‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีสุนทรีนันทา
เล่ม ๓ — วินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ · ข้อ 12 · วิ.ภิก. ๓/๑๖๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้นภิกษุณีสุนทรีนันทามีครรภ์กับนายสาฬหะ หลาน มิคารมาตา. นางได้ปกปิดไว้จนมีครรภ์อ่อนๆ เมื่อครรภ์แก่แล้วนางจึงสึกออกมาคลอดบุตร. ภิกษุณี ทั้งหลายได้ถามเรื่องนั้นกับภิกษุณีถุลลนันทาว่า แม่เจ้า นางสุนทรีนันทาสึกไม่นานนัก ก็คลอดบุตร ชะรอยนางจะมีครรภ์ทั้งเป็นภิกษุณีกระมัง เจ้าข้า? ถุล. อย่างนั้น เจ้าข้า. ภิก. ก็แม่เจ้ารู้อยู่ว่าภิกษุณีล่วงอาบัติปาราชิก เหตุไฉนจึงไม่โจทด้วยตน ไม่บอกแก่คณะ เล่า? ถุล. โทษอันใดของเธอ นั่นเป็นโทษของดิฉัน การเสื่อมเกียรติอันใดของเธอ นั่นเป็น การเสื่อมเกียรติของดิฉัน การเลื่อมยศอันใดของเธอ นั่นเป็นการเสื่อมยศของดิฉัน การเสื่อมลาภ อันใดของเธอ นั่นเป็นการเสื่อมลาภของดิฉัน ไฉนดิฉันจักบอกโทษของตน การเสื่อมเกียรติ ของตน การเสื่อมยศของตน การเสื่อมลาภของตน แก่คนเหล่าอื่นเล่า. บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า แม่เจ้าถุลลนันทา รู้อยู่ซึ่งภิกษุณีล่วงอาบัติปาราชิก ไฉนจึงไม่โจทด้วยตน ไม่บอกแก่คณะเล่า. ครั้งนั้นแลนางภิกษุณี เหล่านั้นแจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลความเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกินนั้น ทรงทำธรรมีกถา แล้วทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีถุลลนันทา รู้อยู่ว่าภิกษุณีล่วงอาบัติปาราชิก ไม่โจทด้วยตน ไม่บอกแก่คณะ จริงหรือ?. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริงพระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีถุลลนันทารู้อยู่ว่าภิกษุณี ล่วงอาบัติปาราชิก ไฉนจึงไม่โจทด้วยตน ไม่บอกแก่คณะ การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อ ความเลื่อมใส ของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว โดย โดยที่แท้ การกระทำของเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อ ความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกภิกษุณี จงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ว่า ดังนี้:- ๖.๒. อนึ่ง ภิกษุณีใด รู้อยู่ว่าภิกษุณีล่วงอาบัติปาราชิก ไม่โจทด้วยตน ไม่บอกแก่ คณะ ในเวลาที่ภิกษุณีนั้นยังดำรงเพศอยู่ก็ดี เคลื่อนไปแล้วก็ดี ถูกนาสนะแล้วก็ดี ไปเข้ารีต เดียรถีย์เสียก็ดี ภายหลังนางจึงบอกอย่างนี้ว่า แม่เจ้า เจ้าข้า เมื่อก่อนดิฉันรู้จักภิกษุณีนั่น ได้ดีทีเดียวว่า นางเป็นพี่หญิง น้องหญิง มีความประพฤติเช่นนี้และมีความประพฤติเช่นนี้ แต่ดิฉันไม่โจทด้วยตน ไม่บอกแก่คณะ แม้ภิกษุณีนี้ก็เป็นปาราชิก ชื่อวัชชปฏิจฉาทิกา หาสังวาสมิได้.
เทียบรายประโยค (23 ประโยค)
pj6:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงPTS 4.216 · สยามรัฐ 3.11 · ฉัฏฐสังคายนา 88.291 · พุทธชยันตี 2.2.14
pj6:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน สุนฺทรีนนฺทา ภิกฺขุนี สาเฬฺหน มิคารนตฺตุนา คพฺภินี โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sundarīnandā bhikkhunī sāḷhena migāranattunā gabbhinī hoti.
pj6:1.3 #
ยาว คพฺโภ ตรุโณ อโหสิ ตาว ฉาเทสิ ฯ✎ ร่าง
Yāva gabbho taruṇo ahosi tāva chādesi.
pj6:1.4 #
ปริปกฺเก คพฺเภ วิพฺภมิตฺวา วิชายิ ฯ✎ ร่าง
Paripakke gabbhe vibbhamitvā vijāyi.
pj6:1.5 #
ภิกฺขุนิโย ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Bhikkhuniyo thullanandaṁ bhikkhuniṁ etadavocuṁ—
pj6:1.6 #
สุนฺทรีนนฺทา โข อยฺเย อจิรวิพฺภนฺตา วิชาตา✎ ร่าง
“sundarīnandā kho, ayye, aciravibbhantā vijātā.
pj6:1.7 #
กจฺจิ โน สา ภิกฺขุนีเยว สมานา คพฺภินีติ ฯ✎ ร่าง
Kacci no sā bhikkhunīyeva samānā gabbhinī”ti?
pj6:1.8 #
เอวํ อยฺเยติ ฯ✎ ร่าง
“Evaṁ, ayye”ti.
pj6:1.9 #
กิสฺส ปน ตฺวํ อยฺเย ชานํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺนํ ภิกฺขุนึ เนว อตฺตนา ปฏิโจเทสิ น คณสฺส อาโรเจสีติ ฯ✎ ร่าง
“Kissa pana tvaṁ, ayye, jānaṁ pārājikaṁ dhammaṁ ajjhāpannaṁ bhikkhuniṁ nevattanā paṭicodesi na gaṇassa ārocesī”ti?
pj6:1.10 #
โย เอติสฺสา อวณฺโณ มเยฺหโส อวณฺโณ ยา เอติสฺสา อกิตฺติ มเยฺหสา อกิตฺติ โย เอติสฺสา อยโส มเยฺหโส อยโส โย เอติสฺสา อลาโภ มเยฺหโส อลาโภ✎ ร่าง
“Yo etissā avaṇṇo mayheso avaṇṇo, yā etissā akitti mayhesā akitti, yo etissā ayaso mayheso ayaso, yo etissā alābho mayheso alābho.
pj6:1.11 #
กฺยาหํ อยฺเย อตฺตโน อวณฺณํ อตฺตโน อกิตฺตึ อตฺตโน อยสํ อตฺตโน อลาภํ ปเรสํ อาโรเจสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
Kyāhaṁ, ayye, attano avaṇṇaṁ attano akittiṁ attano ayasaṁ attano alābhaṁ paresaṁ ārocessāmī”ti?
pj6:1.12 #
ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Yā tā bhikkhuniyo appicchā …pe… tā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
pj6:1.13 #
กถํ หิ นาม อยฺยา ถุลฺลนนฺทา ชานํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺนํ ภิกฺขุนึ เนว อตฺตนา ปฏิโจเทสฺสติ น คณสฺส อาโรเจสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma ayyā thullanandā jānaṁ pārājikaṁ dhammaṁ ajjhāpannaṁ bhikkhuniṁ nevattanā paṭicodessati na gaṇassa ārocessatī”ti.
pj6:1.14 #
อถโข ตา ภิกฺขุนิโย ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho tā bhikkhuniyo bhikkhūnaṁ etamatthaṁ ārocesuṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 3.12
pj6:1.15 #
ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhū bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
pj6:1.16 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe bhikkhusaṅghaṁ sannipātāpetvā bhikkhū paṭipucchi—
pj6:1.17 #
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ชานํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺนํ ภิกฺขุนึ เนว อตฺตนา ปฏิโจเทติ ๑- น คณสฺส อาโรเจตีติ ๒- ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, thullanandā bhikkhunī jānaṁ pārājikaṁ dhammaṁ ajjhāpannaṁ bhikkhuniṁ nevattanā paṭicodeti na gaṇassa ārocetī”ti?
pj6:1.18 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
pj6:1.19 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
pj6:1.20 #
กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ชานํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺนํ ภิกฺขุนึ เนว อตฺตนา ปฏิโจเทสฺสติ น คณสฺส อาโรเจสฺสติ✎ ร่าง
kathañhi nāma, bhikkhave, thullanandā bhikkhunī jānaṁ pārājikaṁ dhammaṁ ajjhāpannaṁ bhikkhuniṁ nevattanā paṭicodessati na gaṇassa ārocessati.
pj6:1.21 #
เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย อถเขฺวตํ ๓- ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานญฺเจว อปฺปสาทาย ปสนฺนานญฺจ เอกจฺจานํ อญฺญถตฺตายาติ ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
pj6:1.22 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, bhikkhuniyo imaṁ sikkhāpadaṁ uddisantu—
pj6:1.23.1 #
ยา ปน ภิกฺขุนี ชานํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺนํ ภิกฺขุนึ เนว อตฺตนา ปฏิโจเทยฺย น คณสฺส อาโรเจยฺย ยทา จ สา ฐิตา วา อสฺส จุตา วา นาสิตา วา อวสฏา ๔- วา สา ปจฺฉา เอวํ วเทยฺย ปุพฺเพ วาหํ อยฺเย สญฺญาสึ เอตํ ภิกฺขุนึ เอวรูปา จ เอวรูปา จ สา ภคินีติ โน จ โข อตฺตนา ปฏิโจเทสฺสํ น คณสฺส อาโรเจสฺสนฺติ อยมฺปิ ปาราชิกา โหติ อสํวาสา วชฺชปฏิจฺฉาทิกาติ ๕- ฯ✎ ร่าง
“Yā pana bhikkhunī jānaṁ pārājikaṁ dhammaṁ ajjhāpannaṁ bhikkhuniṁ nevattanā paṭicodeyya na gaṇassa āroceyya, yadā ca sā ṭhitā vā assa cutā vā nāsitā vā avassaṭā vā, sā pacchā evaṁ vadeyya—‘pubbevāhaṁ, ayye, aññāsiṁ etaṁ bhikkhuniṁ evarūpā ca evarūpā ca sā bhaginīti, no ca kho attanā paṭicodessaṁ na gaṇassa ārocessan’ti, ayampi pārājikā hoti asaṁvāsā vajjappaṭicchādikā”ti.
อ้างอิงPTS 4.217
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓ — วินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน