‹ กลับ
วรรคที่ ๑ ปริมัณฑลวรรค
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 800 · วิ.มหา.๒. ๒/๑๕๑๖๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘๐๐] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- *บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์นุ่งผ้าเลื้อยหน้าบ้าง เลื้อยหลังบ้าง ชาวบ้านพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร จึงได้นุ่ง ผ้าเลื้อยหน้าบ้าง เลื้อยหลังบ้าง เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเล่า ภิกษุทั้งหลายได้ยินชาว บ้านเหล่านั้นพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่. บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระฉัพพัคคีย์จึงได้นุ่งผ้าเลื้อยหน้าบ้าง เลื้อยหลังบ้างเล่า แล้วกราบ ทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรก เกิดนั้น แล้วรับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอนุ่งผ้าเลื้อยหน้าบ้าง เลื้อยหลังบ้าง จริงหรือ? พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงได้นุ่งผ้า เลื้อยหน้าบ้าง เลื้อยหลังบ้างเล่า การกระทำของพวกเธอนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของ ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้ ๑๔๖. ๑. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักนุ่งเป็นปริมณฑล. อันภิกษุนุ่งปิดมณฑลสะดือ มณฑลเข่า ชื่อว่านุ่งเป็นปริมณฑล. ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นุ่งผ้าเลื้อยหน้าหรือเลื้อยหลัง ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่แกล้ง ๑ ไม่มีสติ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิ- *กัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.
เทียบรายประโยค (31 ประโยค)
sk1:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
sk1:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ปุรโตปิ ปจฺฉโตปิ โอลมฺเพนฺตา นิวาเสนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhū puratopi pacchatopi olambentā nivāsenti.
sk1:1.3 #
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
sk1:1.4 #
กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา ปุรโตปิ ปจฺฉโตปิ โอลมฺเพนฺตา นิวาเสสฺสนฺติ เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโนติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma samaṇā sakyaputtiyā puratopi pacchatopi olambentā nivāsessanti, seyyathāpi gihī kāmabhogino”ti.
sk1:1.5 #
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
sk1:1.6 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
sk1:1.7 #
กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ปุรโตปิ ปจฺฉโตปิ โอลมฺเพนฺตา นิวาเสสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū puratopi pacchatopi olambentā nivāsessantī”ti.
sk1:1.8 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū chabbaggiye bhikkhū anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.532
sk1:1.9 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe bhikkhusaṅghaṁ sannipātāpetvā chabbaggiye bhikkhū paṭipucchi—
sk1:1.10 #
สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว ปุรโตปิ ปจฺฉโตปิ โอลมฺเพนฺตา นิวาเสถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, puratopi pacchatopi olambentā nivāsethā”ti?
sk1:1.11 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
sk1:1.12 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
sk1:1.13 #
กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา ปุรโตปิ ปจฺฉโตปิ โอลมฺเพนฺตา นิวาเสสฺสถ✎ ร่าง
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, puratopi pacchatopi olambentā nivāsessatha.
sk1:1.14 #
เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
sk1:1.15 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
sk1:1.16.1 #
ปริมณฺฑลํ นิวาเสสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ๑- ฯ✎ ร่าง
“Parimaṇḍalaṁ nivāsessāmīti sikkhā karaṇīyā”ti.
sk1:1.17 #
ปริมณฺฑลํ นิวาเสตพฺพํ นาภิมณฺฑลํ ชานุมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทนฺเตน ฯ✎ ร่าง
Parimaṇḍalaṁ nivāsetabbaṁ nābhimaṇḍalaṁ jāṇumaṇḍalaṁ paṭicchādentena.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 88.244
sk1:1.18 #
โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปุรโต วา ปจฺฉโต วา โอลมฺเพนฺโต นิวาเสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
Yo anādariyaṁ paṭicca purato vā pacchato vā olambento nivāseti, āpatti dukkaṭassa.
sk1:1.19.1 #
อนาปตฺติ✎ ร่าง
Anāpatti—
sk1:1.21 #
อสญฺจิจฺจ อสติยา✎ ร่าง
assatiyā,
sk1:1.22 #
อชานนฺตสฺส✎ ร่าง
ajānantassa,
sk1:1.23 #
คิลานสฺส✎ ร่าง
gilānassa,
sk1:1.24 #
อาปทาสุ✎ ร่าง
āpadāsu,
sk1:1.25 #
อุมฺมตฺตกสฺส✎ ร่าง
ummattakassa,
sk1:1.26 #
อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
ādikammikassāti.
sk1:1.27 #
Paṭhamasikkhāpadaṁ niṭṭhitaṁ.
sk2:0.1 #
Theravāda Vinaya
sk2:0.2 #
Mahāvibhaṅga
sk2:0.3 #
Sekhiyakaṇḍa
sk2:0.4 #
Parimaṇḍalavagga
sk2:0.5 #
2. Dutiyaparimaṇḍalasikkhāpada
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน