มมอบให้แก่ทาสี สั่งว่า
แม่สาวใช้ เธอจงถือห่อเครื่องประดับนี้ไว้ ครั้นแล้วเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคถวายบังคมแล้วนั่ง ณ
ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.
พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้นางวิสาขามิคารมาตาผู้นั่งเรียบร้อยแล้ว เห็นแจ้ง สมาทาน
อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา.
ครั้นนางวิสาขามิคารมาตาอันพระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ
ให้ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาแล้ว ลุกจากที่นั่ง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณหลีกไปแล้ว.
ฝ่ายทาสีคนนั้น ได้ลืมห่อเครื่องประดับนั้นไปแล้ว ภิกษุทั้งหลายพบเห็น จึงกราบทูล
เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น พวกเธอจงเก็บ
เอามารักษาไว้.
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ
แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้เก็บ หรือใช้ให้เก็บ
ซึ่งรัตนะก็ดี ซึ่งของที่สมมติว่ารัตนะก็ดี ในวัดที่อยู่ แล้วรักษาไว้ ด้วยหมายว่า ของผู้ใด ผู้นั้น
จะได้นำไป.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๑๓๓. ๒. ก. อนึ่ง ภิกษุใด เก็บเอาก็ดี ให้เก็บเอาก็ดี ซึ่งรัตนะก็ดี ซึ่งของ
ที่สมมติว่ารัตนะก็ดี เว้นไว้แต่ในวัดที่อยู่ เป็นปาจิตตีย์.
ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ
ฉะนี้.
เตน โข ปน สมเยน สาวตฺถิยา อุสฺสโว โหติ ฯ มนุสฺสา
อลงฺกตปฏิยตฺตา อุยฺยานํ คจฺฉนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sāvatthiyā ussavo hoti. Manussā alaṅkatappaṭiyattā uyyānaṁ gacchanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.490 · พุทธชยันตี 2.1.434
วิสาขาปิ มิคารมาตา
อลงฺกตปฏิยตฺตา อุยฺยานํ คมิสฺสามีติ✎ ร่าง
Visākhāpi migāramātā alaṅkatappaṭiyattā “uyyānaṁ gamissāmī”ti
อ้างอิงPTS 4.162
คามโต นิกฺขมิตฺวา กฺยาหํ
กริสฺสามิ อุยฺยานํ คนฺตฺวา ยนฺนูนาหํ ภควนฺตํ ปยิรุปาเสยฺยนฺติ✎ ร่าง
gāmato nikkhamitvā—“kyāhaṁ karissāmi uyyānaṁ gantvā, yannūnāhaṁ bhagavantaṁ payirupāseyyan”ti
อาภรณํ โอมุญฺจิตฺวา อุตฺตราสงฺเคน ภณฺฑิกํ พนฺธิตฺวา ทาสิยา
อทาสิ หนฺท เช อิมํ ภณฺฑิกํ คณฺหาหีติ ฯ✎ ร่าง
ābharaṇaṁ omuñcitvā uttarāsaṅgena bhaṇḍikaṁ bandhitvā dāsiyā adāsi—“handa, je, imaṁ bhaṇḍikaṁ gaṇhāhī”ti.
อถโข วิสาขา
มิคารมาตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ
อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho visākhā migāramātā yena bhagavā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข วิสาขํ มิคารมาตรํ ภควา
ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ ฯ
อถโข วิสาขา มิคารมาตา ภควตา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิตา
สมาทปิตา สมุตฺเตชิตา สมฺปหํสิตา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ
อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinnaṁ kho visākhaṁ migāramātaraṁ bhagavā dhammiyā kathāya sandassesi samādapesi samuttejesi sampahaṁsesi. Atha kho visākhā migāramātā bhagavatā dhammiyā kathāya sandassitā samādapitā samuttejitā sampahaṁsitā uṭṭhāyāsanā bhagavantaṁ abhivādetvā padakkhiṇaṁ katvā pakkāmi.
อถโข สา ทาสี ตํ
ภณฺฑิกํ วิสฺสริตฺวา อคมาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho sā dāsī taṁ bhaṇḍikaṁ vissaritvā agamāsi.
ภิกฺขู ปสฺสิตฺวา ภควโต เอตมตฺถํ
อาโรเจสุํ ฯ เตนหิ ภิกฺขเว อุคฺคเหตฺวา นิกฺขิปถาติ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū passitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ. “Tena hi, bhikkhave, uggahetvā nikkhipathā”ti.
อถโข
ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู
อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อนุชานามิ ภิกฺขเว รตนํ วา รตนสมฺมตํ วา อชฺฌาราเม
อุคฺคเหตฺวา วา อุคฺคหาเปตฺวา วา นิกฺขิปิตุํ ยสฺส
ภวิสฺสติ โส หริสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, ratanaṁ vā ratanasammataṁ vā ajjhārāme uggahetvā vā uggahāpetvā vā nikkhipituṁ—‘yassa bhavissati so harissatī’ti.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ
อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
โย ปน ภิกฺขุ รตนํ วา รตนสมฺมตํ วา อญฺญตฺร
อชฺฌารามา อุคฺคเณฺหยฺย วา อุคฺคณฺหาเปยฺย วา ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu ratanaṁ vā ratanasammataṁ vā, aññatra ajjhārāmā, uggaṇheyya vā uggaṇhāpeyya vā, pācittiyan”ti.
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Evañcidaṁ bhagavatā bhikkhūnaṁ sikkhāpadaṁ paññattaṁ hoti.