เนื้อความทั้งข้อ
[๑๒๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ-
บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น พวกอุบาสกอุบาสิกาพากันรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้
ที่เขาเต็มใจทำบุญเพื่อเป็นมูลค่าจีวรสำหรับภิกษุณีสงฆ์ ฝากไว้ที่ร้านพ่อค้าคนหนึ่ง แล้วได้เข้าไปหา
ภิกษุณีทั้งหลายกล่าวคำนี้ว่า แม่เจ้าทั้งหลาย เจ้าข้า กัปปิยภัณฑ์เพื่อเป็นมูลค่าจีวร พวกข้าพเจ้า
ฝากไว้ที่ร้านพ่อค้าผ้าชื่อโน้น ขอท่านทั้งหลายกรุณาให้ไวยาวัจกรไปนำจีวรจากร้านพ่อค้าผ้าผู้นั้นมา
แจกกันเถิด เจ้าข้า.
ภิกษุณีทั้งหลายได้ขอให้เปลี่ยนกัปปิยภัณฑ์นั้นแหละเป็นเภสัชไปบริโภคเป็นส่วนตัว.
อุบาสกอุบาสิกาทั้งหลายทราบเรื่องแล้วพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้ง
หลายจึงได้ให้เปลี่ยนกัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง อุทิศไว้อย่างหนึ่ง ซึ่ง
เขาตั้งใจถวายสงฆ์ ไปเป็นปัจจัยอย่างอื่น ทั้งขอมาเป็นส่วนตัวด้วยเล่า.
ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินอุบาสกอุบาสิกาเหล่านั้นเพ่งโทษติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็น
ผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลายจึงได้ให้เปลี่ยนกัปปิยภัณฑ์ที่เขา
ถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง อุทิศไว้อย่างหนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจถวายสงฆ์ ไปเป็นปัจจัยอย่าง
อื่น ทั้งขอมาเป็นส่วนตัวด้วยเล่า ...
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีทั้งหลายได้
ให้เปลี่ยนกัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง อุทิศไว้อย่างหนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจถวาย
สงฆ์ ไปเป็นปัจจัยอย่างอื่น ทั้งขอมาเป็นส่วนตัวด้วย จริงหรือ?
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้ให้
เปลี่ยนกัปปิยภัณฑ์ ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง อุทิศไว้อย่างหนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจ
ถวายสงฆ์ ไปเป็นปัจจัยอย่างอื่น ทั้งขอมาเป็นส่วนตัวด้วยเล่า การกระทำของพวกนางนั่น ไม่เป็น
ไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๓๒. ๗. อนึ่ง ภิกษุณีใด ให้เปลี่ยนซึ่งปัจจัยอย่างอื่น ด้วยกัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวาย
ไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง อุทิศไว้อย่างหนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจถวายสงฆ์ แต่ขอมาเป็น
ส่วนตัว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
เตน โข ปน สมเยน อุปาสกา
ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส จีวรตฺถาย ฉนฺทกํ สงฺฆริตฺวา อญฺญตรสฺส ปาวาริกสฺส
ฆเร ปริกฺขารํ นิกฺขิปิตฺวา ภิกฺขุนิโย อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena upāsakā bhikkhunisaṅghassa cīvaratthāya chandakaṁ saṅgharitvā aññatarassa pāvārikassa ghare parikkhāraṁ nikkhipitvā bhikkhuniyo upasaṅkamitvā etadavocuṁ—
อ้างอิงPTS 4.252
อมุกสฺส อยฺเย ปาวาริกสฺส ฆเร จีวรตฺถาย ปริกฺขาโร นิกฺขิตฺโต ตโต
จีวรํ อาหราเปตฺวา ภาเชถาติ ฯ✎ ร่าง
“amukassa, ayye, pāvārikassa ghare cīvaratthāya parikkhāro nikkhitto, tato cīvaraṁ āharāpetvā bhājethā”ti.
ภิกฺขุนิโย เตน จ ปริกฺขาเรน สยํปิ
ยาจิตฺวา เภสชฺชํ เจตาเปตฺวา ปริภุญฺชึสุ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhuniyo tena ca parikkhārena sayampi yācitvā bhesajjaṁ cetāpetvā paribhuñjiṁsu.
อุปาสกา ชานิตฺวา
อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Upāsakā jānitvā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
อ้างอิงสยามรัฐ 3.81
กถํ หิ นาม ภิกฺขุนิโย อญฺญทตฺถิเกน
ปริกฺขาเรน อญฺญุทฺทิสิเกน สงฺฆิเกน สญฺญาจิเกน อญฺญํ
เจตาเปสฺสนฺตีติ ฯ
{๑๒๒.๑} อสฺโสสุํ โข ภิกฺขุนิโย เตสํ อุปาสกานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ
วิปาเจนฺตานํ ฯ ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ
ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภิกฺขุนิโย อญฺญทตฺถิเกน ปริกฺขาเรน
อญฺญุทฺทิสิเกน สงฺฆิเกน สญฺญาจิเกน อญฺญํ เจตาเปสฺสนฺตีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma bhikkhuniyo aññadatthikena parikkhārena aññuddisikena saṅghikena saññācikena aññaṁ cetāpessantī”ti …pe…
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อญฺญทตฺถิเกน ปริกฺขาเรน อญฺญุทฺทิสิเกน
สงฺฆิเกน สญฺญาจิเกน อญฺญํ เจตาเปนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, bhikkhuniyo aññadatthikena parikkhārena aññuddisikena saṅghikena saññācikena aññaṁ cetāpentī”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อญฺญทตฺถิเกน
ปริกฺขาเรน อญฺญุทฺทิสิเกน สงฺฆิเกน สญฺญาจิเกน อญฺญํ
เจตาเปสฺสนฺติ✎ ร่าง
kathañhi nāma, bhikkhave, bhikkhuniyo aññadatthikena parikkhārena aññuddisikena saṅghikena saññācikena aññaṁ cetāpessanti.
เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, bhikkhuniyo imaṁ sikkhāpadaṁ uddisantu—
ยา ปน ภิกฺขุนี อญฺญทตฺถิเกน ปริกฺขาเรน อญฺญุทฺทิสิเกน
สงฺฆิเกน สญฺญาจิเกน อญฺญํ เจตาเปยฺย นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yā pana bhikkhunī aññadatthikena parikkhārena aññuddisikena saṅghikena saññācikena aññaṁ cetāpeyya, nissaggiyaṁ pācittiyan”ti.