‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง[ว่าด้วย การเก็บรตนะ]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 740 · วิ.มหา.๒. ๒/๑๔๒๐๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๗๔๐] ก็โดยสมัยนั้นแล อนาถบิณฑิกคหบดี มีโรงงานอยู่ในกาสีชนบท และคหบดี นั้นได้สั่งบุรุษคนสนิทไว้ว่า ถ้าพระคุณเจ้าทั้งหลายมา เจ้าพึงแต่งอาหารถวาย. ครั้นต่อมา ภิกษุ หลายรูป ไปเที่ยวจาริกในกาสีชนบท ได้เดินผ่านเข้าไปทางโรงงานของอนาถบิณฑิกคหบดี บุรุษ นั้นได้แลเห็นภิกษุเหล่านั้นเดินมาแต่ไกลเทียว ครั้นแล้วจึงเข้าไปหาภิกษุเหล่านั้น กราบไหว้แล้ว ได้กล่าวอาราธนาว่า ท่านเจ้าข้า ขอพระคุณเจ้าทั้งหลาย จงรับนิมนต์ฉันภัตตาหารของท่านคหบดี ในวันพรุ่งนี้. ภิกษุเหล่านั้นรับนิมนต์ด้วยอาการดุษณีภาพ. จึงบุรุษนั้น สั่งให้ตกแต่งของเคี้ยว ของฉัน อันประณีตโดยล่วงราตรีนั้นแล้วให้คนไป บอกภัตตกาล แล้วถอดแหวนวางไว้ อังคาสภิกษุเหล่านั้นด้วยภัตตาหาร แล้วกล่าวว่า นิมนต์ พระคุณเจ้าฉันแล้วกลับได้ แม้กระผมก็จักไปสู่โรงงานดังนี้ ได้ลืมแหวนนั้น ไปแล้ว. ภิกษุทั้งหลายพบเห็นแล้ว ปรึกษากันว่า ถ้าพวกเราไปเสีย แหวนวงนี้จักหาย แล้วได้ อยู่ในที่นั้นเอง. ครั้นบุรุษนั้นกลับมาจากโรงงาน เห็นภิกษุเหล่านั้นจึงถามว่า เพราะเหตุไร พระคุณเจ้า ทั้งหลายจึงยังอยู่ในที่นี้เล่า ขอรับ. จึงภิกษุเหล่านั้นได้บอกเรื่องราวนั้นแก่เขา ครั้นเธอไปถึงพระนครสาวัตถีแล้ว ได้เล่า เรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้เก็บเอาก็ดี ใช้ให้ เก็บเอาก็ดี ซึ่งรัตนะก็ดี ซึ่งของที่สมมติว่ารัตนะก็ดี ในวัดที่อยู่ก็ดี ในที่อยู่พักก็ดี แล้วเก็บ รักษาไว้ด้วยหมายว่า เป็นของผู้ใด ผู้นั้นจะได้นำไป. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๑๓๓. ๒. ข. อนึ่ง ภิกษุใด เก็บเอาก็ดี ให้เก็บเอาก็ดี ซึ่งรัตนะก็ดี ซึ่งของ ที่สมมติว่ารัตนะก็ดี เว้นไว้แต่ในวัดที่อยู่ก็ดี ในที่อยู่พักก็ดี เป็นปาจิตตีย์. และภิกษุ เก็บเอาก็ดี ให้เก็บเอาก็ดี ซึ่งรัตนะก็ดี ซึ่งของที่สมมติว่ารัตนะก็ดี ในวัดที่อยู่ก็ดี ในที่อยู่พักก็ดี แล้วพึงเก็บไว้ด้วยหมายว่า ของผู้ใด ผู้นั้นจะได้นำไป นี้เป็นสามีจิ- *กรรมในเรื่องนั้น.
เทียบรายประโยค (18 ประโยค)
pc84:3.1 #
เตน โข ปน สมเยน กาสีสุ ชนปเทสุ ๑- อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส กมฺมนฺตคาโม โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena kāsīsu janapade anāthapiṇḍikassa gahapatissa kammantagāmo hoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.491 · ฉัฏฐสังคายนา 88.215
pc84:3.2 #
เตน จ คหปตินา อนฺเตวาสี อาณตฺโต โหติ สเจ ภทฺทนฺตา อาคจฺฉนฺติ ภตฺตํ กเรยฺยาสีติ ฯ✎ ร่าง
Tena ca gahapatinā antevāsī āṇatto hoti—“sace bhadantā āgacchanti, bhattaṁ kareyyāsī”ti.
pc84:3.3 #
เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู กาสีสุ ชนปเทสุ จาริกํ จรมานา เยน อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส กมฺมนฺตคาโม เตนุปสงฺกมึสุ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sambahulā bhikkhū kāsīsu janapade cārikaṁ caramānā yena anāthapiṇḍikassa gahapatissa kammantagāmo tenupasaṅkamiṁsu.
pc84:3.4 #
อทฺทสา โข โส ปุริโส เต ภิกฺขู ทูรโต ว อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวาน เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู อภิวาเทตฺวา เอตทโวจ อธิวาเสนฺตุ ภนฺเต อยฺยา สฺวาตนาย คหปติโน ภตฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
Addasā kho so puriso te bhikkhū dūratova āgacchante. Disvāna yena te bhikkhū tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā te bhikkhū abhivādetvā etadavoca—“adhivāsentu, bhante, ayyā svātanāya gahapatino bhattan”ti.
pc84:3.5 #
อธิวาเสสุํ โข เต ภิกฺขู ตุณฺหีภาเวน ฯ✎ ร่าง
Adhivāsesuṁ kho te bhikkhū tuṇhībhāvena.
pc84:3.6 #
อถโข โส ปุริโส ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา กาลํ อาโรจาเปตฺวา องฺคุลิมุทฺทิกํ โอมุญฺจิตฺวา เต ภิกฺขู ภตฺเตน ปริวิสิตฺวา✎ ร่าง
Atha kho so puriso tassā rattiyā accayena paṇītaṁ khādanīyaṁ bhojanīyaṁ paṭiyādāpetvā kālaṁ ārocāpetvā aṅgulimuddikaṁ omuñcitvā te bhikkhū bhattena parivisitvā—
pc84:3.7 #
อยฺยา ภุญฺชิตฺวา คจฺฉนฺตุ อหํปิ กมฺมนฺตํ คมิสฺสามีติ องฺคุลิมุทฺทิกํ วิสฺสริตฺวา อคมาสิ ฯ✎ ร่าง
“ayyā bhuñjitvā gacchantu, ahampi kammantaṁ gamissāmī”ti aṅgulimuddikaṁ vissaritvā agamāsi.
pc84:3.8 #
ภิกฺขู ปสฺสิตฺวา สเจ มยํ คมิสฺสาม นสฺสิสฺสตายํ องฺคุลิมุทฺทิกาติ ตตฺเถว อจฺฉึสุ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū passitvā—“sace mayaṁ gamissāma nassissatāyaṁ aṅgulimuddikā”ti tattheva acchiṁsu.
อ้างอิงPTS 4.163
pc84:3.9 #
อถโข โส ปุริโส กมฺมนฺตา อาคจฺฉนฺโต เต ภิกฺขู ปสฺสิตฺวา เอตทโวจ กิสฺส ภนฺเต อยฺยา @เชิงอรรถ: ๑ ม. ชนปเท ฯ เอวมุปริปิ ฯ อิเธว อจฺฉนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho so puriso kammantā āgacchanto te bhikkhū passitvā etadavoca—“kissa, bhante, ayyā idheva acchantī”ti?
pc84:3.10 #
อถโข เต ภิกฺขู ตสฺส ปุริสสฺส เอตมตฺถํ อาโรเจตฺวา✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū tassa purisassa etamatthaṁ ārocetvā
pc84:3.11 #
สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
sāvatthiṁ gantvā bhikkhūnaṁ etamatthaṁ ārocesuṁ.
pc84:3.12 #
ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pc84:3.13 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
pc84:3.14 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว รตนํ วา รตนสมฺมตํ วา อชฺฌาราเม วา อชฺฌาวสเถ วา อุคฺคเหตฺวา วา อุคฺคหาเปตฺวา วา นิกฺขิปิตุํ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, ratanaṁ vā ratanasammataṁ vā ajjhārāme vā ajjhāvasathe vā uggahetvā vā uggahāpetvā vā nikkhipituṁ—
pc84:3.15 #
ยสฺส ภวิสฺสติ โส หริสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
‘yassa bhavissati so harissatī’ti.
pc84:3.16 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
pc84:3.17.1 #
โย ปน ภิกฺขุ รตนํ วา รตนสมฺมตํ วา อญฺญตฺร อชฺฌารามา วา อชฺฌาวสถา วา อุคฺคเณฺหยฺย วา อุคฺคณฺหาเปยฺย วา ปาจิตฺติยํ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu ratanaṁ vā ratanasammataṁ vā, aññatra ajjhārāmā vā ajjhāvasathā vā, uggaṇheyya vā uggaṇhāpeyya vā, pācittiyaṁ.
pc84:3.18 #
รตนํ วา ปน ภิกฺขุนา รตนสมฺมตํ วา อชฺฌาราเม วา อชฺฌาวสเถ วา อุคฺคเหตฺวา วา อุคฺคหาเปตฺวา วา นิกฺขิปิตพฺพํ ยสฺส ภวิสฺสติ โส หริสฺสตีติ ฯ อยํ ตตฺถ สามีจีติ ฯ✎ ร่าง
Ratanaṁ vā pana bhikkhunā ratanasammataṁ vā ajjhārāme vā ajjhāvasathe vā uggahetvā vā uggahāpetvā vā nikkhipitabbaṁ—‘yassa bhavissati so harissatī’ti. Ayaṁ tattha sāmīcī”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน