เนื้อความทั้งข้อ
[๒๖๕] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ-
*บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีถุลลนันทาเป็นคนคงแก่เรียน เป็นคนช่างพูด
เป็นคนองอาจ สามารถกล่าวถ้อยคำมีหลักฐาน. แม้ภิกษุณีภัททากาปิลานีก็เป็นคนคงแก่เรียน เป็น
คนช่างพูด เป็นคนองอาจ สามารถกล่าวถ้อยคำมีหลักฐาน เป็นผู้ได้รับการสรรเสริญว่าเป็นเยี่ยมกว่า
คนทั้งหลายเห็นกันว่า แม่เจ้าภัททากาปิลานีเป็นคนคงแก่เรียน เป็นคนช่างพูด เป็นคนองอาจ
สามารถกล่าวถ้อยคำมีหลักฐาน เป็นผู้ได้รับการสรรเสริญยิ่งกว่า จึงพากันเข้าไปหาภิกษุณีภัททา-
*กาปิลานีก่อน แล้วจึงเข้าไปหาภิกษุณีถุลลนันทาต่อภายหลัง. ภิกษุณีถุลลนันทาเป็นคนมักริษยา
รู้ได้ดีว่า ธรรมดาภิกษุณีผู้สาละวนอยู่ด้วยการอภิปรายที่จะให้คนอื่นรู้เข้าใจเนื้อความแจ่มแจ้ง ย่อม
เป็นผู้มักน้อย สันโดษ ชอบสงัด ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ดังนั้น จึงจงกรมบ้าง ยืนบ้าง นั่งบ้าง
สำเร็จการนอนบ้าง บรรยายเองบ้าง ให้ผู้อื่นบรรยายบ้าง ท่องบ่นบ้าง เบื้องหน้าภิกษุณีภัททากาปิลานี.
บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างพาเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทา
จึงได้แกล้งก่อความไม่สำราญให้แก่แม่เจ้าภัททากาปิลานีเล่า.
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีถุลลนันทา
แกล้งก่อความไม่สำราญให้แก่ภิกษุณีภัททากาปิลานี จริงหรือ?
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนพวกภิกษุณีถุลลนันทาจึงได้
แกล้งก่อความไม่สำราญให้แก่ภิกษุณีภัททากาปิลานีเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความ
เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๘๘. ๓. อนึ่ง ภิกษุณีใด แกล้งก่อความไม่สำราญให้แก่ภิกษุณี เป็นปาจิตตีย์.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงPTS 4.290 · สยามรัฐ 3.150 · ฉัฏฐสังคายนา 88.396 · พุทธชยันตี 2.2.212
เตน โข ปน สมเยน ถุลฺลนนฺทา
ภิกฺขุนี พหุสฺสุตา โหติ ภาณิกา วิสารทา ปฏฺฐา ธมฺมึ กถํ
กาตุํ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena thullanandā bhikkhunī bahussutā hoti bhāṇikā visāradā paṭṭā dhammiṁ kathaṁ kātuṁ.
ภทฺทาปิ กาปิลานี พหุสฺสุตา โหติ ภาณิกา วิสารทา
ปฏฺฐา ธมฺมึ กถํ กาตุํ อุฬารสมฺภาวิตา ฯ✎ ร่าง
Bhaddāpi kāpilānī bahussutā hoti bhāṇikā visāradā paṭṭā dhammiṁ kathaṁ kātuṁ uḷārasambhāvitā.
อยฺยา ภทฺทา
กาปิลานี พหุสฺสุตา ภาณิกา วิสารทา ปฏฺฐา ธมฺมึ กถํ กาตุํ
อุฬารสมฺภาวิตาติ ภทฺทํ กาปิลานึ ปฐมํ ปยิรุปาสิตฺวา ปจฺฉา
ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ ปยิรุปาสนฺติ ฯ✎ ร่าง
“ayyā bhaddā kāpilānī bahussutā bhāṇikā visāradā paṭṭā dhammiṁ kathaṁ kātuṁ uḷārasambhāvitā”ti bhaddaṁ kāpilāniṁ paṭhamaṁ payirupāsitvā, pacchā thullanandaṁ bhikkhuniṁ payirupāsanti.
ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อิสฺสาปกตา✎ ร่าง
Thullanandā bhikkhunī issāpakatā—
อิมา กิร อปฺปิจฺฉา สนฺตุฏฺฐา ปวิวิตฺตา อสํสฏฺฐา ยา อิมา
สญฺญตฺติพหุลา วิญฺญตฺติพหุลา วิหรนฺตีติ ภทฺทาย กาปิลานิยา
ปุรโต จงฺกมติปิ ติฏฺฐติปิ นิสีทติปิ เสยฺยํปิ กปฺเปติ อุทฺทิสติปิ
อุทฺทิสาเปติปิ สชฺฌายมฺปิ กโรติ ฯ✎ ร่าง
“imā kira appicchā santuṭṭhā pavivittā asaṁsaṭṭhā yā imā saññattibahulā viññattibahulā viharantī”ti bhaddāya kāpilāniyā purato caṅkamatipi tiṭṭhatipi nisīdatipi seyyampi kappeti uddisatipi uddisāpetipi sajjhāyampi karoti.
ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา
ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Yā tā bhikkhuniyo appicchā …pe… tā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
อ้างอิงสยามรัฐ 3.151
กถํ หิ นาม
อยฺยา ถุลฺลนนฺทา อยฺยาย ภทฺทาย กาปิลานิยา สญฺจิจฺจ อผาสุํ
กริสฺสตีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma ayyā thullanandā ayyāya bhaddāya kāpilāniyā sañcicca aphāsuṁ karissatī”ti …pe…
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ภทฺทาย
กาปิลานิยา สญฺจิจฺจ อผาสุํ กโรตีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, thullanandā bhikkhunī bhaddāya kāpilāniyā sañcicca aphāsuṁ karotī”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี
ภทฺทาย กาปิลานิยา สญฺจิจฺจ อผาสุํ กริสฺสติ✎ ร่าง
kathañhi nāma, bhikkhave, thullanandā bhikkhunī bhaddāya kāpilāniyā sañcicca aphāsuṁ karissati.
เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ
วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ
อุทฺทิสนฺตุ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, bhikkhuniyo imaṁ sikkhāpadaṁ uddisantu—
ยา ปน ภิกฺขุนี ภิกฺขุนิยา สญฺจิจฺจ อผาสุํ กเรยฺย
ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yā pana bhikkhunī bhikkhuniyā sañcicca aphāsuṁ kareyya, pācittiyan”ti.