‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุหลายรูป[ว่าด้วย การทำทรงสันถัตไว้ให้ได้ ๖ ฝน]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 87 · วิ.มหา.๒. ๒/๑๙๗๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘๗] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธอยู่ในพระนครโกสัมพี. พวกญาติส่งทูต ไปในสำนักภิกษุรูปนั้นว่า นิมนต์ท่านมา พวกผมจักพยาบาล. แม้ภิกษุทั้งหลายก็ได้กล่าวอย่างนี้ ว่า ไปเถิดอาวุโส พวกญาติจักได้พยาบาลท่าน. ภิกษุนั้นได้ตอบอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสิกขาบทไว้ว่า อนึ่ง ภิกษุให้ทำสันถัตใหม่แล้ว พึงทรงไว้ให้ได้ ๖ ฝน, ก็ผมกำลังอาพาธ ไม่สามารถจะนำสันถัตไป ด้วยได้ และผมเว้นสันถัตแล้ว ไม่สบาย ผมจักไม่ไปละ. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงกระทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ เหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สมมติ สันถัตแก่ภิกษุผู้อาพาธ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้สมมติสันถัตนั้น อย่างนี้:- ภิกษุผู้อาพาธรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่พรรษา กว่า นั่งกระหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าอาพาธ ไม่สามารถจะนำสันถัตไปด้วยได้, ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้น ขอสมมติสันถัตต่อสงฆ์ พึงขอแม้ครั้งที่ ๒ พึงขอแม้ครั้งที่ ๓, ภิกษุ ผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึง ประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า. ภิกษุมีชื่อนี้ผู้นี้อาพาธ ไม่สามารถจะนำ สันถัตไปด้วยได้ เธอขอสมมติสันถัตต่อสงฆ์. ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว, สงฆ์พึงให้สมมติสันถัตแก่ภิกษุมีชื่อนี้ นี่เป็นญัตติ. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า. ภิกษุมีชื่อนี้ผู้นี้อาพาธ ไม่สามารถจะนำ สันถัตไปด้วยได้ เธอขอสมมติสันถัตต่อสงฆ์. สงฆ์ให้สมมติสันถัตแก่ภิกษุมีชื่อนี้; การ ให้สมมติสันถัตแก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง. ไม่ชอบแก่ ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด. การสมมติสันถัตอันสงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่สงฆ์, เหตุนั้นจึงนิ่ง. ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๓๓.๔. ก. อนึ่ง ภิกษุให้ทำสันถัตใหม่แล้ว พึงทรงไว้ให้ได้ ๖ ฝน. ถ้ายัง หย่อนกว่า ๖ ฝน เธอสละเสียแล้วก็ดี ยังไม่สละแล้วก็ดี ซึ่งสันถัตนั้น ให้ทำสันถัต อื่นใหม่ เว้นไว้แต่ภิกษุได้สมมติ, เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.ฯ
เทียบรายประโยค (39 ประโยค)
np14:2.1 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ โกสมฺพิยํ คิลาโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro bhikkhu kosambiyaṁ gilāno hoti.
np14:2.2 #
ญาตกา ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺติเก ทูตํ ปาเหสุํ✎ ร่าง
Ñātakā tassa bhikkhuno santike dūtaṁ pāhesuṁ—
np14:2.3 #
อาคจฺฉตุ ภทฺทนฺโต ๑- มยํ อุปฏฺฐหิสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
“āgacchatu bhadanto mayaṁ upaṭṭhahissāmā”ti.
np14:2.4 #
ภิกฺขูปิ เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Bhikkhūpi evamāhaṁsu—
np14:2.5 #
คจฺฉาวุโส ญาตกา ตํ อุปฏฺฐหิสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“gacchāvuso, ñātakā taṁ upaṭṭhahissantī”ti.
np14:2.6 #
โส เอวมาห✎ ร่าง
So evamāha—
np14:2.7 #
ภควตา อาวุโส สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ✎ ร่าง
“bhagavatā, āvuso, sikkhāpadaṁ paññattaṁ—
np14:2.8 #
นวํ ปน ภิกฺขุนา สนฺถตํ การาเปตฺวา ฉพฺพสฺสานิ ธาเรตพฺพนฺติ✎ ร่าง
‘navaṁ pana bhikkhunā santhataṁ kārāpetvā chabbassāni dhāretabban’ti.
np14:2.9 #
อหญฺจมฺหิ คิลาโน น สกฺโกมิ สนฺถตํ อาทาย ปกฺกมิตุํ✎ ร่าง
Ahañcamhi gilāno, na sakkomi santhataṁ ādāya pakkamituṁ.
np14:2.10 #
มยฺหญฺจ วินา สนฺถตา น ผาสุ โหติ✎ ร่าง
Mayhañca vinā santhatā na phāsu hoti.
np14:2.11 #
นาหํ คมิสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
Nāhaṁ gamissāmī”ti.
np14:2.12 #
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
np14:2.13 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อ้างอิงสยามรัฐ 2.73 · พุทธชยันตี 1.564
np14:2.14 #
อนุชานามิ ภิกฺขเว คิลานสฺส ภิกฺขุโน สนฺถตสมฺมตึ ทาตุํ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, gilānassa bhikkhuno santhatasammutiṁ dātuṁ.
np14:2.15 #
เอวญฺจ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ภทนฺโต ฯ เอวมุปริปิ ฯ ปน ภิกฺขเว ทาตพฺพา✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, dātabbā.
np14:2.16 #
เตน คิลาเนน ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย✎ ร่าง
Tena gilānena bhikkhunā saṅghaṁ upasaṅkamitvā ekaṁsaṁ uttarāsaṅgaṁ karitvā vuḍḍhānaṁ bhikkhūnaṁ pāde vanditvā ukkuṭikaṁ nisīditvā añjaliṁ paggahetvā evamassa vacanīyo—
np14:2.17 #
อหํ ภนฺเต คิลาโน✎ ร่าง
‘ahaṁ, bhante, gilāno
np14:2.18 #
น สกฺโกมิ สนฺถตํ อาทาย ปกฺกมิตุํ✎ ร่าง
na sakkomi santhataṁ ādāya pakkamituṁ.
np14:2.19 #
โสหํ ภนฺเต สงฺฆํ สนฺถตสมฺมตึ ยาจามีติ ฯ✎ ร่าง
Sohaṁ, bhante, saṅghaṁ santhatasammutiṁ yācāmī’ti.
np14:2.20 #
ทุติยมฺปิ ยาจิตพฺพา✎ ร่าง
Dutiyampi yācitabbā.
np14:2.21 #
ตติยมฺปิ ยาจิตพฺพา ฯ✎ ร่าง
Tatiyampi yācitabbā.
np14:2.22 #
พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ✎ ร่าง
Byattena bhikkhunā paṭibalena saṅgho ñāpetabbo—
np14:2.23 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
‘Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 87.346
np14:2.24 #
อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ คิลาโน น สกฺโกติ สนฺถตํ อาทาย ปกฺกมิตุํ ฯ✎ ร่าง
Ayaṁ itthannāmo bhikkhu gilāno na sakkoti santhataṁ ādāya pakkamituṁ.
np14:2.25 #
โส สงฺฆํ สนฺถตสมฺมตึ ยาจติ ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ santhatasammutiṁ yācati.
np14:2.26 #
ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน สนฺถตสมฺมตึ ทเทยฺย ฯ✎ ร่าง
Yadi saṅghassa pattakallaṁ, saṅgho itthannāmassa bhikkhuno santhatasammutiṁ dadeyya.
np14:2.27 #
เอสา ญตฺติ ฯ✎ ร่าง
Esā ñatti.
np14:2.28 #
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ✎ ร่าง
Suṇātu me, bhante, saṅgho.
อ้างอิงPTS 3.229
np14:2.29 #
อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ คิลาโน น สกฺโกติ สนฺถตํ อาทาย ปกฺกมิตุํ ฯ✎ ร่าง
Ayaṁ itthannāmo bhikkhu gilāno na sakkoti santhataṁ ādāya pakkamituṁ.
np14:2.30 #
โส สงฺฆํ สนฺถตสมฺมตึ ยาจติ ฯ✎ ร่าง
So saṅghaṁ santhatasammutiṁ yācati.
np14:2.31 #
สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน สนฺถตสมฺมตึ เทติ ฯ✎ ร่าง
Saṅgho itthannāmassa bhikkhuno santhatasammutiṁ deti.
np14:2.32 #
ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน สนฺถตสมฺมติยา ทานํ โส ตุณฺหสฺส✎ ร่าง
Yassāyasmato khamati itthannāmassa bhikkhuno santhatasammutiyā dānaṁ, so tuṇhassa;
np14:2.33 #
ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ✎ ร่าง
yassa nakkhamati, so bhāseyya.
np14:2.34 #
ทินฺนา สงฺเฆน อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน สนฺถตสมฺมติ ฯ✎ ร่าง
Dinnā saṅghena itthannāmassa bhikkhuno santhatasammuti.
np14:2.35 #
ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ✎ ร่าง
Khamati saṅghassa, tasmā tuṇhī,
np14:2.36 #
เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ✎ ร่าง
evametaṁ dhārayāmī’ti.
np14:2.37 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
np14:2.38.1 #
นวํ ปน ภิกฺขุนา สนฺถตํ การาเปตฺวา ฉพฺพสฺสานิ ธาเรตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
“Navaṁ pana bhikkhunā santhataṁ kārāpetvā chabbassāni dhāretabbaṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.74
np14:2.39 #
โอเรน เจ ฉนฺนํ วสฺสานํ ตํ สนฺถตํ วิสฺสชฺเชตฺวา วา อวิสฺสชฺเชตฺวา วา อญฺญํ นวํ สนฺถตํ การาเปยฺย อญฺญตฺร ภิกฺขุสมฺมติยา นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Orena ce channaṁ vassānaṁ taṁ santhataṁ vissajjetvā vā avissajjetvā vā aññaṁ navaṁ santhataṁ kārāpeyya, aññatra bhikkhusammutiyā, nissaggiyaṁ pācittiyan”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน