เนื้อความทั้งข้อ
[๘๘] ที่ชื่อว่า ใหม่ ตรัสหมายการทำขึ้น.
ที่ชื่อว่า สันถัต ได้แก่ผ้ารองนั่งที่เขาหล่อ ไม่ใช่ทอ.
บทว่า ให้ทำแล้ว คือ ทำเองก็ตาม ใช้ให้เขาทำก็ตาม.
บทว่า พึงทรงไว้ให้ได้ ๖ ฝน คือ พึงทรงไว้ให้ได้ ๖ ฝนเป็นอย่างเร็ว.
บทว่า ถ้ายังหย่อนกว่า ๖ ฝน คือ ยังไม่ถึง ๖ ฝน.
บทว่า สละเสียแล้วก็ดี ... ซึ่งสันถัตนั้น คือ ให้แก่คนอื่นไป.
บทว่า ยังไม่สละแล้วก็ดี คือ ยังไม่ได้ให้แก่ใครๆ.
บทว่า เว้นไว้แต่ภิกษุได้สมมติ คือ ยกเว้นภิกษุผู้ได้รับสมมติ.
ภิกษุทำเองก็ตาม ใช้ให้เขาทำก็ตาม ซึ่งสันถัตอื่นใหม่ เป็นทุกกฏในประโยคที่ทำ,
เป็นนิสสัคคีย์ด้วยได้สันถัตมา, ต้องเสียสละแก่สงฆ์ คณะ หรือบุคคล
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุพึงเสียสละสันถัตนั้น อย่างนี้:-
ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่พรรษากว่า
กระหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า
ท่านเจ้าข้า สันถัตผืนนี้ของข้าพเจ้า ให้ทำหย่อนกว่า ๖ ฝน เว้นไว้แต่ภิกษุได้สมมติ
เป็นของจำจะสละ, ข้าพเจ้าสละสันถัตผืนนี้แก่สงฆ์.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนสันถัตที่
เสียสละให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า. สันถัตผืนนี้ของภิกษุมีชื่อนี้ เป็นของจำจะ
สละ เธอสละแล้วแก่สงฆ์. ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว, สงฆ์พึงให้สันถัตผืนนี้
แก่ภิกษุมีชื่อนี้.
ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุหลายรูป ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่พรรษา
กว่า นั่งกระหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า
ท่านเจ้าข้า สันถัตผืนนี้ของข้าพเจ้า ให้ทำหย่อนกว่า ๖ ฝน เว้นไว้แต่ภิกษุได้สมมติ
เป็นของจำจะสละ, ข้าพเจ้าสละสันถัตผืนนี้แก่ท่านทั้งหลาย.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนสันถัตที่
เสียสละให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
ท่านทั้งหลาย ขอจงฟังข้าพเจ้า, สันถัตผืนนี้ของภิกษุมีชื่อนี้ เป็นของจำจะ
สละ เธอสละแล้วแก่ท่านทั้งหลาย. ถ้าความพร้อมพรั่งของท่านทั้งหลายถึงที่แล้ว,
ท่านทั้งหลายพึงให้สันถัตผืนนี้แก่ภิกษุมีชื่อนี้.
ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระหย่งประนมมือ
กล่าวอย่างนี้ว่า
ท่าน สันถัตผืนนี้ของข้าพเจ้า ให้ทำหย่อนกว่า ๖ ฝน เว้นไว้แต่ภิกษุได้สมมติ เป็น
ของจำจะสละ, ข้าพเจ้าสละสันถัตผืนนี้แก่ท่าน.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้รับเสียสละนั้น พึงรับอาบัติ พึงคืนสันถัตที่เสีย-
*สละให้ด้วยคำว่า ข้าพเจ้าให้สันถัตผืนนี้แก่ท่าน ดังนี้.
กรณํ อุปาทาย วุจฺจติ ฯ✎ ร่าง
karaṇaṁ upādāya vuccati.
สนฺถตํ นาม✎ ร่าง
Santhataṁ nāma
สนฺถริตฺวา
กตํ โหติ อวายิมํ ฯ✎ ร่าง
santharitvā kataṁ hoti avāyimaṁ.
การาเปตฺวาติ✎ ร่าง
Kārāpetvāti
กริตฺวา วา การาเปตฺวา วา ฯ✎ ร่าง
karitvā vā kārāpetvā vā.
ฉพฺพสฺสานิ ธาเรตพฺพนฺติ✎ ร่าง
Chabbassāni dhāretabbanti
ฉพฺพสฺสปรมตา ธาเรตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
chabbassaparamatā dhāretabbaṁ.
โอเรน เจ
ฉนฺนํ วสฺสานนฺติ✎ ร่าง
Orena ce channaṁ vassānanti
อูนกฉพฺพสฺสานิ ฯ✎ ร่าง
ūnakachabbassāni.
ตํ สนฺถตํ วิสฺสชฺเชตฺวา วาติ✎ ร่าง
Taṁ santhataṁ vissajjetvāti
อญฺเญสํ ทตฺวา ฯ✎ ร่าง
aññesaṁ datvā.
อวิสฺสชฺเชตฺวา วาติ✎ ร่าง
Avissajjetvāti
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.347
น กสฺสจิ ทตฺวา ฯ✎ ร่าง
na kassaci datvā.
อญฺญตฺร ภิกฺขุสมฺมติยาติ✎ ร่าง
Aññatra bhikkhusammutiyāti
อ้างอิงพุทธชยันตี 1.566
ฐเปตฺวา ภิกฺขุสมฺมตึ ฯ
อญฺญํ นวํ สนฺถตํ กโรติ วา การาเปติ วา ปโยเค ทุกฺกฏํ✎ ร่าง
ṭhapetvā bhikkhusammutiṁ aññaṁ navaṁ santhataṁ karoti vā kārāpeti vā, payoge dukkaṭaṁ.
ปฏิลาเภน นิสฺสคฺคิยํ โหติ✎ ร่าง
Paṭilābhena nissaggiyaṁ hoti.
นิสฺสชฺชิตพฺพํ สงฺฆสฺส วา คณสฺส
วา ปุคฺคลสฺส วา ฯ✎ ร่าง
Nissajjitabbaṁ saṅghassa vā gaṇassa vā puggalassa vā.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว นิสฺสชฺชิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, nissajjitabbaṁ.
อิทํ เม ภนฺเต สนฺถตํ อูนกฉพฺพสฺสานิ การาปิตํ อญฺญตฺร
ภิกฺขุสมฺมติยา นิสฺสคฺคิยํ✎ ร่าง
“idaṁ me, bhante, santhataṁ ūnakachabbassāni kārāpitaṁ, aññatra bhikkhusammutiyā, nissaggiyaṁ.
อิมาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
Imāhaṁ saṅghassa nissajjāmī”ti …pe…
ทเทยฺยาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
dadeyyāti …pe…
ทเทยฺยุนฺติ ฯเปฯ✎ ร่าง
dadeyyunti …pe…
อายสฺมโต ทมฺมีติ ฯ✎ ร่าง
āyasmato dammīti.