‹ กลับ
สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๑ เรื่องอุบาสกกับภิกษุณีถุลลนันทา
เล่ม ๓ — วินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ · ข้อ 31 · วิ.ภิก. ๓/๔๐๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๑] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- *บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น อุบาสกคนหนึ่งถวายโรงเก็บของแก่ภิกษุณีสงฆ์แล้ว ถึงอนิจกรรม. เขามีบุตรอยู่ ๒ คน คนหนึ่งเป็นคนไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใส อีกคนหนึ่งเป็นคนมี ศรัทธา เลื่อมใส. บุตรทั้งสองนั้นแบ่งสมบัติของบิดาแล้ว ต่อมาบุตรคนที่ไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใส จึงได้พูดกับบุตรคนที่มีศรัทธาเลื่อมใสว่า โรงเก็บของของเรายังมีอยู่ เรามาแบ่งกันเถิด. เมื่อเขาพูด อย่างนั้นแล้ว บุตรคนที่มีศรัทธาเลื่อมใสพูดห้ามว่า เจ้าอย่าได้พูดอย่างนี้ โรงเก็บของนั้น บิดาของ เราได้ถวายภิกษุณีสงฆ์แล้ว. แม้ครั้งที่สอง บุตรคนที่ไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใส ก็พูดว่า โรงเก็บของของเรา เราจะแบ่งกัน. ครั้งนั้นแล บุตรคนที่มีศรัทธาเลื่อมใสก็พูดห้ามว่า เจ้าอย่าได้พูดอย่างนี้ โรงเก็บของนั้น บิดาของเรา ได้ถวายแก่ภิกษุณีสงฆ์แล้ว. แม้ครั้งที่สาม บุตรคนที่ไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใส ก็พูดว่า โรงเก็บของของเรา เราจะแบ่งกัน. ครั้งนั้นแล บุตรคนที่มีศรัทธาเลื่อมใสจึงคิดว่า ถ้าโรงเก็บของนั้นจักเป็นของเรา เราก็จักถวายแก่ ภิกษุณีสงฆ์ แล้วกล่าวว่า เราจงแบ่งกันเถิด. บังเอิญโรงเก็บของที่เขาทั้งสองแบ่งกันนั้น ได้ตกแก่ บุตรคนที่ไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใส. ครั้งนั้นแล จึงบุตรคนที่ไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใส ได้เข้าไปหาภิกษุณีทั้งหลาย แล้วบอกว่า เชิญแม่เจ้าทั้งหลายออกไปเถิด เจ้าข้า เพราะโรงเก็บของเป็นของข้าพเจ้า. เมื่อเขาบอกอย่างนั้นแล้ว ภิกษุณีถุลลนันทาได้พูดว่า นายอย่าพูดอย่างนี้ บิดาของพวกนาย ได้ถวายแก่ภิกษุณีสงฆ์แล้ว. ต่างเถียงกันอยู่ว่า ถวายแล้ว ไม่ได้ถวาย แล้วฟ้องมหาอำมาตย์ผู้พิพาษา. มหาอำมาตย์ ถามว่า แม่เจ้า ใครเล่าจะทราบว่าได้ถวายแล้วแก่ภิกษุณีสงฆ์? เมื่อเขาถามอย่างนั้นแล้ว ภิกษุณีถุลลนันทาย้อนถามพวกมหาอำมาตย์เหล่านั้นว่า พวก ท่านได้เห็นหรือได้ยินบ้างไหมว่า ทานที่เขาถวายกันต้องตั้งพยานด้วย? จึงมหาอำมาตย์เหล่านั้นพูดว่า แม่เจ้าพูดจริงแท้ แล้วได้ตัดสินโรงเก็บของนั้นให้แก่ ภิกษุณีสงฆ์. ครั้นบุรุษนั้นแพ้คดีแล้ว จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ภิกษุณีโล้นเหล่านี้ไม่เป็น สมณะ เป็นหญิงฉ้อโกง ไฉนจึงได้ให้ผู้พิพากษาริบโรงเก็บของของเราเสียเล่า. ภิกษุณีถุลลนันทาได้แจ้งความเรื่องนั้นแก่มหาอำมาตย์. มหาอำมาตย์ได้ให้ปรับไหมบุรุษนั้น. ครั้นบุรุษนั้นถูกปรับไหมแล้ว ได้ให้สร้างที่พักอาชีวกไว้ใกล้ๆ สำนักภิกษุณี แล้วส่งพวก อาชีวกไปอยู่ด้วยสั่งว่า จงช่วยกันกล่าวล่วงเกินภิกษุณีพวกนั้น. ภิกษุณีถุลลนันทาได้แจ้งความนั้นแก่มหาอำมาตย์. มหาอำมาตย์ได้ให้จองจำเขาแล้ว. พวก ชาวบ้านพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ครั้งแรกพวกภิกษุณีได้ให้เจ้าหน้าที่ริบโรงเก็บของ ครั้งที่สองให้ปรับไหม ครั้งที่สามให้จองจำ คราวนี้เห็นทีจะให้ประหารชีวิต. พวกภิกษุณีได้ยิน ชาวบ้านพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่. บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่าไฉนแม่เจ้าถุลลนันทาจึงได้ชอบเป็นคนกล่าวหาเรื่องเล่า แล้วแจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุ ทั้งหลายๆ ได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีถุลลนันทา ชอบกล่าวหาเรื่อง จริงหรือ? ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทา จึงได้ชอบ กล่าวหาเรื่องเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลาย จงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๙.๑. อนึ่ง ภิกษุณีใด ชอบกล่าวหาเรื่องกับคหบดีก็ดี บุตรคหบดีก็ดี ทาสก็ดี กรรมกร ก็ดี โดยที่สุด แม้สมณะปริพาชก ภิกษุณีนี้ต้องธรรมคือสังฆาทิเสส ชื่อนิสสารณียะ มีอันให้ ต้องอาบัติขณะแรกทำ.
เทียบรายประโยค (56 ประโยค)
ss1:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงPTS 4.223 · สยามรัฐ 3.24
ss1:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร อุปาสโก ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส อุทฺโทสิตํ ทตฺวา กาลกโต โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena aññataro upāsako bhikkhunisaṅghassa udositaṁ datvā kālaṅkato hoti.
ss1:1.3 #
ตสฺส เทฺว ปุตฺตา โหนฺติ✎ ร่าง
Tassa dve puttā honti—
ss1:1.4 #
เอโก อสฺสทฺโธ อปฺปสนฺโน เอโก สทฺโธ ปสนฺโน ฯ✎ ร่าง
eko assaddho appasanno, eko saddho pasanno.
ss1:1.5 #
เต เปตฺติกํ สาปเตยฺยํ วิภชึสุ ฯ✎ ร่าง
Te pettikaṁ sāpateyyaṁ vibhajiṁsu.
ss1:1.6 #
อถโข โส อสฺสทฺโธ อปฺปสนฺโน ตํ สทฺธํ ปสนฺนํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho so assaddho appasanno taṁ saddhaṁ pasannaṁ etadavoca—
ss1:1.7 #
อมฺหากํ อุทฺโทสิโต ตํ ภาเชมาติ ๑- ฯ✎ ร่าง
“amhākaṁ udosito, taṁ bhājemā”ti.
ss1:1.8 #
เอวํ วุตฺเต โส สทฺโธ ปสนฺโน ตํ อสฺสทฺธํ อปฺปสนฺนํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Evaṁ vutte, so saddho pasanno taṁ assaddhaṁ appasannaṁ etadavoca—
ss1:1.9 #
มายฺโย เอวํ อวจ✎ ร่าง
“māyyo, evaṁ avaca.
ss1:1.10 #
อมฺหากํ ปิตุนา ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส ทินฺโนติ ฯ✎ ร่าง
Amhākaṁ pitunā bhikkhunisaṅghassa dinno”ti.
ss1:1.11 #
ทุติยมฺปิ โข อสฺสทฺโธ อปฺปสนฺโน ตํ สทฺธํ ปสนฺนํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Dutiyampi kho so assaddho appasanno taṁ saddhaṁ pasannaṁ etadavoca—
ss1:1.12 #
อมฺหากํ อุทฺโทสิโต ตํ ภาเชมาติ ฯ✎ ร่าง
“amhākaṁ udosito, taṁ bhājemā”ti.
ss1:1.13 #
อถโข โส สทฺโธ ปสนฺโน ตํ อสฺสทฺธํ อปฺปสนฺนํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho so saddho pasanno taṁ assaddhaṁ appasannaṁ etadavoca—
ss1:1.14 #
มายฺโย เอวํ อวจ✎ ร่าง
“māyyo, evaṁ avaca.
ss1:1.15 #
อมฺหากํ ปิตุนา ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส ทินฺโนติ ฯ✎ ร่าง
Amhākaṁ pitunā bhikkhunisaṅghassa dinno”ti.
ss1:1.16 #
ตติยมฺปิ โข โส อสฺสทฺโธ อปฺปสนฺโน ตํ สทฺธํ ปสนฺนํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Tatiyampi kho so assaddho appasanno taṁ saddhaṁ pasannaṁ etadavoca—
ss1:1.17 #
อมฺหากํ อุทฺโทสิโต ตํ ภาเชมาติ ฯ✎ ร่าง
“amhākaṁ udosito, taṁ bhājemā”ti.
ss1:1.18 #
อถโข โส สทฺโธ ปสนฺโน✎ ร่าง
Atha kho so saddho pasanno—
ss1:1.19 #
สเจ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ภาชามาติ ฯ มยฺหํ ภวิสฺสติ อหํปิ ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส ทสฺสามีติ✎ ร่าง
“sace mayhaṁ bhavissati, ahampi bhikkhunisaṅghassa dassāmī”ti—
ss1:1.20 #
ตํ อสฺสทฺธํ อปฺปสนฺนํ เอตทโวจ✎ ร่าง
taṁ assaddhaṁ appasannaṁ etadavoca—
ss1:1.21 #
ภาเชมาติ ฯ✎ ร่าง
“bhājemā”ti.
ss1:1.22 #
อถโข โส อุทฺโทสิโต เตหิ ภาชิยมาโน ตสฺส อสฺสทฺธสฺส อปฺปสนฺนสฺส ปาปุณิ ๑- ฯ✎ ร่าง
Atha kho so udosito tehi bhājīyamāno tassa assaddhassa appasannassa pāpuṇāti.
ss1:1.23 #
อถโข โส อสฺสทฺโธ อปฺปสนฺโน ภิกฺขุนิโย อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho so assaddho appasanno bhikkhuniyo upasaṅkamitvā etadavoca—
ss1:1.24 #
นิกฺขมถยฺเย อมฺหากํ อุทฺโทสิโตติ ฯ✎ ร่าง
“nikkhamathāyye, amhākaṁ udosito”ti.
ss1:1.25 #
เอวํ วุตฺเต ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ตํ ปุริสํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Evaṁ vutte thullanandā bhikkhunī taṁ purisaṁ etadavoca—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 88.300 · พุทธชยันตี 2.2.32
ss1:1.26 #
มายฺโย เอวํ อวจ ตุมฺหากํ ปิตุนา ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส ทินฺโนติ ฯ✎ ร่าง
“māyyo, evaṁ avaca, tumhākaṁ pitunā bhikkhunisaṅghassa dinno”ti.
ss1:1.27 #
ทินฺโน น ทินฺโนติ โวหาริเก มหามตฺเต ปุจฺฉึสุ ฯ✎ ร่าง
“Dinno na dinno”ti vohārike mahāmatte pucchiṁsu.
ss1:1.28 #
มหามตฺตา เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Mahāmattā evamāhaṁsu—
ss1:1.29 #
โก อยฺเย ชานาติ ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส ทินฺโนติ ฯ✎ ร่าง
“ko, ayye, jānāti bhikkhunisaṅghassa dinno”ti?
ss1:1.30 #
เอวํ วุตฺเต ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี เต มหามตฺเต เอตทโวจ✎ ร่าง
Evaṁ vutte, thullanandā bhikkhunī te mahāmatte etadavoca—
อ้างอิงPTS 4.224
ss1:1.31 #
อปินฺวยฺยา ๒- ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐํ วา สุตํ วา สกฺขึ ฐปยิตฺวา ทานํ ทียมานนฺติ ฯ✎ ร่าง
“api nāyyā tumhehi diṭṭhaṁ vā sutaṁ vā sakkhiṁ ṭhapayitvā dānaṁ diyyamānan”ti?
ss1:1.32 #
อถโข เต มหามตฺตา✎ ร่าง
Atha kho te mahāmattā—
ss1:1.33 #
สจฺจํ โข อยฺยา อาหาติ ตํ อุทฺโทสิตํ ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส อกํสุ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kho ayyā āhā”ti taṁ udositaṁ bhikkhunisaṅghassa akaṁsu.
ss1:1.34 #
อถโข โส ปุริโส ปราชิโต อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ✎ ร่าง
Atha kho so puriso parājito ujjhāyati khiyyati vipāceti—
ss1:1.35 #
อสฺสมณิโย อิมา มุณฺฑา พนฺธกินิโย✎ ร่าง
“assamaṇiyo imā muṇḍā bandhakiniyo.
ss1:1.36 #
กถํ หิ นาม อมฺหากํ อุทฺโทสิตํ อจฺฉินฺนาเปสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
Kathañhi nāma amhākaṁ udositaṁ acchindāpessantī”ti.
ss1:1.37 #
ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี มหามตฺตานํ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Thullanandā bhikkhunī mahāmattānaṁ etamatthaṁ ārocesi.
ss1:1.38 #
มหามตฺตา ตํ ปุริสํ ทณฺฑาเปสุํ ฯ✎ ร่าง
Mahāmattā taṁ purisaṁ daṇḍāpesuṁ.
ss1:1.39 #
อถโข โส ปุริโส ทณฺฑิโต ๓- ภิกฺขุนูปสฺสยสฺส อวิทูเร อาชีวกเสยฺยํ การาเปตฺวา อาชีวเก อุยฺโยเชสิ✎ ร่าง
Atha kho so puriso daṇḍito bhikkhunupassayassa avidūre ājīvakaseyyaṁ kārāpetvā ājīvake uyyojesi—
ss1:1.40 #
เอตา ภิกฺขุนิโย อจฺจาวทถาติ ฯ✎ ร่าง
“etā bhikkhuniyo accāvadathā”ti.
ss1:1.41 #
ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี มหามตฺตานํ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Thullanandā bhikkhunī mahāmattānaṁ etamatthaṁ ārocesi.
อ้างอิงสยามรัฐ 3.25
ss1:1.42 #
มหามตฺตา ตํ ปุริสํ พนฺธาเปสุํ ฯ✎ ร่าง
Mahāmattā taṁ purisaṁ bandhāpesuṁ.
ss1:1.43 #
มนุสฺสา @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ปาปุณาติ ฯ ๒ ม. ยุ. อปินยฺโย ฯ ๓ ม. ยุ. ทณฺฑิโก ฯ อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Manussā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
ss1:1.44 #
ปฐมํ ๑- หิ นาม ภิกฺขุนิโย อุทฺโทสิตํ อจฺฉินฺทาเปสุํ ทุติยมฺปิ ทณฺฑาเปสุํ ตติยมฺปิ พนฺธาเปสุํ✎ ร่าง
“paṭhamaṁ bhikkhuniyo udositaṁ acchindāpesuṁ, dutiyaṁ daṇḍāpesuṁ, tatiyaṁ bandhāpesuṁ.
ss1:1.45 #
อิทานิ ฆาตาเปสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
Idāni ghātāpessantī”ti.
ss1:1.46 #
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขุนิโย เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhuniyo tesaṁ manussānaṁ ujjhāyantānaṁ khiyyantānaṁ vipācentānaṁ.
ss1:1.47 #
ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Yā tā bhikkhuniyo appicchā …pe… tā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
ss1:1.48 #
กถํ หิ นาม อยฺยา ถุลฺลนนฺทา อุสุยฺยวาทิกา วิหริสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma ayyā thullanandā ussayavādikā viharissatī”ti.
ss1:1.49 #
อถโข ตา ภิกฺขุนิโย ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Atha kho tā bhikkhuniyo bhikkhūnaṁ etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
ss1:1.50 #
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อุสุยฺยวาทิกา วิหรตีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, thullanandā bhikkhunī ussayavādikā viharatī”ti.
ss1:1.51 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
ss1:1.52 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
ss1:1.53 #
กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อุสุยฺยวาทิกา วิหริสฺสติ✎ ร่าง
kathañhi nāma, bhikkhave, thullanandā bhikkhunī ussayavādikā viharissati.
ss1:1.54 #
เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
ss1:1.55 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, bhikkhuniyo imaṁ sikkhāpadaṁ uddisantu—
ss1:1.56.1 #
ยา ปน ภิกฺขุนี อุสุยฺยวาทิกา วิหเรยฺย คหปตินา วา คหปติปุตฺเตน วา ทาเสน วา กมฺมกเรน ๒- วา อนฺตมโส สมณปริพฺพาชเกนาปิ อยํ ภิกฺขุนี ปฐมาปตฺติกํ ธมฺมํ อาปนฺนา นิสฺสารณียํ สงฺฆาทิเสสนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yā pana bhikkhunī ussayavādikā vihareyya gahapatinā vā gahapatiputtena vā dāsena vā kammakārena vā antamaso samaṇaparibbājakenāpi, ayaṁ bhikkhunī paṭhamāpattikaṁ dhammaṁ āpannā nissāraṇīyaṁ saṅghādisesan”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓ — วินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน