เนื้อความทั้งข้อ
[๑๙๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ-
*บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุณีถุลลนันทา ยืนร่วมบ้าง เจรจาร่วมบ้าง
กระซิบใกล้หูบ้าง กับบุรุษ หนึ่งต่อหนึ่ง ในถนนบ้าง ในตรอกตันบ้าง ในทางสามแพ่งบ้าง
ส่งภิกษุณีผู้เป็นเพื่อนกลับไปบ้าง.
บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้า
ถุลลนันทาจึงได้ยืนร่วมบ้าง เจรจาร่วมบ้าง กระซิบใกล้หูบ้าง กับบุรุษหนึ่งต่อหนึ่ง ในถนนบ้าง
ในตรอกตันบ้าง ในทางสามแพร่งบ้าง ส่งภิกษุณีผู้เป็นเพื่อนกลับไปบ้างเล่า.
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีถุลลนันทา
ยืนร่วมบ้าง เจรจาร่วมบ้าง กระซิบใกล้หูบ้าง กับบุรุษหนึ่งต่อหนึ่ง ในถนนบ้าง ในตรอกตันบ้าง
ในทางสามแพร่งบ้าง ส่งภิกษุณีผู้เป็นเพื่อนกลับไปบ้าง จริงหรือ?
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทาจึงได้
ยืนร่วมบ้าง เจรจาร่วมบ้าง กระซิบใกล้หูบ้าง กับบุรุษหนึ่งต่อหนึ่ง ในถนนบ้าง ในตรอกตันบ้าง
ในทางสามแพร่งบ้าง ส่งภิกษุณีผู้เป็นเพื่อนกลับไปบ้างเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อ
ความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๖๙. ๔. อนึ่ง ภิกษุณีใด ยืนร่วมก็ดี เจรจาร่วมก็ดี กระซิบใกล้หูก็ดี กับบุรุษ
หนึ่งต่อหนึ่ง ในถนนก็ดี ในตรอกตันก็ดี ในทางสามแพร่งก็ดี ส่งภิกษุณีผู้เป็นเพื่อนกลับไป
ก็ดี เป็นปาจิตตีย์.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงพุทธชยันตี 2.2.166
เตน โข ปน สมเยน ถุลฺลนนฺทา
ภิกฺขุนี รถิยายปิ พฺยูเหปิ สิงฺฆาฏเกปิ ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา
สนฺติฏฺฐติปิ สลฺลปติปิ นิกณฺณิกํปิ ชปฺเปติ ทุติยิกํปิ ภิกฺขุนึ
อุยฺโยเชติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena thullanandā bhikkhunī rathikāyapi byūhepi siṅghāṭakepi purisena saddhiṁ ekenekā santiṭṭhatipi sallapatipi nikaṇṇikampi jappeti dutiyikampi bhikkhuniṁ uyyojeti.
ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ
ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Yā tā bhikkhuniyo appicchā …pe… tā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
อ้างอิงสยามรัฐ 3.117
กถํ หิ นาม อยฺยา ถุลฺลนนฺทา รถิยายปิ พฺยูเหปิ
สิงฺฆาฏเกปิ ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา สนฺติฏฺฐิสฺสติปิ สลฺลปิสฺสติปิ
นิกณฺณิกํปิ ชปฺปิสฺสติ ทุติยิกํปิ ภิกฺขุนึ อุยฺโยเชสฺสตีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma ayyā thullanandā rathikāyapi byūhepi siṅghāṭakepi purisena saddhiṁ ekenekā santiṭṭhissatipi sallapissatipi nikaṇṇikampi jappissati dutiyikampi bhikkhuniṁ uyyojessatī”ti …pe…
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี รถิยายปิ พฺยูเหปิ สิงฺฆาฏเกปิ
ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา สนฺติฏฺฐติปิ สลฺลปติปิ นิกณฺณิกํปิ
ชปฺเปติ ทุติยิกํปิ ภิกฺขุนึ อุยฺโยเชตีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, thullanandā bhikkhunī rathikāyapi byūhepi siṅghāṭakepi purisena saddhiṁ ekenekā santiṭṭhatipi sallapatipi nikaṇṇikampi jappeti dutiyikampi bhikkhuniṁ uyyojetī”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ
พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี รถิยายปิ
พฺยูเหปิ สิงฺฆาฏเกปิ ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา สนฺติฏฺฐิสฺสติปิ
สลฺลปิสฺสติปิ นิกณฺณิกํปิ ชปฺปิสฺสติ ทุติยิกํปิ ภิกฺขุนึ อุยฺโยเชสฺสติ✎ ร่าง
kathañhi nāma, bhikkhave, thullanandā bhikkhunī rathikāyapi byūhepi siṅghāṭakepi purisena saddhiṁ ekenekā santiṭṭhissatipi sallapissatipi nikaṇṇikampi jappissati dutiyikampi bhikkhuniṁ uyyojessati.
เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ ปน
ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, bhikkhuniyo imaṁ sikkhāpadaṁ uddisantu—
ยา ปน ภิกฺขุนี รถิยาย วา พฺยูเห วา สิงฺฆาฏเก วา
ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา สนฺติฏฺเฐยฺย วา สลฺลเปยฺย วา นิกณฺณิกํ
วา ชปฺเปยฺย ทุติยิกํ วา ภิกฺขุนึ อุยฺโยเชยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yā pana bhikkhunī rathikāya vā byūhe vā siṅghāṭake vā purisena saddhiṁ ekenekā santiṭṭheyya vā sallapeyya vā nikaṇṇikaṁ vā jappeyya dutiyikaṁ vā bhikkhuniṁ uyyojeyya, pācittiyan”ti.
อ้างอิงPTS 4.271