เนื้อความทั้งข้อ
[๘๓๗] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายอาพาธ พวกภิกษุผู้พยาบาลได้ถามภิกษุทั้งหลาย
ผู้อาพาธว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกท่านยังพอทนได้หรือ ยังพอให้อัตภาพเป็นไปได้หรือ
ภิกษุอาพาธทั้งหลายตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย เมื่อก่อนพวกผมขอสูปะบ้าง ข้าวสุกบ้าง
เพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉันได้ พวกผมมีความผาสุก เพราะเหตุนั้น แต่บัดนี้พวกผมรังเกียจอยู่ว่า
พระผู้มีพระภาคทรงห้ามแล้ว จึงไม่ขอ เพราะเหตุนั้น พวกผมจึงไม่มีความผาสุก.
ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ
แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้อาพาธ ขอสูปะก็ดี ข้าวสุกก็ดี เพื่อประโยชน์
แก่ตนมาฉันได้
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๑๘๒. ๓๗. ข. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราไม่อาพาธ จักไม่ขอสูปะก็ดี ข้าวสุก
ก็ดี เพื่อประโยชน์แก่ตน ฉัน.
อันภิกษุไม่อาพาธ ไม่พึงขอสูปะ หรือข้าวสุก เพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉัน ภิกษุใด
อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ มิใช่ผู้อาพาธ ขอสูปะก็ดี ข้าวสุกก็ดี เพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉัน
ต้องอาบัติทุกกฏ.
ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ ขอต่อญาติ ๑ ขอต่อคนปวารณา ๑ ขอเพื่อ
ประโยชน์แก่ภิกษุอื่น ๑ จ่ายมาด้วยทรัพย์ของตน ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑
ไม่ต้องอาบัติแล.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู คิลานา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū gilānā honti.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.548 · ฉัฏฐสังคายนา 88.261
คิลานปุจฺฉกา ภิกฺขู คิลาเน ภิกฺขู เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Gilānapucchakā bhikkhū gilāne bhikkhū etadavocuṁ—
กจฺจาวุโส ขมนียํ
กจฺจิ ยาปนียนฺติ ฯ✎ ร่าง
“kaccāvuso, khamanīyaṁ, kacci yāpanīyan”ti?
ปุพฺเพ มยํ อาวุโส สูปํปิ โอทนํปิ อตฺตโน
อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชาม เตน โน ผาสุ โหติ✎ ร่าง
“Pubbe mayaṁ, āvuso, sūpampi odanampi attano atthāya viññāpetvā bhuñjāma, tena no phāsu hoti.
อิทานิ
ปน✎ ร่าง
Idāni pana—
ภควตา ปฏิกฺขิตฺตนฺติ กุกฺกุจฺจายนฺตา น วิญฺญาเปม เตน
โน น ผาสุ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
‘bhagavatā paṭikkhittan’ti kukkuccāyantā na viññāpema, tena no na phāsu hotī”ti.
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อถโข
ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู
อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
อนุชานามิ ภิกฺขเว คิลาเนน ภิกฺขุนา สูปํปิ โอทนํปิ
อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชิตุํ✎ ร่าง
anujānāmi, bhikkhave, gilānena bhikkhunā sūpampi odanampi attano atthāya viññāpetvā bhuñjituṁ.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว
อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
น สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย
วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ✎ ร่าง
“Na sūpaṁ vā odanaṁ vā agilāno attano atthāya viññāpetvā bhuñjissāmīti sikkhā karaṇīyā”ti.
น สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาเนน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา
ภุญฺชิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Na sūpaṁ vā odanaṁ vā agilānena attano atthāya viññāpetvā bhuñjitabbaṁ.
อ้างอิงพุทธชยันตี 2.1.518
โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาโน
อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
Yo anādariyaṁ paṭicca sūpaṁ vā odanaṁ vā agilāno attano atthāya viññāpetvā bhuñjati, āpatti dukkaṭassa.
อสญฺจิจฺจ✎ ร่าง
asañcicca,
อชานนฺตสฺส✎ ร่าง
ajānantassa,
คิลานสฺส✎ ร่าง
gilānassa,
ปวาริตานํ✎ ร่าง
pavāritānaṁ,
อญฺญสฺสตฺถาย✎ ร่าง
aññassatthāya,
อตฺตโน ธเนน✎ ร่าง
attano dhanena,
อุมฺมตฺตกสฺส✎ ร่าง
ummattakassa,
อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
ādikammikassāti.
—
Sattamasikkhāpadaṁ niṭṭhitaṁ.
—
38. Ujjhānasaññīsikkhāpada