เนื้อความทั้งข้อ
[๘๓๖] สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ขอกับข้าวบ้าง ข้าวสุกบ้าง เพื่อประโยชน์
แก่ตนมาฉัน ชาวบ้านพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร
จึงได้ขอกับข้าวบ้าง ข้าวสุกบ้าง เพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉันเล่า กับข้าวหรือข้าวสุกที่ดี ใครจะ
ไม่พอใจ ของที่มีรสอร่อยใครจะไม่ชอบใจ ภิกษุทั้งหลายได้ยินชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน
โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์
จึงได้ขอกับข้าวบ้าง ข้าวสุกบ้าง เพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉันเล่า ... แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี
พระภาค.
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอขอ
กับข้าวบ้าง ข้าวสุกบ้าง เพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉัน จริงหรือ?
พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงได้ขอ
กับข้าวบ้าง ข้าวสุกบ้าง เพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉันเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไป
เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๑๘๒. ๓๗. ก. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ขอสูปะก็ดี ข้าวสุกก็ดี เพื่อ-
*ประโยชน์แก่ตน ฉัน.
ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ
ฉะนี้.
สาวตฺถีนิทานํ ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงPTS 4.193 · พุทธชยันตี 2.1.516
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู
สูปํปิ โอทนํปิ อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhū sūpampi odanampi attano atthāya viññāpetvā bhuñjanti.
มนุสฺสา
อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา
สูปํปิ โอทนํปิ อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชิสฺสนฺติ✎ ร่าง
“kathañhi nāma samaṇā sakyaputtiyā sūpampi odanampi attano atthāya viññāpetvā bhuñjissanti.
กสฺส
สมฺปนฺนํ น มนาปํ✎ ร่าง
Kassa sampannaṁ na manāpaṁ.
กสฺส สาทุํ น รุจฺจตีติ ฯ✎ ร่าง
Kassa sāduṁ na ruccatī”ti.
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู
เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
เย
เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู สูปํปิ โอทนํปิ อตฺตโน อตฺถาย
วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชิสฺสนฺตีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū sūpampi odanampi attano atthāya viññāpetvā bhuñjissantī”ti …pe…
สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว
สูปํปิ โอทนํปิ อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, sūpampi odanampi attano atthāya viññāpetvā bhuñjathā”ti?
สจฺจํ
ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา
สูปํปิ โอทนํปิ อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชิสฺสถ✎ ร่าง
kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, sūpampi odanampi attano atthāya viññāpetvā bhuñjissatha.
เนตํ
โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย
ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
น สูปํ วา โอทนํ วา อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา
ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ✎ ร่าง
“Na sūpaṁ vā odanaṁ vā attano atthāya viññāpetvā bhuñjissāmīti sikkhā karaṇīyā”ti.
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Evañcidaṁ bhagavatā bhikkhūnaṁ sikkhāpadaṁ paññattaṁ hoti.