เนื้อความทั้งข้อ
[๑๗๕] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ
อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น พราหมณ์คนหนึ่งเป็นข้าราชการ ถูกปลดออก
จากราชการแล้วคิดว่าจักทูลขอรับพระราชทานตำแหน่งเดิมคืน จึงสนานเกล้าแล้วเดินผ่านที่พำนัก
ของภิกษุณีไปสู่ราชตระกูล ภิกษุณีรูปหนึ่งถ่ายวัจจะลงในหม้อ แล้วเททิ้งออกนอกฝา ราดลงบน-
*ศีรษะของพราหมณ์นั้น ดังนั้น พราหมณ์จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ภิกษุณีโล้นเหล่านี้ไม่ใช่
สมณะ ไม่มีสมบัติ ไฉนจึงได้เทหม้อคูถลงบนศีรษะเราเล่า เราจักเผาที่พำนักของภิกษุณีเหล่านี้เสีย
ดังนั้น จึงถือคบเพลิงเข้าไปสู่ที่พำนักภิกษุณี อุบาสกคนหนึ่งออกมาจากสำนักภิกษุณี เห็นพราหมณ์
นั้นกำลังถือคบเพลิงผ่านเข้าไปสู่ที่พำนัก จึงถามพราหมณ์ว่า ท่านผู้เจริญ เหตุไรท่านถือคบเพลิง
เข้าไปสู่ที่พำนักภิกษุณี?
พราหมณ์ตอบว่า ท่านผู้เจริญ เพราะภิกษุณีโล้นเหล่านี้เป็นสตรีไม่มีสมบัติ เทหม้อคูถลง
บนศีรษะของเรา เราจึงจักเผาสำนักของภิกษุณีเหล่านี้เสีย.
อุบาสกชี้แจงว่า ไปเถิด ท่านผู้เจริญ นั่นเป็นมงคล ท่านจักได้ทรัพย์ ๑,๐๐๐ ตำลึง และ
ตำแหน่งเดิมคืน.
ฝ่ายพราหมณ์นั้นสนานเกล้าแล้วไปสู่ราชตระกูล ได้ทรัพย์พระราชทาน ๑,๐๐๐ ตำลึง และ
ตำแหน่งเดิมนั้นคืน. จึงอุบาสกนั้นเข้าไปสู่ที่พำนักภิกษุณี แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุณีทั้งหลายแล้วขู่
สำทับ.
บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลาย
จึงได้เทอุจจาระทิ้งออกภายนอกฝาที่พำนักเล่า ...
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าพวกภิกษุณี
เทอุจจาระทิ้งออกภายนอกฝาที่พำนัก จริงหรือ?
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนพวกภิกษุณีจึงได้เทอุจจาระ
ทิ้งออกนอกฝาที่พำนักเล่า การกระทำของพวกนางนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่
เลื่อมใส ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๖๓. ๘. อนึ่ง ภิกษุณีใด เทหรือให้เท ซึ่งอุจจาระก็ดี ปัสสาวะก็ดี หยากเยื่อก็ดี
ของเป็นเดนก็ดี ณ ภายนอกฝาที่พำนักก็ดี ณ ภายนอกกำแพงก็ดี เป็นปาจิตตีย์.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 3.106 · พุทธชยันตี 2.2.150
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร
พฺราหฺมโณ นิพฺพิฏฺฐราชภโฏ ตญฺเญว ภฏปถํ ยาจิสฺสามีติ สีสํ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. วิญฺญาเปตฺวา ฯ ๒ ม. ยุ. โกฏฺฏิตฺวา ฯ
นหายิตฺวา ภิกฺขุนูปสฺสยํ นิสฺสาย ราชกุลํ คจฺฉติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro brāhmaṇo nibbiṭṭharājabhaṭo “taññeva bhaṭapathaṁ yācissāmī”ti sīsaṁ nahāyitvā bhikkhunupassayaṁ nissāya rājakulaṁ gacchati.
อญฺญตรา ภิกฺขุนี กฏาเห วจฺจํ กตฺวา ติโรกุฑฺเฑ
ฉฑฺเฑนฺตี ตสฺส พฺราหฺมณสฺส มตฺถเก อาสุมฺภิ ฯ✎ ร่าง
Aññatarā bhikkhunī kaṭāhe vaccaṁ katvā tirokuṭṭe chaḍḍentī tassa brāhmaṇassa matthake āsumbhi.
อถโข โส พฺราหฺมโณ
อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ✎ ร่าง
Atha kho so brāhmaṇo ujjhāyati khiyyati vipāceti—
อสฺสมณิโย อิมา มุณฺฑา พนฺธกินิโย✎ ร่าง
“assamaṇiyo imā muṇḍā bandhakiniyo.
กถํ
หิ นาม คูถกฏาหํ มตฺถเก อาสุมฺภิสฺสนฺติ✎ ร่าง
Kathañhi nāma gūthakaṭāhaṁ matthake āsumbhissanti.
อิมาสํ อุปสฺสยํ
ฌาเปสฺสามีติ✎ ร่าง
Imāsaṁ upassayaṁ jhāpessāmī”ti.
อุมฺมุกํ คเหตฺวา อุปสฺสยํ ปวิสติ ฯ✎ ร่าง
Ummukaṁ gahetvā upassayaṁ pavisati.
อญฺญตโร อุปาสโก
อุปสฺสยา นิกฺขมนฺโต อทฺทส ตํ พฺราหฺมณํ อุมฺมุกํ ๑- คเหตฺวา
อุปสฺสยํ ปวิสนฺตํ✎ ร่าง
Aññataro upāsako upassayā nikkhamanto addasa taṁ brāhmaṇaṁ ummukaṁ gahetvā upassayaṁ pavisantaṁ.
ทิสฺวาน ตํ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Disvāna taṁ brāhmaṇaṁ etadavoca—
กิสฺส ตฺวํ โภ
อุมฺมุกํ คเหตฺวา อุปสฺสยํ ปวิสสีติ ฯ✎ ร่าง
“kissa tvaṁ, bho, ummukaṁ gahetvā upassayaṁ pavisasī”ti?
อิมา โภมํ ๒- มุณฺฑา พนฺธกินิโย
คูถกฏาหํ มตฺถเก อาสุมฺภึสุ✎ ร่าง
“Imā maṁ, bho, muṇḍā bandhakiniyo gūthakaṭāhaṁ matthake āsumbhiṁsu.
อิมาสํ อุปสฺสยํ ฌาเปสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
Imāsaṁ upassayaṁ jhāpessāmī”ti.
คจฺฉ
โภ✎ ร่าง
“Gaccha, bho brāhmaṇa, maṅgalaṁ etaṁ.