‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา
เล่ม ๓ — วินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ · ข้อ 18 · วิ.ภิก. ๓/๒๓๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- *บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีถุลลนันทาประพฤติตามพระอริฏฐะผู้เผ่าพราน แร้ง ที่ถูกสงฆ์พร้อมเพรียงกันยกเสียแล้ว. บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทาจึงได้ประพฤติตามพระอริฏฐะผู้เผ่าพรานแร้ง ซึ่งถูกสงฆ์ผู้ พร้อมเพรียงกันยกเสียแล้วเล่า ... แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีถุลลนันทา ประพฤติตามอริฏฐะภิกษุผู้เผ่าพรานแร้ง ซึ่งถูกสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันยกเสียแล้ว จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทา จึงได้ ประพฤติตามอริฏฐะภิกษุผู้เผ่าพรานแร้ง ซึ่งถูกสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันยกเสียแล้วเล่า การกระทำของ เธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลาย จงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ว่าดังนี้:- ๗. ๓. อนึ่ง ภิกษุณีใด พึงประพฤติตามภิกษุผู้ถูกสงฆ์พร้อมเพรียงกันยกเสียแล้ว ตามธรรม ตามวินัย ตามสัตถุศาสน์ ผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ไม่ทำคืนอาบัติ มิได้ทำภิกษุผู้มีสังวาส เสมอกันให้เป็นสหาย ภิกษุณีนั้นอันภิกษุณีทั้งหลายพึงว่ากล่าวอย่างนี้ว่า แม่เจ้า ภิกษุนั่น แล อันสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันยกเสียแล้ว ตามธรรม ตามวินัย อันเป็นสัตถุศาสน์ เป็นผู้ไม่เอื้อ เฟื้อ ไม่ทำคืนอาบัติ มิได้ทำภิกษุผู้มีสังวาสเสมอกันให้เป็นสหาย แม่เจ้าอย่าประพฤติตาม ภิกษุนั่นเลย แลภิกษุณีนั้น อันภิกษุณีทั้งหลายว่ากล่าวอยู่อย่างนี้ ยังยกย่องอยู่อย่างนั้นเทียว ภิกษุณีนั้นอันภิกษุณีทั้งหลายพึงสวดสมนุภาส กว่าจะครบสามจบ เพื่อให้สละกรรมนั้นเสีย หาก นางถูกสวดสมณุภาสกว่าจะครบสามจบอยู่ สละกรรมนั้นเสีย การสละได้อย่างนี้ นั่นเป็นการ ดี หากนางไม่สละเสีย แม้ภิกษุณีนี้ก็เป็นปาราชิก ชื่ออุกขิตตานุวัตติกา หาสังวาสมิได้.
เทียบรายประโยค (15 ประโยค)
pj7:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงPTS 4.218 · สยามรัฐ 3.15 · ฉัฏฐสังคายนา 88.293
pj7:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี สมคฺเคน สงฺเฆน อุกฺขิตฺตํ อริฏฺฐํ ภิกฺขุํ คนฺธพาธิปุพฺพํ ๑- อนุวตฺตติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena thullanandā bhikkhunī samaggena saṅghena ukkhittaṁ ariṭṭhaṁ bhikkhuṁ gaddhabādhipubbaṁ anuvattati.
pj7:1.3 #
ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Yā tā bhikkhuniyo appicchā …pe… tā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
pj7:1.4 #
กถํ หิ นาม อยฺยา ถุลฺลนนฺทา สมคฺเคน สงฺเฆน อุกฺขิตฺตํ อริฏฺฐํ ภิกฺขุํ คนฺธพาธิปุพฺพํ อนุวตฺติสฺสตีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma ayyā thullanandā samaggena saṅghena ukkhittaṁ ariṭṭhaṁ bhikkhuṁ gaddhabādhipubbaṁ anuvattissatī”ti …pe…
pj7:1.5 #
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี สมคฺเคน สงฺเฆน อุกฺขิตฺตํ อริฏฺฐํ คนฺธพาธิปุพฺพํ อนุวตฺตตีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, thullanandā bhikkhunī samaggena saṅghena ukkhittaṁ ariṭṭhaṁ bhikkhuṁ gaddhabādhipubbaṁ anuvattatī”ti?
pj7:1.6 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
pj7:1.7 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
pj7:1.8 #
กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี สมคฺเคน สงฺเฆน อุกฺขิตฺตํ อริฏฺฐํ คนฺธพาธิปุพฺพํ อนุวตฺติสฺสติ✎ ร่าง
kathañhi nāma, bhikkhave, thullanandā bhikkhunī samaggena saṅghena ukkhittaṁ ariṭṭhaṁ bhikkhuṁ gaddhabādhipubbaṁ anuvattissati.
pj7:1.9 #
เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
pj7:1.10 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, bhikkhuniyo imaṁ sikkhāpadaṁ uddisantu—
pj7:1.11.1 #
ยา ปน ภิกฺขุนี สมคฺเคน สงฺเฆน อุกฺขิตฺตํ ภิกฺขุํ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อนาทรํ อปฺปฏิการํ อกตสหายํ ตมนุวตฺเตยฺย สา ภิกฺขุนี ภิกฺขุนีหิ เอวมสฺส วจนียา✎ ร่าง
“Yā pana bhikkhunī samaggena saṅghena ukkhittaṁ bhikkhuṁ dhammena vinayena satthusāsanena anādaraṁ appaṭikāraṁ akatasahāyaṁ tamanuvatteyya, sā bhikkhunī bhikkhunīhi evamassa vacanīyā—
อ้างอิงสยามรัฐ 3.16
pj7:1.12 #
เอโส โข อยฺเย ภิกฺขุ สมคฺเคน สงฺเฆน อุกฺขิตฺโต ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อนาทโร อปฺปฏิกาโร อกตสหาโย มายฺเย เอตํ ภิกฺขุํ อนุวตฺตีติ✎ ร่าง
‘eso kho, ayye, bhikkhu samaggena saṅghena ukkhitto dhammena vinayena satthusāsanena anādaro appaṭikāro akatasahāyo, māyye, etaṁ bhikkhuṁ anuvattī’ti.
pj7:1.13 #
เอวญฺจ สา ภิกฺขุนี ภิกฺขุนีหิ วุจฺจมานา ตเถว ปคฺคเณฺหยฺย สา ภิกฺขุนี ภิกฺขุนีหิ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. คทฺธพาธิปุพฺพํ ฯ สพฺพตฺถ เอวํ ญาตพฺพํ ฯ ยาวตติยํ สมนุภาสิตพฺพา ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคาย✎ ร่าง
Evañca sā bhikkhunī bhikkhunīhi vuccamānā tatheva paggaṇheyya, sā bhikkhunī bhikkhunīhi yāvatatiyaṁ samanubhāsitabbā tassa paṭinissaggāya.
pj7:1.14 #
ยาวตติยญฺเจ สมนุภาสิยมานา ตํ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย อิจฺเจตํ กุสลํ✎ ร่าง
Yāvatatiyañce samanubhāsiyamānā taṁ paṭinissajjeyya, iccetaṁ kusalaṁ.
pj7:1.15 #
โน เจ ปฏินิสฺสชฺเชยฺย อยมฺปิ ปาราชิกา โหติ อสํวาสา อุกฺขิตฺตานุวตฺติกาติ ฯ✎ ร่าง
No ce paṭinissajjeyya, ayampi pārājikā hoti asaṁvāsā ukkhittānuvattikā”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓ — วินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน