เนื้อความทั้งข้อ
[๑๓๐] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ-
*บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีทั้งหลาย ผู้อาศัยอยู่ในบริเวณหมู่บ้านตำบล
หนึ่ง อัตคัดด้วยข้าวยาคู. จึงชาวบ้านตำบลนั้นได้รวบรวมเครื่องใช้สอยที่เขาเต็มใจทำบุญเพื่อเป็น
มูลค่าข้าวยาคูสำหรับภิกษุณีทั้งหลาย ฝากไว้ที่ร้านชาวตลาดคนหนึ่ง แล้วได้เข้าไปหาภิกษุณีทั้งหลาย
กล่าวคำนี้ว่า แม่เจ้าทั้งหลาย เจ้าข้า กัปปิยภัณฑ์เพื่อเป็นมูลค่าข้าวยาคู พวกข้าพเจ้าฝากไว้ที่ร้าน
ชาวตลาดชื่อโน้น ขอท่านทั้งหลายจงให้ไวยาวัจกรไปนำข้าวสารจากชาวตลาดนั้นมาหุงต้มฉันเถิด.
ภิกษุณีทั้งหลายได้ขอให้เปลี่ยนกัปปิยภัณฑ์นั้นแหละเป็นเภสัชไปบริโภคเป็นส่วนตัว.
ชาวบ้านตำบลนั้นทราบเรื่องแล้ว พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลาย
จึงได้ให้เปลี่ยนกัปปิยภัณฑ์ ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง อุทิศไว้อย่างหนึ่ง ซึ่งเขา
ตั้งใจจะถวายแก่ภิกษุณีหมู่มาก ไปเป็นปัจจัยอย่างอื่น ทั้งขอมาเป็นส่วนตัวด้วยเล่า.
ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินชาวบ้านตำบลนั้นพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้
มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลายจึงได้ให้เปลี่ยนกัปปิยภัณฑ์ที่เขา
บริจาคไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง อุทิศไว้อย่างหนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจถวายแก่ภิกษุณีหมู่มาก ไปเป็น
ปัจจัยอย่างอื่น ทั้งขอมาเป็นส่วนตัวด้วยเล่า ... แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุณีทั้งหลาย
ให้เปลี่ยนกัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง อุทิศไว้อย่างหนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจถวาย
แก่ภิกษุณีหมู่มาก ไปเป็นปัจจัยอย่างอื่น ทั้งขอมาเป็นส่วนตัวด้วย จริงหรือ?
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพระพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้
ให้เปลี่ยนกัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง อุทิศไว้อย่างหนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจถวาย
แก่ภิกษุณีหมู่มาก ไปเป็นปัจจัยอย่างอื่น ทั้งขอมาเป็นส่วนตัวด้วยเล่า การกระทำของพวกนางนั่น
ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๓๔.๙. อนึ่ง ภิกษุณีใด ให้เปลี่ยนซึ่งปัจจัยอย่างอื่น ด้วยกัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อ
เป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง อุทิศไว้อย่างหนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจถวายภิกษุณีหมู่มาก แต่ขอมาเป็น
ส่วนตัว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส
ปูคสฺส ปริเวณวาสิกา ภิกฺขุนิโย ยาคุยา กิลมนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññatarassa pūgassa pariveṇavāsikā bhikkhuniyo yāguyā kilamanti.
อถโข โส
ปูโค ภิกฺขุนีนํ ยาคุอตฺถาย ฉนฺทกํ สงฺฆริตฺวา อญฺญตรสฺส อาปณิกสฺส
ฆเร ปริกฺขารํ นิกฺขิปิตฺวา ภิกฺขุนิโย อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho so pūgo bhikkhunīnaṁ yāguatthāya chandakaṁ saṅgharitvā aññatarassa āpaṇikassa ghare parikkhāraṁ nikkhipitvā bhikkhuniyo upasaṅkamitvā etadavoca—
อมุกสฺส อยฺเย อาปณิกสฺส ฆเร ยาคุอตฺถาย ปริกฺขาโร นิกฺขิตฺโต✎ ร่าง
“amukassa, ayye, āpaṇikassa ghare yāguatthāya parikkhāro nikkhitto.
ตโต ตณฺฑุเล อาหราเปตฺวา ยาคุํ ปจาเปตฺวา ปริภุญฺชถาติ ฯ✎ ร่าง
Tato taṇḍule āharāpetvā yāguṁ pacāpetvā paribhuñjathā”ti.
ภิกฺขุนิโย เตน จ ปริกฺขาเรน สยํปิ ยาจิตฺวา เภสชฺชํ เจตาเปตฺวา
ปริภุญฺชึสุ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhuniyo tena ca parikkhārena sayampi yācitvā bhesajjaṁ cetāpetvā paribhuñjiṁsu.
—
So pūgo jānitvā ujjhāyati khiyyati vipāceti—
อ้างอิงสยามรัฐ 3.85
—
“kathañhi nāma bhikkhuniyo aññadatthikena parikkhārena aññuddisikena mahājanikena saññācikena aññaṁ cetāpessantī”ti …pe…
—
“saccaṁ kira, bhikkhave, bhikkhuniyo aññadatthikena parikkhārena aññuddisikena mahājanikena saññācikena aññaṁ cetāpentī”ti?
—
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
—
kathañhi nāma, bhikkhave, bhikkhuniyo aññadatthikena parikkhārena aññuddisikena mahājanikena saññācikena aññaṁ cetāpessanti.
—
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
—
evañca pana, bhikkhave, bhikkhuniyo imaṁ sikkhāpadaṁ uddisantu—
—
“Yā pana bhikkhunī aññadatthikena parikkhārena aññuddisikena mahājanikena saññācikena aññaṁ cetāpeyya, nissaggiyaṁ pācittiyan”ti.