เนื้อความทั้งข้อ
[๑๖๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ-
*บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น มหาอำมาตย์ผู้หนึ่ง ชื่ออาโรหันตะ ได้บวชอยู่ใน
สำนักภิกษุ. ภรรยาเก่าของท่านก็ได้บวชอยู่ในสำนักภิกษุณี. ต่อมา ภิกษุนั้นทำภัตกิจในสำนักภิกษุณี
นั้น. เมื่อภิกษุนั้นกำลังฉันอยู่ ภิกษุณีนั้นได้เข้าไปยืนปฏิบัติอยู่ใกล้ๆ ด้วยน้ำฉันและการพัดวี
แล้วกล่าวถ้อยคำเกี่ยวกับการครองเรือนยั่วยวนอยู่ จึงภิกษุนั้นรุกรานนางว่า ดูกรน้องหญิง เธอ
อย่าได้ทำเช่นนี้ ข้อนี้ไม่ควร.
นางได้กล่าวว่า เมื่อก่อนท่านได้กระทำอย่างนี้ๆ แก่ข้าพเจ้า บัดนี้ เพียงเท่านี้ก็ทนไม่ได้
ครั้นแล้วได้ครอบขันน้ำลงบนศีรษะ ประหารด้วยพัด. บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่ง
โทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีจึงได้ให้ประหารแก่ภิกษุเล่า ...
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีให้ประหาร
แก่ภิกษุ จริงหรือ?
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีจึงได้ให้ประหารแก่
ภิกษุเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๖๑. ๖. อนึ่ง ภิกษุณีใด เมื่อภิกษุกำลังฉันอยู่ เข้าไปปฏิบัติอยู่ใกล้ๆ ด้วยน้ำฉัน
หรือด้วยการพัดวี เป็นปาจิตตีย์.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
เตน โข ปน สมเยน อาโรหนฺโต
นาม มหามตฺโต ภิกฺขูสุ ปพฺพชิโต โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena ārohanto nāma mahāmatto bhikkhūsu pabbajito hoti.
ตสฺส ปุราณทุติยิกา
ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิตา โหติ ฯ✎ ร่าง
Tassa purāṇadutiyikā bhikkhunīsu pabbajitā hoti.
เตน โข ปน สมเยน โส ภิกฺขุ ตสฺสา ภิกฺขุนิยา
สนฺติเก ภตฺตวิสฺสคฺคํ กโรติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena so bhikkhu tassā bhikkhuniyā santike bhattavissaggaṁ karoti.
อถโข สา ภิกฺขุนี ตสฺส ภิกฺขุโน
ภุญฺชนฺตสฺส ปานีเยน จ วิธูปเนน จ อุปติฏฺฐิตฺวา เคหสิตกถํ
กเถติ อจฺจาวทติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho sā bhikkhunī tassa bhikkhuno bhuñjantassa pānīyena ca vidhūpanena ca upatiṭṭhitvā accāvadati.
อถโข โส ภิกฺขุ ตํ ภิกฺขุนึ อปสาเทติ✎ ร่าง
Atha kho so bhikkhu taṁ bhikkhuniṁ apasādeti—
มา
ภคินิ เอวรูปํ อกาสิ✎ ร่าง
“mā, bhagini, evarūpaṁ akāsi.
เนตํ กปฺปตีติ ฯ✎ ร่าง
Netaṁ kappatī”ti.
ปุพฺเพ มํ ตฺวํ เอวญฺจ
เอวญฺจ กโรสิ อิทานิ เอตฺตกํ น สหสีติ✎ ร่าง
“Pubbe maṁ tvaṁ evañca evañca karosi, idāni ettakaṁ na sahasī”ti—
ปานียถาลกํ มตฺถเก
อาสุมฺภิตฺวา วิธูปเนน ปหารํ อทาสิ ฯ✎ ร่าง
pānīyathālakaṁ matthake āsumbhitvā vidhūpanena pahāraṁ adāsi.
ยา ตา ภิกฺขุนิโย
อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Yā tā bhikkhuniyo appicchā …pe… tā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
อ้างอิงสยามรัฐ 3.103
กถํ หิ นาม ภิกฺขุนี ภิกฺขุสฺส ปหารํ ทสฺสตีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma bhikkhunī bhikkhussa pahāraṁ dassatī”ti …pe…
สจฺจํ กิร
ภิกฺขเว ภิกฺขุนี ภิกฺขุสฺส ปหารํ เทตีติ ๑- ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, bhikkhunī bhikkhussa pahāraṁ adāsī”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ
พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ภิกฺขุนี ภิกฺขุสฺส ปหารํ
ทสฺสติ✎ ร่าง
kathañhi nāma, bhikkhave, bhikkhunī bhikkhussa pahāraṁ dassati.
เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ
ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, bhikkhuniyo imaṁ sikkhāpadaṁ uddisantu—
ยา ปน ภิกฺขุนี ภิกฺขุสฺส ภุญฺชนฺตสฺส ปานีเยน วา
วิธูปเนน วา อุปติฏฺเฐยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yā pana bhikkhunī bhikkhussa bhuñjantassa pānīyena vā vidhūpanena vā upatiṭṭheyya, pācittiyan”ti.