เนื้อความทั้งข้อ
[๙๘] บทว่า ... แก่ภิกษุผู้เดินทางไกล ได้แก่ ภิกษุเดินทาง.
บทว่า ขนเจียมเกิดขึ้น คือ เกิดขึ้นแต่สงฆ์ก็ตาม แต่คณะก็ตาม แต่ญาติก็ตาม แต่มิตร
ก็ตาม แต่ที่บังสุกุลก็ตาม แต่ทรัพย์ของตนก็ตาม.
บทว่า ต้องการ คือ เมื่อปรารถนา ก็พึงรับได้.
คำว่า ครั้นรับแล้ว ... พึงถือไปด้วยมือของตนเอง ตลอดระยะทาง ๓ โยชน์เป็น
อย่างมาก คือ นำไปด้วยมือของตนเองได้ ชั่วระยะทาง ๓ โยชน์ เป็นอย่างไกล.
บทว่า เมื่อคนถือไม่มี ความว่า คนอื่น คือ สตรี หรือบุรุษ คฤหัสถ์ หรือบรรพชิต
สักตนหนึ่ง เป็นผู้ช่วยถือไปไม่มี.
คำว่า ถ้าเธอถือเอาไปยิ่งกว่านั้น แม้คนถือไม่มี อธิบายว่า เธอก้าวเกิน ๓ โยชน์
เท้าแรก, ต้องอาบัติทุกกฏ. เท้าที่สอง ขนเจียมเหล่านั้น, เป็นนิสสัคคีย์. เธอยืนอยู่ภายในระยะ
๓ โยชน์ โยนขนเจียมลงนอกระยะ ๓ โยชน์, ก็เป็นนิสสัคคีย์. ซ่อนไว้ในยานพาหนะก็ตาม
ในห่อถุงก็ตาม ของคนอื่น ซึ่งเขาไม่รู้ ให้ล่วง ๓ โยชน์ไป, ก็เป็นนิสสัคคีย์. คือ เป็นของ
จำต้องเสียสละแก่สงฆ์ คณะ หรือบุคคล.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุพึงเสียสละขนเจียมนั้นอย่างนี้:-
ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่พรรษากว่า
นั่งกระหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า
ท่านเจ้าข้า ขนเจียมเหล่านี้ของข้าพเจ้าให้ล่วงเลย ๓ โยชน์ เป็นของจำจะสละ, ข้าพเจ้า
สละขนเจียมเหล่านี้แก่สงฆ์.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนขนเจียมที่
เสียสละให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า. ขนเจียมเหล่านี้ของภิกษุมีชื่อนี้ เป็นของ
จำจะสละ, เธอสละแล้วแก่สงฆ์. ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ที่ถึงที่แล้ว, สงฆ์พึงให้
ขนเจียมเหล่านี้แก่ภิกษุมีชื่อนี้.
ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุหลายรูป ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า กราบเท้าภิกษุผู้แก่
พรรษากว่า นั่งกระหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า:-
ท่านเจ้าข้า ขนเจียมเหล่านี้ของข้าพเจ้าให้ล่วง ๓ โยชน์ เป็นของจำจะสละ, ข้าพเจ้า
สละขนเจียมเหล่านี้แก่ท่านทั้งหลาย.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงรับอาบัติ พึงคืนขนเจียมที่
เสียสละให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-
ท่านทั้งหลาย ขอจงฟังข้าพเจ้า. ขนเจียมเหล่านี้ของภิกษุมีชื่อนี้. เป็นของ
จำจะสละ, เธอสละแล้วแก่ท่านทั้งหลาย. ถ้าความพร้อมพรั่งของท่านทั้งหลายถึง
ที่แล้ว, ท่านทั้งหลายพึงให้ขนเจียมเหล่านี้แก่ภิกษุมีชื่อ.
ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระหย่งประนมมือ
กล่าวอย่างนี้ว่า:-
ท่าน ขนเจียมเหล่านี้ของข้าพเจ้าให้ล่วงเลย ๓ โยชน์ เป็นของจำจะสละ, ข้าพเจ้าสละ
ขนเจียมเหล่านี้แก่ท่าน.
ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้รับเสียสละนั้นพึงรับอาบัติ พึงคืนขนเจียมที่เสีย
สละให้ด้วยคำว่า ข้าพเจ้าให้ขนเจียมเหล่านี้แก่ท่าน ดังนี้.
ภิกฺขุโน ปเนว อทฺธานมคฺคปฏิปนฺนสฺสาติ✎ ร่าง
Bhikkhuno paneva addhānamaggappaṭipannassāti
อ้างอิงPTS 3.234
ปถํ คจฺฉนฺตสฺส ฯ✎ ร่าง
panthaṁ gacchantassa.
เอฬกโลมานิ อุปฺปชฺเชยฺยุนฺติ✎ ร่าง
Eḷakalomāni uppajjeyyunti
อ้างอิงพุทธชยันตี 1.574
อุปฺปชฺเชยฺยุํ สงฺฆโต วา คณโต วา
ญาติโต วา มิตฺตโต วา ปํสุกูลโต ๓- วา อตฺตโน วา ธเนน ฯ✎ ร่าง
uppajjeyyuṁ saṅghato vā gaṇato vā ñātito vā mittato vā paṁsukūlaṁ vā attano vā dhanena.
อากงฺขมาเนนาติ✎ ร่าง
Ākaṅkhamānenāti
อิจฺฉมาเนน ปฏิคฺคเหตพฺพานิ ฯ✎ ร่าง
icchamānena paṭiggahetabbāni.
ปฏิคฺคเหตฺวา
ติโยชนปรมํ สหตฺถา หาเรตพฺพานีติ✎ ร่าง
Paṭiggahetvā tiyojanaparamaṁ sahatthā haritabbānīti
ติโยชนปรมตา สหตฺถา
หาเรตพฺพานิ ฯ✎ ร่าง
tiyojanaparamatā sahatthā haritabbāni.
อสนฺเต หารเกติ✎ ร่าง
Asante hāraketi
น อญฺโญ โกจิ หารโก โหติ
อิตฺถี วา ปุริโส วา คหฏฺโฐ วา ปพฺพชิโต วา ฯ✎ ร่าง
nāñño koci hārako hoti itthī vā puriso vā gahaṭṭho vā pabbajito vā.
ตโต เจ อุตฺตรึ
หเรยฺย อสนฺเตปิ หารเกติ✎ ร่าง
Tato ce uttari hareyya, asantepi hāraketi
อ้างอิงสยามรัฐ 2.84
ปฐมํ ปาทํ ติโยชนํ อติกฺกาเมติ
อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส✎ ร่าง
paṭhamaṁ pādaṁ tiyojanaṁ atikkāmeti, āpatti dukkaṭassa.
ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺติ✎ ร่าง
Dutiyaṁ pādaṁ atikkāmeti, nissaggiyaṁ pācittiyaṁ.
อนฺโตติโยชเน ฐิโต พหิติโยชนํ ปาเตติ นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺติ✎ ร่าง
Antotiyojane ṭhito bahitiyojanaṁ pāteti, nissaggiyaṁ pācittiyaṁ.
อญฺญสฺส ยาเน วา ภณฺเฑ วา อาชานนฺตสฺส ปกฺขิปิตฺวา ติโยชนํ
อติกฺกาเมติ นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺติ✎ ร่าง
Aññassa yāne vā bhaṇḍe vā ajānantassa pakkhipitvā tiyojanaṁ atikkāmeti, nissaggiyāni honti.
นิสฺสชฺชิตพฺพานิ สงฺฆสฺส วา
@เชิงอรรถ: ๑ ม. หริตพฺพานิ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. ยุ. ปนฺถํ ฯ@๓ ม. ยุ. ปํสุกูลํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๔-๕ ม. ยุ. นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
คณสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา ฯ✎ ร่าง
Nissajjitabbāni saṅghassa vā gaṇassa vā puggalassa vā.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว นิสฺสชฺชิตพฺพานิ
ฯ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, nissajjitabbāni.
อิมานิ เม ภนฺเต เอฬกโลมานิ ติโยชนํ อติกฺกามิตานิ
นิสฺสคฺคิยานิ✎ ร่าง
“imāni me, bhante, eḷakalomāni tiyojanaṁ atikkāmitāni nissaggiyāni.
อิมานาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
Imānāhaṁ saṅghassa nissajjāmī”ti …pe…
ทเทยฺยาติ
ฯเปฯ✎ ร่าง
dadeyyāti …pe…
ทเทยฺยุนฺติ ฯเปฯ✎ ร่าง
dadeyyunti …pe…
อายสฺมโต ทมฺมีติ ฯ✎ ร่าง
āyasmato dammīti.