เนื้อความทั้งข้อ
[๔๐๑] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ-
*บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีทั้งหลายให้สามเณรีมีอายุหย่อน ๒๐ ฝน
อุปสมบท เธอเหล่านั้นอดทนไม่ได้ต่อความหนาว ความร้อน ความหิว ความกระหาย ไม่อดทนต่อ
สัมผัสแห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เสือกคลาน มักไม่อดกลั้นต่อถ้อยคำที่เขากล่าวร้าย หยาบ-
*คาย มีปกติไม่อดทนต่อทุกขเวทนาที่เกิดในสรีระอย่างแรงกล้า หยาบช้า เผ็ดร้อน ไม่น่ายินดี ไม่น่า
พอใจอันอาจพร่าชีวิตเสีย.
บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลายจึง
ได้ให้สามเณรีมีอายุหย่อน ๒๐ ฝน อุปสมบทเล่า ...
พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุณีให้สามเณรี
มีอายุหย่อน ๒๐ ฝน อุปสมบท จริงหรือ?
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีทั้งหลายจึงได้ให้
สามเณรี มีอายุหย่อน ๒๐ ฝน อุปสมบทเล่า เพราะสามเณรีมีอายุหย่อน ๒๐ ฝน เป็นผู้อดทน
ไม่ได้ต่อความหนาว ความร้อน ความหิว ความกระหาย ไม่อดทนต่อสัมผัสแห่งเหลือบ ยุง ลม
แดด และสัตว์เสือกคลาน มักไม่อดกลั้นต่อถ้อยคำที่เขากล่าวร้าย หยาบคาย มีปกติไม่อดทน
ต่อทุกขเวทนาที่เกิดในสรีระอย่างแรงกล้า หยาบช้า เผ็ดร้อน ไม่น่ายินดี ไม่น่าพอใจ อันอาจ
พร่าชีวิตเสีย การกระทำของพวกนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๑๒๖. ๑. อนึ่ง ภิกษุณีใด ยังสตรีผู้เป็นกุมารี มีอายุหย่อน ๒๐ ปีให้บวช เป็น
ปาจิตตีย์.
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงสยามรัฐ 3.218 · ฉัฏฐสังคายนา 88.449 · พุทธชยันตี 2.2.314
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย
อูนวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ วุฏฺฐาเปนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhuniyo ūnavīsativassaṁ kumāribhūtaṁ vuṭṭhāpenti.
ตา อกฺขมา โหนฺติ สีตสฺส
อุณฺหสฺส ชิฆจฺฉาย ปิปาสาย ฑํสมกสวาตาตปสิรึสปสมฺผสฺสานํ
ทุรุตฺตานํ ทุราคตานํ วจนปถานํ✎ ร่าง
Tā akkhamā honti sītassa uṇhassa jighacchāya pipāsāya ḍaṁsamakasavātātapasarīsapasamphassānaṁ duruttānaṁ durāgatānaṁ vacanapathānaṁ.
อุปฺปนฺนานํ สารีริกานํ เวทนานํ
ทุกฺขานํ ติพฺพานํ ขรานํ กฏุกานํ อสาตานํ อมนาปานํ ปาณหรานํ
อนธิวาสกชาติกา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Uppannānaṁ sārīrikānaṁ vedanānaṁ dukkhānaṁ tibbānaṁ kharānaṁ kaṭukānaṁ asātānaṁ amanāpānaṁ pāṇaharānaṁ anadhivāsakajātikā honti.
ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ
ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Yā tā bhikkhuniyo appicchā …pe… tā ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม ภิกฺขุนิโย
อูนวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ วุฏฺฐาเปสฺสนฺตีติ ฯเปฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma bhikkhuniyo ūnavīsativassaṁ kumāribhūtaṁ vuṭṭhāpessantī”ti …pe…
สจฺจํ กิร ภิกฺขเว
ภิกฺขุนิโย อูนวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ วุฏฺฐาเปนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira, bhikkhave, bhikkhuniyo ūnavīsativassaṁ kumāribhūtaṁ vuṭṭhāpentī”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย
อูนวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ วุฏฺฐาเปสฺสนฺติ✎ ร่าง
kathañhi nāma, bhikkhave, bhikkhuniyo ūnavīsativassaṁ kumāribhūtaṁ vuṭṭhāpessanti.
อูนวีสติวสฺสา หิ ๑- ภิกฺขเว
กุมารีภูตา อกฺขมา โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺส ฯเปฯ✎ ร่าง
Ūnavīsativassā, bhikkhave, kumāribhūtā akkhamā hoti sītassa uṇhassa …pe…
ปาณหรานํ
อนธิวาสกชาติกา โหติ✎ ร่าง
pāṇaharānaṁ anadhivāsakajātikā hoti.
วีสติวสฺสา จ โข ภิกฺขเว กุมารีภูตา ขมา
โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺส ฯเปฯ✎ ร่าง
Vīsativassāva kho, bhikkhave, kumāribhūtā khamā hoti sītassa uṇhassa …pe…
ปาณหรานํ อธิวาสกชาติกา โหติ✎ ร่าง
pāṇaharānaṁ adhivāsakajātikā hoti.
เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, bhikkhave, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
เอวญฺจ ปน
ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, bhikkhuniyo imaṁ sikkhāpadaṁ uddisantu—
ยา ปน ภิกฺขุนี
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. หิสทฺโท น โหติ ฯ
อูนวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ วุฏฺฐาเปยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yā pana bhikkhunī ūnavīsativassaṁ kumāribhūtaṁ vuṭṭhāpeyya, pācittiyan”ti.
อ้างอิงสยามรัฐ 3.219