เนื้อความทั้งข้อ
[๗๘๙] ก็โดยสมัยนั้นแล ในพระนครสาวัตถีมีงานมหรสพ พวกชาวบ้านนิมนต์
ภิกษุทั้งหลายไปฉัน แม้ตระกูลนั้นก็ได้นิมนต์ภิกษุทั้งหลายไปฉัน ภิกษุทั้งหลายไม่รับนิมนต์
รังเกียจอยู่ว่า การรับของเคี้ยวของฉันในตระกูลที่สมมติว่าเป็นเสกขะ ด้วยมือของตนแล้วเคี้ยวฉัน
พระผู้มีพระภาคทรงห้ามแล้ว เขาจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า พวกเราจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม
เพราะพระคุณเจ้าทั้งหลายไม่รับนิมนต์ฉันของพวกเรา ภิกษุทั้งหลายได้ยินเขาเพ่งโทษ ติเตียน
โพนทะนาอยู่ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ
แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้อันทายก
นิมนต์แล้ว รับของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี ในตระกูลที่สงฆ์สมมติว่าเป็นเสกขะ ด้วยมือ
ของตนแล้ว เคี้ยวฉันได้.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๑๔๔. ๓. ข. อนึ่ง ภิกษุใด ไม่ได้รับนิมนต์ก่อน รับของเคี้ยวก็ดี ของ
ฉันก็ดี ในตระกูลที่สงฆ์สมมติว่าเป็นเสกขะเห็นปานนั้น ด้วยมือของตน แล้วเคี้ยวก็ดี
ฉันก็ดี ภิกษุนั้นพึงแสดงคืนว่า แน่ะเธอ ฉันต้องธรรมที่น่าติ ไม่เป็นที่สบาย ควรจะ
แสดงคืน ฉันแสดงคืนธรรมนั้น.
ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ
ฉะนี้.
เตน โข ปน สมเยน สาวตฺถิยํ อุสฺสโว โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sāvatthiyaṁ ussavo hoti.
มนุสฺสา ภิกฺขู นิมนฺเตตฺวา โภเชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Manussā bhikkhū nimantetvā bhojenti.
ตํปิ โข กุลํ ภิกฺขู
นิมนฺเตสิ ฯ✎ ร่าง
Tampi kho kulaṁ bhikkhū nimantesi.
ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา นาธิวาเสนฺติ✎ ร่าง
Bhikkhū kukkuccāyantā nādhivāsenti—
ปฏิกฺขิตฺตํ ภควตา
เสกฺขสมฺมเตสุ กุเลสุ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา
ขาทิตุํ ภุญฺชิตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
“paṭikkhittaṁ bhagavatā sekkhasammatesu kulesu khādanīyaṁ vā bhojanīyaṁ vā sahatthā paṭiggahetvā khādituṁ bhuñjitun”ti.
เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กินฺนุ โข
นาม อมฺหากํ ชีวิเตน ยํ อยฺยา อมฺหากํ น ปฏิคฺคณฺหนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ nu kho nāma amhākaṁ jīvitena yaṁ ayyā amhākaṁ na paṭiggaṇhantī”ti.
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.523
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อถโข ภควา
เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อนุชานามิ ภิกฺขเว นิมนฺติเตน เสกฺขสมฺมเตสุ กุเลสุ ขาทนียํ วา
โภชนียํ วา สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา ขาทิตุํ ภุญฺชิตุํ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, nimantitena sekkhasammatesu kulesu khādanīyaṁ vā bhojanīyaṁ vā sahatthā paṭiggahetvā khādituṁ bhuñjituṁ.
เอวญฺจ ปน
ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
ยานิ โข ปน ตานิ เสกฺขสมฺมตานิ กุลานิ โย ปน
ภิกฺขุ ตถารูเปสุ เสกฺขสมฺมเตสุ กุเลสุ ปุพฺเพ อนิมนฺติโต ขาทนียํ
วา โภชนียํ วา สหตฺถา ปฏิคฺคเหตฺวา ขาเทยฺย วา ภุญฺเชยฺย วา
ปฏิเทเสตพฺพํ เตน ภิกฺขุนา✎ ร่าง
“Yāni kho pana tāni sekkhasammatāni kulāni, yo pana bhikkhu tathārūpesu sekkhasammatesu kulesu pubbe animantito khādanīyaṁ vā bhojanīyaṁ vā sahatthā paṭiggahetvā khādeyya vā bhuñjeyya vā, paṭidesetabbaṁ tena bhikkhunā—
อ้างอิงPTS 4.180 · ฉัฏฐสังคายนา 88.237
คารยฺหํ อาวุโส ธมฺมํ อาปชฺชึ
อสปฺปายํ ปาฏิเทสนียํ ตํ ปฏิเทเสมีติ ฯ✎ ร่าง
‘gārayhaṁ, āvuso, dhammaṁ āpajjiṁ asappāyaṁ pāṭidesanīyaṁ, taṁ paṭidesemī’”ti.
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Evañcidaṁ bhagavatā bhikkhūnaṁ sikkhāpadaṁ paññattaṁ hoti.