เนื้อความทั้งข้อ
[๘๗๙] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุอาพาธทั้งหลาย รังเกียจอยู่ที่จะถ่ายอุจจาระบ้าง ถ่าย
ปัสสาวะบ้าง บ้วนเขฬะบ้าง ลงในน้ำ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ
แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้อาพาธ
ถ่ายอุจจาระก็ดี ถ่ายปัสสาวะก็ดี บ้วนเขฬะก็ดี ลงในน้ำได้.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๒๒๐. ๗๕. ข. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราไม่อาพาธ จักไม่ถ่ายอุจจาระ
ปัสสาวะ หรือบ้วนเขฬะ ในน้ำ.
อันภิกษุมิใช่ผู้อาพาธ ไม่พึงถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ หรือบ้วนเขฬะ ลงในน้ำ ภิกษุใด
อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ มิใช่ผู้อาพาธ ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ หรือบ้วนเขฬะ ลงในน้ำ ต้องอาบัติ
ทุกกฏ.
ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ ของที่ถ่ายไว้บนบกแล้วไหลลงสู่น้ำ ๑
มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.
ท่านทั้งหลาย ธรรมคือเสขิยะ ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้วแล ข้าพเจ้าขอถามท่านทั้งหลาย
ในธรรมคือเสขิยะเหล่านั้นว่า ท่านทั้งหลายเป็นผู้บริสุทธิ์แล้วหรือ? ข้าพเจ้าขอถามแม้ครั้งที่
สองว่า ท่านทั้งหลายเป็นผู้บริสุทธิ์แล้วหรือ? ข้าพเจ้าขอถามแม้ครั้งที่สามว่า ท่านทั้งหลายเป็น
ผู้บริสุทธิ์แล้วหรือ? ท่านทั้งหลายเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ในธรรมคือเสขิยะเหล่านี้ เหตุนั้นจึงนิ่ง
ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้แล.
เตน โข ปน สมเยน คิลานา ภิกฺขู อุทเก อุจฺจารมฺปิ
ปสฺสาวมฺปิ เขฬมฺปิ กาตุํ กุกฺกุจฺจายนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena gilānā bhikkhū udake uccārampi passāvampi kheḷampi kātuṁ kukkuccāyanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.570 · ฉัฏฐสังคายนา 88.282
ภควโต เอตมตฺถํ
อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ
ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อนุชานามิ ภิกฺขเว คิลาเนน
ภิกฺขุนา อุทเก อุจฺจารมฺปิ ปสฺสาวมฺปิ เขฬมฺปิ กาตุํ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, gilānena bhikkhunā udake uccārampi passāvampi kheḷampi kātuṁ.
เอวญฺจ
ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
น อุทเก อคิลาโน อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา เขฬํ วา
กริสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ✎ ร่าง
“Na udake agilāno uccāraṁ vā passāvaṁ vā kheḷaṁ vā karissāmīti sikkhā karaṇīyā”ti.
น อุทเก อคิลาเนน อุจฺจาโร วา ปสฺสาโว วา เขโฬ วา
กาตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Na udake agilānena uccāro vā passāvo vā kheḷo vā kātabbo.
โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุทเก อคิลาโน อุจฺจารํ วา
ปสฺสาวํ วา เขฬํ วา กโรติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ✎ ร่าง
Yo anādariyaṁ paṭicca udake agilāno uccāraṁ vā passāvaṁ vā kheḷaṁ vā karoti, āpatti dukkaṭassa.
อสญฺจิจฺจ✎ ร่าง
asañcicca,
อชานนฺตสฺส✎ ร่าง
ajānantassa,
คิลานสฺส✎ ร่าง
gilānassa,
ถเล
กโต อุทกํ โอตฺถรติ✎ ร่าง
thale kato udakaṁ ottharati,
อุมฺมตฺตกสฺส✎ ร่าง
ummattakassa,
อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
ādikammikassāti.
ป✎ ร่าง
Pannarasamasikkhāpadaṁ niṭṭhitaṁ.
อ้างอิงพุทธชยันตี 2.1.556
าทุกาวคฺโค สตฺตโม ฯ✎ ร่าง
Pādukavaggo sattamo.
อุทฺทิฏฺฐา โข อายสฺมนฺโต เสขิยา ธมฺมา ฯ✎ ร่าง
Uddiṭṭhā kho, āyasmanto, sekhiyā dhammā.
ตตฺถายสฺมนฺเต
ปุจฺฉามิ✎ ร่าง
Tatthāyasmante pucchāmi—
กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา✎ ร่าง
“kaccittha parisuddhā”?
ทุติยมฺปิ ปุจฺฉามิ✎ ร่าง
Dutiyampi pucchāmi—
กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา✎ ร่าง
“kaccittha parisuddhā”?
ตติยมฺปิ ปุจฺฉามิ✎ ร่าง
Tatiyampi pucchāmi—
กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา✎ ร่าง
“kaccittha parisuddhā”?
ปริสุทฺเธตฺถายสฺมนฺโต
ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ✎ ร่าง
Parisuddhetthāyasmanto, tasmā tuṇhī, evametaṁ dhārayāmīti.
—
Sekhiyakaṇḍaṁ niṭṭhitaṁ.