‹ กลับ
สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๒ เรื่องชายาเจ้าลิจฉวีกับภิกษุณีถุลลนันทา
เล่ม ๓ — วินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ · ข้อ 35 · วิ.ภิก. ๓/๔๗๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๕] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- *บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ชายาของเจ้าลิจฉวีองค์หนึ่งในพระนครเวสาลี ประพฤตินอกใจ. จึงเจ้าลิจฉวีองค์นั้นรับสั่งกะนางว่าเจ้างดเว้นได้เป็นการดี เราจักทำความพินาศ ให้แก่เจ้า. แม้นางถูกว่ากล่าวอย่างนี้ก็ไม่เชื่อฟัง. ก็สมัยนั้นแล คณะเจ้าลิจฉวีแห่งพระนครเวสาลี กำลังประชุมกันด้วยกรณียะบางอย่าง. จึงเจ้าลิจฉวีองค์นั้นได้กล่าวกะเจ้าลิจฉวีเหล่านั้นว่า ท่านผู้มี เกียรติทั้งหลาย ขอจงโปรดอนุญาตสตรีผู้หนึ่งให้แก่ข้าพเจ้า. คณะถามว่า สตรีผู้นั้นคือใคร? เจ้าชายสามีของนางตอบว่า คือ ภรรยาของข้าพเจ้า ประพฤตินอกใจ ข้าพเจ้าจักฆ่านาง. คณะกล่าวว่า จงเข้าใจเอาเอง รู้เอาเองเถิด. สตรีผู้นั้นทราบข่าวว่า สามีใคร่จักฆ่าเรา จึงเก็บสิ่งของที่ดีๆ หนีไปยังพระนครสาวัตถี เข้าหาเหล่าเดียรถีย์ขอบวช พวกเดียรถีย์ไม่ปรารถนาจะให้นางบวช นางจึงเข้าไปหาภิกษุณี ขอ บวช แม้ภิกษุณีทั้งหลายก็ไม่ปรารถนาจะให้นางบวช จึงเข้าไปหาภิกษุณีถุลลนันทา แสดงห่อของ แล้วขอบวช ภิกษุณีถุลลนันทารับห่อของ แล้วให้นางบวช. ครั้นเจ้าลิจฉวีนั้นทรงสืบหาสตรีนั้นไปถึงพระนครสาวัตถี พบนางบวชอยู่ในสำนักภิกษุณี จึงเข้าเฝ้าพระเจ้าปเสนทิโกศลกราบทูลว่า ขอเดชะ ชายาของหม่อมฉันลักของมีค่ามาสู่พระนคร สาวัตถี ขอพระองค์จงทรงอนุญาตชายาของหม่อมฉันผู้นั้นเถิด พระพุทธเจ้าข้า. พระราชารับสั่งว่า พนาย ถ้าเช่นนั้น เชิญท่านค้นหา พบแล้วมาบอก. เจ้าลิจฉวีกราบทูลว่า หม่อมฉันเห็นนางบวชอยู่ในสำนักภิกษุณี พระพุทธเจ้าข้า. พระราชาตรัสว่า ถ้านางบวชอยู่ในสำนักภิกษุณี เราก็ทำอะไรนางไม่ได้ เพราะพระธรรมอัน พระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้ว ขอนางจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด. จึงเจ้าลิจฉวีนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนเหล่าภิกษุณีจึงได้ให้หญิงโจรบวชเล่า. ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินเจ้าลิจฉวีนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทาจึงได้ให้หญิงโจรบวชเล่า แล้วแจ้งเรื่อง นั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุณี ถุลลนันทาให้หญิงโจรบวชหรือ จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทา จึงได้ให้ หญิงโจรบวชเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลาย จงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๑๐. ๒. อนึ่ง ภิกษุณีใด รู้อยู่ว่าหญิงเป็นโจร ผู้ปรากฏ เป็นนักโทษประหาร ไม่ บอกกล่าวพระราชา หมู่ คณะ นายหมวดหรือนายกอง รับให้บวช เว้นแต่บวชมาแล้ว ภิกษุณี แม้นี้ก็ต้องธรรมคือสังฆาทิเสส ชื่อนิสสารณียะ มีอันให้ต้องอาบัติขณะแรกทำ.
เทียบรายประโยค (27 ประโยค)
ss2:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 3.27 · ฉัฏฐสังคายนา 88.302 · พุทธชยันตี 2.2.36
ss2:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน เวสาลิยํ อญฺญตรสฺส ลิจฺฉวิสฺส ปชาปตี อติจารินี โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena vesāliyaṁ aññatarassa licchavissa pajāpati aticārinī hoti.
ss2:1.3 #
อถโข โส @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. กมฺมกาโร ฯ ๒ ม. ยุ. สงฺฆาทิเสสนฺติ ฯ ๓ ม. ยุ. ภิกฺขุนิโยติ น@ทิสฺสติ ฯ ลิจฺฉวี ตํ อิตฺถึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho so licchavi taṁ itthiṁ etadavoca—
ss2:1.4 #
สาธุ วิรมาหิ อนตฺถํ โข เต กริสฺสามีติ ๑- ฯ✎ ร่าง
“sādhu viramāhi, anatthaṁ kho te karissāmī”ti.
ss2:1.5 #
เอวํปิ ๒- สา วุจฺจมานา น อาทิยิ ฯ✎ ร่าง
Evampi vuccamānā nādiyi.
ss2:1.6 #
เตน โข ปน สมเยน เวสาลิยํ ๓- ลิจฺฉวิคโณ สนฺนิปติโต โหติ เกนจิเทว กรณีเยน ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena vesāliyaṁ licchavigaṇo sannipatito hoti kenacideva karaṇīyena.
ss2:1.7 #
อถโข โส ลิจฺฉวี เต ลิจฺฉวิโน เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho so licchavi te licchavayo etadavoca—
ss2:1.8 #
เอกํ เม อยฺยา ๔- อิตฺถึ อนุชานาถาติ ฯ✎ ร่าง
“ekaṁ me, ayyo, itthiṁ anujānāthā”ti.
ss2:1.9 #
กา นาม สาติ ฯ✎ ร่าง
“Kā nāma sā”ti?
ss2:1.10 #
มยฺหํ ปชาปตี อติจรติ ตํ ฆาเตสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
“Mayhaṁ pajāpati aticarati, taṁ ghātessāmī”ti.
ss2:1.11 #
ชานาหีติ ฯ✎ ร่าง
“Jānāhī”ti.
ss2:1.12 #
อสฺโสสิ โข สา อิตฺถี✎ ร่าง
Assosi kho sā itthī—
ss2:1.13 #
สามิโก กิร มํ ฆาเตตุกาโมติ✎ ร่าง
“sāmiko kira maṁ ghātetukāmo”ti.
ss2:1.14 #
วรภณฺฑํ อาทาย สาวตฺถึ คนฺตฺวา ติตฺถิเย อุปสงฺกมิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ ฯ✎ ร่าง
Varabhaṇḍaṁ ādāya sāvatthiṁ gantvā titthiye upasaṅkamitvā pabbajjaṁ yāci.
ss2:1.15 #
ติตฺถิยา น อิจฺฉึสุ ปพฺพาเชตุํ ฯ✎ ร่าง
Titthiyā na icchiṁsu pabbājetuṁ.
ss2:1.16 #
ภิกฺขุนิโย อุปสงฺกมิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhuniyo upasaṅkamitvā pabbajjaṁ yāci.
ss2:1.17 #
ภิกฺขุนิโยปิ น อิจฺฉึสุ ปพฺพาเชตุํ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhuniyopi na icchiṁsu pabbājetuṁ.
ss2:1.18 #
ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ อุปสงฺกมิตฺวา ภณฺฑกํ ทสฺเสตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ ฯ✎ ร่าง
Thullanandaṁ bhikkhuniṁ upasaṅkamitvā bhaṇḍakaṁ dassetvā pabbajjaṁ yāci.
ss2:1.19 #
ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ภณฺฑกํ คเหตฺวา ปพฺพาเชสิ ฯ✎ ร่าง
Thullanandā bhikkhunī bhaṇḍakaṁ gahetvā pabbājesi.
ss2:1.20 #
อถโข โส ลิจฺฉวี ตํ อิตฺถึ คเวสนฺโต สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิตํ ทิสฺวา ๕- เยน ราชา ปเสนทิ โกสโล เตนุปสงฺกมิ✎ ร่าง
Atha kho so licchavi taṁ itthiṁ gavesanto sāvatthiṁ gantvā bhikkhunīsu pabbajitaṁ disvāna yena rājā pasenadi kosalo tenupasaṅkami;
อ้างอิงสยามรัฐ 3.28
ss2:1.21 #
อุปสงฺกมิตฺวา ราชานํ ปเสนทึ โกสลํ เอตทโวจ✎ ร่าง
upasaṅkamitvā rājānaṁ pasenadiṁ kosalaṁ etadavoca—
อ้างอิงPTS 4.226
ss2:1.22 #
ปชาปตี เม เทว วรภณฺฑํ อาทาย สาวตฺถึ อนุปฺปตฺตา✎ ร่าง
“pajāpati me, deva, varabhaṇḍaṁ ādāya sāvatthiṁ anuppattā.
ss2:1.23 #
ตํ เทโว อนุชานาตูติ ฯ✎ ร่าง
Taṁ devo anujānātū”ti.
ss2:1.24 #
เตนหิ ภเณ วิจินิตฺวา อาจิกฺขาติ ฯ✎ ร่าง
“Tena hi, bhaṇe, vicinitvā ācikkhā”ti.
ss2:1.25 #
ทิฏฺฐา เทว ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิตาติ ฯ✎ ร่าง
“Diṭṭhā, deva, bhikkhunīsu pabbajitā”ti.
ss2:1.26 #
สเจ ภเณ ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิตา น สา ลพฺภา กิญฺจิ กาตุํ✎ ร่าง
“Sace, bhaṇe, bhikkhunīsu pabbajitā, na sā labbhā kiñci kātuṁ.
ss2:1.27 #
สฺวากฺขาโต✎ ร่าง
Svākkhāto bhagavatā dhammo, caratu brahmacariyaṁ sammā dukkhassa antakiriyāyā”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓ — วินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน